ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 มีชายหนุ่มนอนอยู่ข้างกาย
September 21, 2026
โต๊ะเครื่องแป้งถูกจัดวางไว้ในห้องข้างเคียง ดูก็รู้ว่าเพิ่งซื้อมาใหม่ ทำจากไม้หนานมู่ ฝีมือประณีต เนื้องามเป็นมันวาวไปทั้งหลัง
ด้านบน มีกระจกทรงดอกกระจับใสกระจ่างวางอยู่ พร้อมทั้งตลับเครื่องแป้งลวดลายอ่อนช้อย
“ท่านอ๋องไม่ได้เห็นรูปโฉมของคุณหนูในวันมงคลเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายจริงๆ”
ชิงเชวี่ย สาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านเดิมของเสิ่นเย่าเปรยขึ้นอย่างแผ่วเบา ในขณะที่กำลังปลดปิ่นปักผมให้นาง
เสิ่นเย่ายิ้มจางๆ “ไม่มีอะไรน่าเสียดายหรอก บนโลกนี้ สตรีงามมากมายราวกับหมู่เมฆ ข้าไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย”
นางมีอายุเพียงสิบเจ็ดปี ในขณะที่เซี่ยหยวนอาวุโสกว่านางถึงสิบปี
สิบปีที่มากกว่านั้น เซี่ยหยวนย่อมเคยพบพานหญิงงามมามากมาย ทั้งอ่อนหวาน ทั้งพริ้มพราย เยี่ยงนั้นแล้ว ใบหน้าของเสินเย่าคงธรรมดาเกินไปในสายตาเขา
แต่กระนั้น แม้จะมีหญิงงามมากมายอยู่รอบตัว แต่เชี่ยยวนก็ยังครองตัวเป็นโสดมานานหลายปี
ลือกันว่าเขามีนางในดวงใจอยู่แล้ว
เสิ่นเย่านึกภาพไม่ออกเลยว่า สตรีที่ทำให้อ๋องจิ้งลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้จะต้องมีความงามที่น่าทึ่งเพียงใด
หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสิ่นเย่าก็ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดนอนสีขาวนวลราวกับแสงจันทร์
ชิวซานได้นำหมอนและผ้าแพรใหม่เอี่ยมมาปูไว้ข้างกายเซี่ยยวน
เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ บ่าวไพร่ก็ถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่
เสินเย่าขึ้นเตียงอย่างแผ่วเบา แล้วนอนลงเคียงข้างเซี่ยยวน
เตียงหลังนี้กว้างขวางพอที่จะเว้นให้ทั้งสองมีระยะห่างกันพอสมควร เสิ่นเย่าได้กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ รวมถึงสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเซี่ยยวน
เฉกเช่นเดียวกับบิดาและพี่ชายของนาง เซี่ยยวนฝึกฝนร่างกายอย่างต่อเนื่องมาเนิ่นนาน อุณหภูมิบนร่างกายจึงสูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย
เสิ่นเย่าพลิกตัวตะแคง
ยามนี้รัตติกาลมืดมน แสงจันทร์เลือนราง ทว่าเทียนมงคลยังคงลุกโชน สาดส่องให้ห้องสว่างไสว
ใต้แสงเทียนสีอบอุ่น เสินเย่าจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเซี่ยยวน
โครงหน้าคมชัดดุจแนวภูผา ขนตาดกดำทอดเป็นเงาบางๆ
เพราะหลับใหลมาเป็นเวลานาน ริมฝีปากของเซี่ยยวนจึงซีดเซียว มีตอหนวดสีเขียวจางๆ ปรากฏอยู่ที่ใต้คาง
เสิ่นเย่าจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปรยขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ต้องขออภัยจริงๆ ที่เอ่ยปากจะแต่งงานกับท่านในยามที่ท่านหลับใหลไม่ได้สติ…”
“เปรี๊ยะ” เสียงประกายเพลิงจากไส้เทียนประทุขึ้นไม่ไกล
เสียงของเสิ่นเย่าขาดหายไปชั่วขณะ “แต่ข้าสัญญา ข้าจะดูแลท่านเป็นอย่างดี ข้าจะทำหน้าที่พระชายาอ๋องจิ้งให้สมบูรณ์”
……
เมื่อเทียบกับบรรยากาศรื่นเริงของจวนอ๋องจิ้ง ตำหนักบูรพากลับดูเงียบเหงาซึมเซา
รัชทายาทล้มป่วยมาหลายวัน แม้หมอหลวงจะมาตรวจดูอาการ รวมถึงกินยาไปบ้างแล้ว แต่อาการก็ไม่ทุเลาขึ้น
ฮองเฮาทรงขุ่นเคืองใจ มักจะติเตียนว่ากล่าวอยู่เสมอ จนบ่าวไพร่ในตำหนักบูรพาล้วนอกสั่นขวัญแขวน ก้มหน้าทำงานอย่างระแวดระวัง ไม่กล้าส่งเสียงพูดคุย
ทว่า เซี่ยจิ่งชูมิได้รู้ถึงเรื่องราวเหล่านี้เลย เขาเอนกายนอนนิ่งอยู่บนเตียง สติมึนงงสับสน
เขาฝันถึงพิธีอภิเษก ทว่าเจ้าบ่าวกลับเป็นตัวเขา
วันนั้นฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสื้อผ้าอาภรณ์รวมถึงรองเท้าชื้นแฉะเปรอะเปื้อน น่าอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง
กระทั่งตอนที่ก้าวเข้าไปในห้องหอ เขาเห็นเสิ่นเย่ากำลังนั่งอยู่บนเตียง
ผมดำขลับถูกรวบเกล้าเป็นมวยสูง เหนือศรีษะสวมมงกุฎหงส์อันวิจิตรตระการตา
ชุดวิวาห์สีแดงเพลิงปักลายวิหคขาวและเมฆมงคล ระยิบระยับพร่างพราวรับกับแสงเทียน
ชุดเจ้าสาวนี้เป็นฝีมือของนาง
บุตรีแห่งจวนแม่ทัพ ไม่ได้สันทัดเพียงการขี่ม้ายิงธนู ศิลปะการวาดภาพและงานฝีมือก็ไม่เป็นรองใคร
ยามนี้สองพวงแก้มของนางแดงระเรื่อ ใบหน้าก้มต่ำเปื้อนรอยยิ้มจางๆ ลักยิ้มข้างแก้มเอ่อล้นไปด้วยความหวานฉ่ำ
เซี่ยจิ่งชูมองนางอยู่เนิ่นนานไม่อาจละสายตา ลืมเลือนสายฝนที่ชวนให้หงุดหงิดรำคาญใจไปโดยสิ้นเชิง ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตนเองที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เบื้องหน้ามืดมัว เห็นเพียงมุ้งม่านไหมสีเขียวเข้มเหนือศีรษะ
เหงื่อผุดซึมไปทั่วทั้งกายจนรู้สึกเหนอะหนะ ผ่านไปพักใหญ่ถึงจะได้สติคืนกลับมา
“องค์รัชทายาททรงตื่นแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”
บ่าวไพร่คนสนิทเดินเข้ามาจากด้านนอก