ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 เจ้าทำเช่นนี้ น่าสนุกนักหรือ?
September 21, 2026
ภายในท้องพระโรงเกิดเสียงอื้ออึง
“ท่านอ๋องจิ้ง?”
“นางปรารถนาจะแต่งงานกับท่านอ๋องจิ้ง…”
“แต่งกับองค์รัชทายาทดีจะตาย ทำไมถึงเลือกอ๋องจิ้ง”
“นางไม่รู้หรืออย่างไรว่าท่านอ๋องจิ้งในตอนนี้…”
เสิ่นเย่าได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเขา กระทั่งฮ่องเต้ก็ทรงเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี “เกรงว่านี่จะไม่เป็นธรรมต่อเจ้าเท่าใดนัก เราว่าเราเลือกเชื้อพระวงศ์คนอื่นที่เหมาะสมให้เจ้าดีกว่า”
ทว่าเสิ่นเย่ากลับยืนกรานแน่วแน่ “หม่อมฉันซาบซึ้งในพระเมตตาของฝ่าบาท แต่หม่อมฉันได้ตั้งสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพุทธไว้แล้วว่า ในชาตินี้จะต้องเป็นอ๋องจิ้งเท่านั้น ขอฝ่าบาททรงประทานราชานุญาตด้วย”
นางโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างหนักแน่น จนเกิดเสียง “ตึง” ดังขึ้นมา
อ๋องจิ้ง เซี่ยยวน เป็นพระอนุชาต่างมารดาของฮ่องเต้ เป็นพระโอรสลำดับที่เก้าในเชื้อพระวงศ์
เมื่อครั้งตอนที่ฮ่องเต้ยังเป็นเพียงองค์ชายและต้องต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทกับเหล่าพระเชษฐาพระอนุชา เซี่ยยวนยืนหยัดเคียงข้าง ช่วยเหลือพระองค์จากภัยอันตรายมานับครั้งไม่ถ้วน ให้การสนับสนุนจนพระองค์ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ได้สำเร็จ ภายหลังยังได้นำทัพไปปราบปรามความวุ่นวาย ขยายอาณาจักร สร้างคุณูปการไว้อย่างล้นหลาม
เมื่อปีกลาย ในขณะที่กำลังกรำศึกอยู่ที่แดนตะวันตกเฉียงเหนือ จู่ๆ เซี่ยยวนก็สิ้นสติ บัดนี้ยังคงนอนนิ่งอยู่ในจวนอ๋อง ไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตื่น
แพทย์ที่ได้ตรวจดูต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาอาจจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิต
เรื่องเหล่านี้ เสิ่นเย่ารู้ดีทั้งหมด
นางยังรู้อีกว่า ชาติที่แล้ว เซี่ยยวนตื่นขึ้นในปีที่สามที่นางออกเรือน
ปีนั้นชีวิตของเสิ่นเย่าไม่ได้ราบรื่นนัก นางไม่มีบุตรเสียที ฮองเฮาจึงจัดหาพระชายารองให้เซี่ยจิ่งชู
เทียบกับเสิ่นเย่า พระชายารองได้รับความโปรดปรานจากเซี่ยจิ่งชูมากกว่า คนในตำหนักบูรพาต่างก็ให้ความเคารพยำเกรงต่อนาง
หลังจากเซี่ยยวนตื่นขึ้น เซี่ยจิ่งชูได้พาเสิ่นเย่าและพระชายารองไปเยี่ยมผู้เป็นเสด็จอาที่จวนอ๋องจิ้ง
ขากลับ พระชายารองจงใจวางอุบาย ให้รถม้าควบออกไปโดยไม่รอเสิ่นเย่า
เสิ่นเย่าไม่รู้ทางกลับ ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนพานางกลับตำหนักบูรพา แต่เชื้อพระวงศ์สกุลเซี่ยทุกคนต่างรู้ดีว่าองค์รัชทายาทชิงชังนาง ไม่มีใครกล้าทำให้องค์รัชทายาทขุ่นเคือง จึงไม่มีคนยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ในขณะที่เสิ่นเย่าแทบจะสิ้นหวัง เสียงบุรุษอ่อนล้าแผ่วเบาแต่เสนาะหูดังขึ้นด้านหลัง “รถม้าจัดเตรียมไว้แล้ว มาทางนี้เถอะ”
เสิ่นเย่าหันกลับไปมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เซี่ยยวนภายใต้อาภรณ์ตัวหลวมสีดำสนิทนั่งอยู่บนรถเข็น ใบหน้าหมดจดซูบตอบซีดขาว แต่เมื่อเห็นสีหน้าของนาง เขากลับระบายยิ้มจางๆ “หรือว่าหลานสะใภ้จะรับประทานมื้อเย็นที่จวนอ๋องจิ้งด้วยกัน”
“ไม่...”
เสิ่นเย่าตั้งใจจะปฏิเสธ ทว่าเพียงแค่เอื้อนเอ่ย น้ำตากลับหลั่งรินอาบแก้ม
นางไม่เข้าใจเลยว่าเหตุไฉนทุกคนถึงกลั่นแกล้งนาง นางทำสิ่งใดผิดหรือ นางแค่ไม่มีคนคอยหนุนหลังแล้วเท่านั้นเอง แต่คนในตระกูลของนางต่างสละชีพเพื่ออาณาประชาราษฎร์มิใช่หรือ!
ความคับข้องที่สะสมอยู่ในใจมานาน พังครืนลงต่อหน้าเซี่ยยวน
เซี่ยยวนดูเหมือนจะถอนหายใจ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อยื่นให้นาง
เสิ่นเย่าร่ำไห้อยู่นานเพียงใด เขาก็อยู่เคียงข้างนางนานเพียงนั้น
หลังจากครั้งนั้น เสิ่นเย่าก็ไม่เคยพบเซี่ยยวนอีกเลย
แต่เรื่องนี้... นางจดจำอยู่ในใจเนิ่นนาน
ฮ่องเต้ที่อยู่เบื้องบนนิ่งเงียบคิ้วขมวด แต่ฮองเฮาที่อยู่ข้างๆ กลับแย้มสรวลอ่อนโยน “ในเมื่อคุณหนูตระกูลเสิ่นตั้งใจแน่วแน่ว่าจะอภิเษกกับน้องเก้า เช่นนั้นก็เติมเต็มความปรารถนาให้นางเถอะ”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองฮองเฮา แล้วมองเสิ่นเย่าที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าไม่ยอมลุกขึ้น ในที่สุดก็ตอบตกลง “เอาเถอะ”
พระองค์ขมวดคิ้ว “ตระกูลของเจ้าเหลือเพียงเจ้าคนเดียว อ๋องจิ้งก็ยังสลบไสลไม่ได้สติ งานอภิเษกของพวกเจ้า ทางวังหลวงจะเป็นผู้ดูแลจัดการให้ทั้งหมด”
เสิ่นเย่าโขกศีรษะคำนับอีกครั้ง “ขอบพระทัยฝ่าบาท”
นางไม่ต้องการแต่งงานกับเซี่ยจิ่งชูเดินซ้ำรอยความเจ็บปวด เซี่ยยวนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ประการแรก ในช่วงสองปีที่เซี่ยยวนยังคงหลับใหล เสิ่นเย่าสามารถใช้เวลานี้หาทางออกให้ตัวเอง
ประการที่สอง ชาติที่แล้ว แม้ท้ายที่สุดเซี่ยยวนจะฟื้นตื่นขึ้นมา แต่เพราะการดูแลของบ่าวไพร่ในจวนไม่ดีพอ ขาทั้งสองข้างของเขาจึงพิการถาวร ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนรถเข็น
เซี่ยยวนเคยหยิบยื่นความเมตตาที่หาได้ยากยิ่งให้แก่เสิ่นเย่า นางจึงปรารถนาจะดูแลเขาในยามที่เขาลำบาก อย่างน้อยก็ให้เขาสามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง