ตอนที่ 1140
บทที่ 1142 สามสาวแย่งชิง
October 22, 2026
บทที่ 1142 สามสาวแย่งชิง
เมื่อครู่นี้ฉินเฟิงแผ่รังสีสังหารออกมาจนทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงแผ่นหลัง
ทว่าตอนนี้ฉินเฟิงกลับเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
การเปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก
ในตอนนั้นฉินเสี่ยวฝูได้ยินข่าวจึงวิ่งเข้ามา เห็นบรรยากาศในห้องโถงด้านหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด เขาจึงรีบตะโกนเสียงดัง
“คุณชายของข้าเกลียดชังความชั่วร้ายและห่วงใยประชาชนทั่วหล้ามาโดยตลอด”
“ผู้ใดกล้าทำร้ายประชาชนขอต้าเหลียงจะต้องกลายเป็นศัตรูถึงตายของคุณชาย”
“แม้วันนี้จะเป็นวันมงคล แต่ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตผู้คน ไม่ว่าจะเป็นสามัญชนหรือขุนนางผู้สูงศักดิ์ หากเป็นผู้บริสุทธิ์ คุณชายของข้าจะปกป้องสุดความสามารถ”
ภายใต้การปลอบประโลมของฉินเสี่ยวฝูสีหน้าของแขกในที่นั้นจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เสียงหัวเราะในห้องโถงด้านหน้าดังขึ้นอีกครั้งฉินเสี่ยวฝูจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาวิ่งกระตุกกระตักมาหน้าฉินเฟิงเช็ดเหงื่อที่หน้าผากแล้วยิ้มกว้างให้ฉินเฟิงแสดงว่าปัญหาเล็กน้อยเช่นนี้ ให้ข้ารับใช้จัดการได้
ในตอนนั้นเสิ่นชิงฉือและหลิ่วหงเหยียนกลับมา
เนื่องจากทั้งสองนางยังไม่ได้ออกเรือน งานต้อนรับแขกจึงไม่มีทางตกมาถึงพวกนาง
แต่พวกนางในฐานะพี่สาว ย่อมเป็นห่วงเป็นธรรมดา จึงรีบวิ่งไปดักรออยู่ที่หัวถนนแต่เช้า
เมื่อเห็นขบวนเจ้าสาวมาถึง ก็รีบวิ่งกลับมาแจ้งฉินเฟิงทันที
“มาแล้ว! มาแล้ว!”
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้ายังยืนเหม่ออยู่ทำไม รีบกลับไปเปลี่ยนชุดเร็วเข้า”
ภายใต้การเร่งรัดของหลิ่วหงเหยียนและเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงจึงกลับไปเปลี่ยนชุดแต่งงานที่เรือนหลัง ในฐานะอ๋อง ชุดแต่งงานมีหลายชุดด้วยกัน
ชุดต้อนรับแขกเป็นหนึ่งชุด ชุดประกอบพิธีแต่งงานก็เป็นอีกชุดหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน ขบวนส่งเจ้าสาวเหลือระยะทางเพียงถนนสายสุดท้ายก่อนถึงตระกูลฉิน
แต่กลับเกิดเรื่องขึ้นที่ถนนสายนี้เสียนี่!
ขบวนส่งเจ้าสาวจากวังหลวงมีขนาดใหญ่ที่สุด เพียงแค่ขันทีและนางกำนัลที่คอยอารักขาหลี่เซียวหลานก็มีมากกว่าร้อยคน
นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีที่ตีฆ้องร้องป่าว และทหารรักษาพระองค์ที่คอยรักษาความปลอดภัยอีกร้อยคน
ขบวนอันยิ่งใหญ่ทอดยาวไปกว่าสามร้อยก้าว
และรถม้าที่อยู่กลางขบวนส่งเจ้าสาวก็คือพาหนะของหลี่เซียวหลาน
หลี่เซียวหลานเป็นองค์หญิงหมิ่งเยว่ผู้เลอโฉมอันดับหนึ่งแห่ต้าเหลียงอีกทั้งกำลังจะได้เป็นพระชายา ด้วยฐานะและตำแหน่งเช่นนี้ รถม้าจึงต้องมีระดับสูงสุด!
เพียงแค่ม้าขาวที่ใช้ลากรถม้าก็มีถึงหกตัว
หลี่เซียวหลานสวมชุดแต่งงานสีดำสลับแดง สวมผ้าคลุมหน้าที่ปักลายหงส์ทอง นั่งอยู่ในรถม้า โดยรอบถูกบดบังด้วยผ้าแพรสีแดงที่แสดงถึงความเป็นมงคล
ส่วนทางด้านซ้ายของขบวนส่งเจ้าสาวจากวังหลวง คือขบวนของจิ่งเชียนอิ่ง
ขบวนนี้ก็มีขนาดไม่เล็ก เมื่อรวมผู้คนทั้งหมดเข้าด้วยกันก็มีถึงหนึ่งร้อยหกสิบกว่าคน
หากจะพูดกันตามจริงแล้ว สถานะของจิ่งเชียนอิ่งนั้นสูงกว่าหลี่เซียวหลานอยู่หนึ่งขั้น
เพราะจิ่งเชียนอิ่งคือฮ่องเต้หญิงแห่งเป่ยตี๋มีสถานะเทียบเท่าฮ่องเต้ต้าเหลียง
แต่ว่า
จิ่งเชียนอิ่งแต่งงานกับฉินเฟิงกลายเป็นพระชายาแห่งต้าเหลียงดังนั้นจิ่งเชียนอิ่งจึงมีสถานะสองอย่าง
ในเป่ยตี๋นางคือฮ่องเต้หญิงผู้สูงส่ง แต่ในแคว้นต้าเหลียงนางกลับเป็นเพียงพระชายาที่มีสถานะรองจากฮ่องเต้ต้าเหลียง
ด้วยเหตุนี้ การที่ขบวนส่งเจ้าสาวของจิ่งเชียนอิ่งมีขนาดเล็กกว่าหลี่เซียวหลานหนึ่งระดับ จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
เมื่อเทียบกับชุดแต่งงานสีแดงสดของหลี่เซียวหลาน จิ่งเชียนอิ่งกลับใช้ธรรมเนียมของเป่ยตี๋สวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์
อาภรณ์ขาวดุจหิมะปกคลุมทั่วร่าง สวมมงกุฎหงส์สีขาว นั่งตัวตรงอยู่ในรถม้า