ตอนที่ 1980
บทที่ 1980 ชุดเหตุการณ์ต่อเนื่อง
October 21, 2026
บทที่ 1980 ชุดเหตุการณ์ต่อเนื่อง
………………..
บทที่ 1980 ชุดเหตุการณ์ต่อเนื่อง
วูบ!
เสียงของเฉินซียังคงไม่สร่างสิ้น ขณะที่คลื่นพลังแผ่วบางสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นที่มุมรถม้า ก่อนจะก่อร่างเป็นคนผู้หนึ่ง
ร่างนั้นสูงใหญ่กำยำเช่นขุนเขา รูปลักษณ์หยาบกร้าน หน้าผากกว้าง ให้บรรยากาศดุดันนิ่งงันเช่นศิลา ปรากฏว่านั่นคือถูเมิ่ง!
เมื่อได้ยินเสียงเฉินซี ถูเมิ่งก็รีบร้อนกล่าว “อาจารย์อา นี่เป็นหน้าที่ข้า ท่านอย่าพูดเช่นนั้นเลยขอรับ”
เฉินซีแย้มยิ้ม ก่อนจะมองไปที่ม่านรถม้า
“อาจารย์อาอย่าห่วงเลย ข้าวางข้อจำกัดไว้ในรถม้านี้ ผู้ใดภายนอกไม่มีทางได้ยินบทสนทนาของเราขอรับ” ถูเมิ่งรับรู้ความคิดของเฉินซีทันที เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็ถามด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย “อาจารย์อา เหตุใดท่านจึงยังปกปิดตัวตนขอรับ?”
เฉินซีกล่าวอย่างจนใจ “ข้าสภาพเป็นเช่นนี้ แล้วหากข้าไม่ปกปิดตัวตน ผู้ใดจะเชื่อข้า?”
ถูเมิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “อาจารย์อา เราช่วยพวกเขาสลายอันตรายถึงตายนั่นไปแล้ว เหตุใดไม่ฉวยโอกาสนี้แยกตัว ให้ข้าพาท่านกลับสำนักกันขอรับ?”
เห็นได้ชัดว่าผู้จัดการกับศัตรูของเสวี่ยอวิ๋นคือถูเมิ่ง!
เขาบรรลุเป็นจ้าวเอกภพในแดนรวนเรลืมเลือน และเฉินซีก็ซ่อนเขาไว้ในระเบียนแดนมรณะด้วยกันกับกู่เยี่ยนและอาเหลียง
ไม่กี่วันมานี้ เฉินซีฟื้นพลังได้เพียงเสี้ยวเล็ก ๆ แม้จะยังไม่อาจขยับตัว เขาก็สามารถใช้งานระเบียนแดนมรณะได้แล้ว จึงเชิญถูเมิ่งออกมาพิทักษ์ข้างกาย ก่อนหน้านี้ ยามสังเกตพบอันตรายมุ่งหน้าเข้าใกล้ เฉินซีก็ส่งถูเมิ่งออกไปจัดการกับอันตรายถึงตายที่เสวี่ยอวิ๋นเผชิญทันที
ขณะนี้ เมื่อเห็นสภาพอ่อนแอของเฉินซี ถูเมิ่งก็อดรู้สึกสุดแสนเป็นกังวลมิได้ จึงเผยเจตนาว่าจะรีบพาเฉินซีกลับสำนักเพื่อฟื้นตัว
ทว่าเฉินซีปฏิเสธคำเสนออย่างเด็ดเดี่ยว “ยามนี้ยังไม่ถึงเวลา”
ถูเมิ่งผงะไป ก่อนจะเกาหัวพูดด้วยสีหน้ามึนงง “อาจารย์อา หรือท่านนึกชอบแม่หนูนั่นขึ้นมาขอรับ?”
เฉินซีหัวเราะแล้วปรามาส “ไสหัวไป! ปากเจ้านี่ไม่มีอะไรดีเลย”
ถูเมิ่งหัวเราะคิกคัก
“เสวี่ยอวิ๋นช่วยเหลือข้าไว้มาก ไม่ต่างจากช่วยชีวิตข้าเลย บุญคุณนี้ใหญ่หลวง ข้าจึงต้องตอบแทนอย่างดีที่สุด หาไม่ ในใจข้าจะนึกเสียใจไปชั่วชีวิต” เฉินซีสูดหายใจลึก ก่อนจะกล่าวอย่างเคร่งขรึม
นี่คือการประพฤติตนของเฉินซี หากผู้ใดดีต่อเขา เขาจะตอบแทนสิบเท่า!
“อืม เช่นนั้นข้าก็จะติดตามอาจารย์อาจนจบเอง” ถูเมิ่งพยักหน้า เชื่อฟังการตัดสินใจของเฉินซีอย่างไร้เงื่อนไข
“จากนี้ ให้เจ้ารับหน้าที่ปกป้องพวกเขาอย่างลับ ๆ ส่วนข้าจะทำสมาธิ เร่งฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด” หลังตัดสินใจแล้ว เฉินซีก็ไม่เสียเวลา หลับตาเข้าสู่ภวังค์สมาธิลึกล้ำทันที
ขณะเดียวกัน ร่างของถูเมิ่งวูบไหว แปรเปลี่ยนเป็นเงามายาซ่อนในเงาของรถม้าสมบัติทันที
…
จ๊อก~ จ๊อก~
กระแสปราณชักนำพลังชีวิตในกายเฉินซีโคจรทั่วทั้งร่างเขาเช่นสายธารรินอย่างไม่หยุดหย่อน
สองสามวันมานี้ ในที่สุดเฉินซีก็สามารถขยับพลังชีวิตบ่มเพาะได้ แต่พลังชีวิตของเขายังคงอ่อนแอเกินไป พลังที่นำโคจรได้ก็เล็กจ้อยเสียจนน่าสงสาร
หากเขาฟื้นตัวด้วยความเร็วเช่นนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้เวลาสองเดือนกว่าที่จะโคจรเอกภพในกาย ใช้อำนาจของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬได้
แต่เฉินซีก็มิได้ถอดใจ นอกจากบ่มเพาะ เขาก็จับตามองชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากในห้วงจิตสำนึกเป็นระยะ ๆ
เขาจำได้แม่นยำว่า ยามเขาอยู่ในแดนวิปโยค แผนภาพวารีหลากกระทำการเกินคาดคิด กลืนกินตราประทับยุคสมัยทั้งแปดที่อาละวาดอยู่ในกายเขาเข้าไป
เพราะเหตุไม่คาดฝันนี้เอง สติสัมปชัญญะจึงเข้าสู่สภาวะประหลาด ท้ายที่สุด เขาก็ไม่อาจจับต้นชนปลายได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวหอบออกจากแดนวิปโยคไปด้วยวิธีการอันประหลาดพิศวง
แม้เฉินซีจะยังไม่อาจคาดคิดถึงเหตุผลที่แน่ชัดได้จนบัดนี้ เขาก็ตัดสินคร่าว ๆ ได้ว่าสิ่งที่ทำให้เขาสุดแสนอ่อนแอยามนี้ก็น่าจะเป็นแผนภาพวารีหลาก!
มันตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?
นั่นคือคำถามที่เฉินซีคิดไม่ตกที่สุดในขณะนี้!
นับแต่เขาเข้าไปสู่แดนวิปโยค ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากก็เหมือนเปลี่ยนท่าที กระทำการเกินคาดคิดหลายต่อหลายครั้งติดกันเป็นลูกโซ่ สุดแสนผิดปกติ ทำให้เฉินซีรู้สึกร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย และต้องการเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้อย่างเร่งด่วน
น่าเสียดาย ไม่ว่าเขาจะพยายามเช่นไร เขาก็ไม่อาจได้ข้อมูลอะไรจากชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากเลย
มันนิ่งงันดุจจำศีลไปอีกครั้ง และเฉินซีก็ไม่อาจกระตุ้นกระเตื้องอะไรมันได้
ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากแปดชิ้น กลืนตราประทับยุคสมัยแปดชิ้นเข้าไป นี่มันบังเอิญหรือมีความเชื่อมโยงอะไรต่อกัน? บางทีหากข้าหาชิ้นส่วนสุดท้ายพบ ข้าก็อาจคลี่คลายปริศนานี้ได้กระมัง?
“เป็นเช่นไร?” ขณะที่เฉินซีเข้าสู่การบ่มเพาะสมาธิ หลีเหวินไท่ก็เสวนากับเสวี่ยอวิ๋นซึ่งเพิ่งกลับจากรถม้าของเฉินซี