ตอนที่ 1141
บทที่ 1143 ใครกันแน่ที่เป็นตัวตลก
October 22, 2026
บทที่ 1143 ใครกันแน่ที่เป็นตัวตลก
“พูดเรื่องไร้สาระ! แม้จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันและต่างก็เป็นชายา แต่ก็ต้องมีลำดับสูงต่ำ”
“ตามหลักการแล้ว องค์หญิงหมิ่งเยว่ควรจะเดินนำหน้า แต่ธรรมเนียมก็คือธรรมเนียม เจ้าสาวบ้านไหนจะยอมเดินตามหลังผู้อื่น?”
“เหตุการณ์แบบนี้ มีแต่ตระกูลฉินเท่านั้นที่จะก่อเรื่องได้”
“ฉินอ๋องเองก็เป็นคนเอาแต่ใจ งานแต่งงานครั้งนี้ก็สร้างความวุ่นวายไปทั่ว ฮ่า ๆๆ ช่างน่าขันเสียจริง!”
“น่าขันรึ? เขาแต่งภรรยาพร้อมกันถึงสามคน หนึ่งคือองค์หญิง หนึ่งคือฮ่องเต้หญิง และอีกคนเป็นบุตรีขุนนาง ข้าก็อยากสร้างเรื่องตลกแบบนี้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือพวกเรามีคุณสมบัติพอหรือไม่?”
“ใครจะว่าไม่ใช่เล่า? ความยิ่งใหญ่ของฉินอ๋องนี้ มีเพียงหนึ่งเดียวในต้าเหลียง”
“ฮ่า ๆๆ ก็นับเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำอยู่”
ชาวบ้านที่มาชมความครึกครื้น ย่อมไม่รังเกียจที่จะเห็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โต
ขบวนทั้งสามต่างไม่มีใครยอมใคร หากยังคงวุ่นวายต่อไป ถ้าพลาดเวลามงคลจะทำอย่างไร?
สุดท้ายจวนหนิงกั๋วกงก็ยอมถอยออกไปก่อนตามการชี้แนะของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์
ไม่ว่าจะเป็นภูมิหลังของครอบครัว หรือสถานะในการเข้าสู่ตระกูลฉิน เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ล้วนด้อยกว่าอีกสองคน การที่นางยอมถอยไปก่อนจึงนับว่าสมเหตุสมผล
ด้วยเหตุนี้ที่สี่แยกจึงเหลือเพียงสองขบวนเท่านั้น
แต่บรรยากาศในที่เกิดเหตุไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย กลับยิ่งดุเดือดกว่าเดิมเสียอีก
นางกำนัลใหญ่และสาวใช้อาวุโสถึงกับวิ่งไปด้านหน้าขบวน เอามือเท้าเอว ชี้หน้าด่าทอกันไปมา
“หลีกทางให้องค์หญิงผ่านก่อน!”
“ทำไมต้องทำแบบนั้น! ฮ่องเต้หญิงต้องผ่านก่อน!”
“เจ้าช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่า กล้าให้องค์หญิงเดินตามหลังผู้อื่น? ระวังจะถูกลงโทษเอานะ!”
“อย่ามาขู่ข้า คุณหนูทั้งสองของตระกูลฉินก็บอกแล้วว่าห้ามดูหมิ่นฮ่องเต้หญิงเด็ดขาด จะเดินพร้อมกันหรือให้ฮ่องเต้หญิงเดินก่อน ไม่อย่างนั้นเลิกคุยกันไปเลย!”
ที่นางกำนัลใหญ่และสาวใช้อาวุโสแข็งกร้าวเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อเอาหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเจ้าสาวที่พวกนางรับใช้ต่างก็ตั้งครรภ์อยู่
การแต่งงานเพราะท้องก่อน หากต้องตกเป็นรองผู้อื่น ชีวิตหลังแต่งงานคงจะลำบากยากเข็ญยิ่งนัก
แม้ทุกคนจะรู้ว่าฉินเฟิงจะไม่มีทางดูหมิ่นเจ้าสาวทั้งสอง แต่ธรรมเนียมก็คือธรรมเนียมห้ามฝ่าฝืน!
เห็นนางกำนัลใหญ่และสาวใช้อาวุโสกำลังจะตีกัน ในจังหวะสำคัญเสี่ยวเซียงเซียงก็วิ่งเข้ามา
“ทุกคนอย่าทะเลาะกันเลย”
“คุณหนูสี่บอกว่า ในตระกูลฉินนั้นลำดับอาวุโสสำคัญ นางเป็นน้องเล็กสุด ให้คุณหนูสามเดินก่อน”
เมื่อจิ่งเชียนอิ่งออกปากเช่นนี้ สาวใช้อาวุโสก็ไม่ยืนกรานอีกต่อไป
ในตอนที่ขบวนส่งเจ้าสาวกำลังจะเปิดทางให้ชูเฟิงก็วิ่งมาถึง
“คุณหนูสามบอกว่าคุณหนูสี่คือฮ่องเต้หญิง แม้จะมาแต่งงานที่ต้าเหลียงแต่หากเดินอยู่หลังผู้อื่น เมื่อข่าวแพร่กลับไปถึงเป่ยตี๋จะไม่ทำให้ราษฎรเป่ยตี๋ครหานินทาหรือ?”
“ให้คุณหนูสี่เดินนำไปก่อน”
แม้หัวหน้านางกำนัลจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดดูดี ๆ สิ่งที่หลี่เซียวหลานพูดก็ไม่ผิด
งานแต่งงานเป็นงานมงคล หากเรื่องนี้ทำให้ราษฎรเป่ยตี๋วิพากษ์วิจารณ์ ก็จะกลายเป็นปัญหาลุกลามบานปลาย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมเสี่ยวเซียงเซียงจำต้องวิ่งกลับไปสอบถามอีกครั้ง
จากนั้นก็กลับมาที่หน้าขบวน พูดอย่างจนปัญญา “คุณหนูสี่บอกว่า คุณหนูสามคือองค์หญิงหมิ่งเยว่แห่งต้าเหลียงสมควรเดินนำไปก่อน”
ชูเฟิงก็ทำหน้าจนใจเช่นกัน “คุณหนูสามก็บอกว่า ให้คุณหนูสี่เดินนำไปก่อน งานแต่งงานครั้งนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับตระกูลฉิน แต่ยังเกี่ยวข้องกับมิตรภาพระหว่างสองแคว้นด้วย”
“ให้คุณหนูสี่เดินนำไปก่อน”
“ให้คุณหนูสามเดินนำไปก่อน”
เมื่อครู่ขบวนส่งเจ้าสาวทั้งสองยังถกเถียงกันจนหน้าแดงหูแดง แทบจะกระโจนเข้าไปต่อยตีกัน
แต่ตอนนี้กลับถ่อมตัวให้กันและกัน ไม่มีใครยอมเดินนำไปก่อน
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงยืนกรานไม่ยอมกัน เสิ่นชิงฉือก็วิ่งเข้ามา