ตอนที่ 1858
บทที่ 1858 คำสั่งของอาจารย์อา ....................
October 21, 2026
บทที่ 1858 คำสั่งของอาจารย์อา
………………..
บทที่ 1858 คำสั่งของอาจารย์อา
ในวันที่ยี่สิบสอง เดือนที่สาม
กู่เยี่ยนที่บาดเจ็บหนักดูจะโชคไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะโชคร้ายไปเสียทีเดียว
ว่ากันว่าเขาโชคไม่ค่อยดี เพราะระหว่างที่ยังบาดเจ็บไม่หายดี กลับไปถูกพวกตงหวงอิ่นเซวียนเห็นเข้าเสียได้ ดังนั้นจึงถูกตามไล่ล่าไป
แต่ที่บอกว่าไม่ใช่ว่าจะโชคร้ายไปเสียทีเดียว เป็นเพราะระหว่างที่ถูกไล่ล่าอยู่นั้น กลับได้เย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยที่ผ่านมาช่วยเหลือไว้
แต่จะเรียกว่าโชคดีก็ไม่ได้ เพราะทั้งสองเป็นศิษย์สำนักเต๋า
เมื่อได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ คนภายนอกหลายคนจึงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เป็นที่รู้กันว่าสำนักเต๋าวางตัวเป็นกลางต่อห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา นิกายอำนาจเทวะ หรือสำนักศักดิ์สิทธิ์ สำนักเต๋าก็ใช้กลยุทธ์เดียวกัน นั่นคือไม่ช่วยเหลือใครเลย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยที่นับว่าเป็นศิษย์มีอิทธิพลในสำนักเต๋า แต่กลับมาช่วยเหลือศิษย์เขาเทพพยากรณ์อย่างกู่เยี่ยนที่บาดเจ็บจากเงื้อมมือพวกตงหวงอิ่นเซวียนไว้ ทุกคนจึงเห็นแล้วเกิดความสงสัยขึ้นมา
ในตอนนี้ กระทั่งเล่ยฝูกับฉือซงจื่อยังเคร่งขรึมลงเมื่อเห็นเหตุการณ์นั้น นัยน์ตาเกิดความเยือกเย็นขึ้นมา
“ฮ่า ๆ! ไม่คิดเลยว่าหลังจากเฉินซีร่วมมือกับคงโหยวหราน กำจัดคนสำนักเต๋าของเจ้าไปได้ตั้งมาก ศิษย์สำนักเต๋ากลับเป็นฝ่ายมีเมตตา ช่วยเหลือคนเขาเทพพยากรณ์ก่อน ไม่ธรรมดาเลย” ฉือซงจื่อหัวเราะเสียงเย็น เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
แท้จริงแล้วไม่ใช่เพียงฉือซงจื่อและเล่ยฝูเท่านั้น กระทั่งเหวินถิงและอวี่เจินก็ยังไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ ดังนั้นจึงรู้สึกสับสนในหัวใจเป็นอย่างยิ่ง
ไฮว่คงจื่อกลับมาโถงบรรจบได้หลายวันแล้ว ในตอนนี้เขานั่งอยู่บนที่นั่งเจ้าภาพตรงกลาง มีเพียงจักรพรรดิอิ่งฉินเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ภายในห้องโถงแล้ว
หรือก็คือนับตั้งแต่จักรพรรดิอิ่งฉินจากไปพร้อมกับไฮว่คงจื่อในวันนั้น เขาก็ราวกับว่าหายไปแล้วไม่ปรากฏตัวขึ้นอีก
ทว่าก็ไม่ได้ทำให้คนในห้องโถงตื่นตกใจแต่อย่างใด
ในตอนนี้ เมื่อไฮว่คงจื่อได้ยินฉือซงจื่อเอ่ยคำเยาะเย้ยใคร่ถามเช่นนั้น เขากลับดูสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
เขาเพียงแต่เพิ่งคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้นว่า “นี่ก็เป็นเพียงการกระทำของคนสองคนเท่านั้น ไม่ได้แสดงถึงความคิดของคนทั้งสำนักเต๋า ไม่ได้ว่าอาจทนเห็นคู่ต่อสู้ที่น่าเคารพคนหนึ่งอย่างกู่เยี่ยนถูกตัดออกจากการถกวิถีเต๋ารอบสองก็เป็นได้”
มันเป็นน้ำเสียงข่มขู่
แต่เหมือนไฮว่คงจื่อจับน้ำเสียงนั้นไม่ได้ เขายังคงยิ้มกล่าว “สหายเต๋าโปรดวางใจเถอะ”
ฉือซงจื่อได้แต่คำรามเสียงเย็นแล้วไม่พูดอะไรอีก
ทว่าเล่ยฝูกลับมุ่นคิ้วมองไฮว่คงจื่อ จากนั้นเหมือนเขาจะตกอยู่ในภวังค์ความคิด เขารู้สึกว่านับตั้งแต่ที่ไฮว่คงจื่อกลับโถงบรรจบมาเมื่อหลายวันก่อน ทัศนคติของอีกฝ่ายก็ดูเปลี่ยนไป
ไม่ใช่เพียงเล่ยฝูเท่านั้น กระทั่งเหวินถิงและอวี่เจินก็สังเกตเห็นเช่นกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่กันแน่
แต่ไม่ว่าอย่างไร เหวินถิงก็ยังถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นกู่เยี่ยนได้รับความช่วยเหลือจากอวี้จิ่วหุยกับเย่เฉินเช่นนั้น
ตอนนี้ฝั่งเขาเทพพยากรณ์เหลือเพียงเฉินซี กู่เยี่ยน และถูเมิ่งเท่านั้น ดังนั้นหากเกิดเรื่องกับกู่เยี่ยน เขาเทพพยากรณ์ก็นับว่าแพ้อย่างหนักหน่วงไปในรอบแรกแล้ว
…
ในคืนเดียวกันนั้นเอง แสงจันทร์สาดส่องสว่าง ดวงดาราที่ลอยล้อมรอบให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง
เฉินซีนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านข้างริมผา รอบตัวโอบล้อมไปด้วยทะเลเมฆ เป็นภาพอันเงียบสงบและดูองอาจภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนนัก
นับตั้งแต่ที่แยกทางกับคงโหยวหราน เขาก็ยังไม่พบร่องรอยศิษย์เขาเทพพยากรณ์คนอื่น ๆ เลย
ถึงขั้นที่แม้แต่ศัตรูสักคนก็ยังไม่เจอ
หากเป็นเขาคนเดียวที่เข้าร่วมการถกวิถีเต๋าในครั้งนี้ เจอแบบนี้ก็คงดีใจยิ่ง อย่างน้อยเขาก็ได้หม้อจารึกเต๋าโบราณมาแล้วหนึ่ง ไม่ต้องเจอศัตรูให้มาแย่งชิงกันอีก หากเป็นเช่นนี้ได้ก็คงดียิ่ง
แต่เฉินซีไม่ได้มาคนเดียว เขาเป็นตัวแทนจากเขาเทพพยากรณ์ มีสหายมีศิษย์อีกหลายคนที่เข้าร่วมการถกวิถีเต๋าด้วย
ดังนั้นจะมองแค่ตัวเขาคนเดียวไม่ได้
เข็มทิศพลิกลักษณ์…. นิกายอำนาจเทวะ…. พวกเจ้าจะต้องชดใช้! เฉินซีคิดในใจ สีหน้ายังคงความว่างเปล่า หากแต่นัยน์ตากลับเผยแววเยือกเย็นเสียดลึกถึงกระดูก
เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนยืนขึ้น จากนั้นจึงเดินหน้าต่อ แต่ทันใดนั้นก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมา
“เอ๊ะ!” พร้อมกันนั้นเอง น้ำเสียงประหลาดใจก็ดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ
จากนั้นเงาร่างของคนสองคนก็แวบเข้าปรากฏภายใต้ม่านราตรี น่าแปลกใจนักที่เป็นเย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยนั่นเอง