ตอนที่ 1000
บทที่ 1000 เกิดมาเพื่อเป็นส่วนผสมสำคัญของยา
October 31, 2026
บทที่ 1000 เกิดมาเพื่อเป็นส่วนผสมสำคัญของยา
แสงเทียนริบหรี่ เหมือนหยูนซีลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปแล้ว เอนพิงนอนอยู่ตรงมุมผนังอย่างสนิท
กู้อ้าวเวยเดินก้าวข้ามต้นฉบับหลายแผ่นมาตรงหน้าของนาง ก่อนที่นางจะนั่งลง หยูนซี ลืมตาทั้งคู่ขึ้น ลุกขึ้นมาจากตรงมุมผนังนั้น มองสบตากู้อ้าวเวยแล้วพูดว่า “เจ้ายังกล้ามาตรงหน้าของข้าอีกหรือ?”
“ยังไงก็ยังมีคนคอยปกป้องใครอยู่ เจ้ากลับไม่มีใครปกป้อง” กู้อ้าวเวยนั่งลง
หลายวันมานี้ฝนตกน้อยลง วันนี้ไม่รู้ทำไมถึงได้ตกกะปริดกะปรอยลงมาอีก
หางตาหยูนซีฉายแววเฉยเมย แล้วก็กลายเปลี่ยนเป็นเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ มองดูนางอย่างจริงจังแล้วพูดว่า “เจ้าเหมือนกับแม่ของเจ้าเพียงไม่กี่ส่วน”
“หลิงเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อกลับมีรูปร่างหน้าตาคล้ายเจ้ามาก” กู้อ้าวเวยตั้งใจพูดเปลี่ยนเรื่อง
เมื่อได้ยินชื่อหลิงเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อ เห็นได้ชัดว่าหยูนซีอึ้งไปเล็กน้อย สักพักหนึ่งแล้วก็พูดขึ้นว่า “เจ้าเห็นพวกนางแล้วไม่ตกใจหรือ?”
กู้อ้าวเวยไม่ยินยอมที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนให้รู้อยู่แล้ว มองดูหยูนซีแล้วพูดว่า “พวกนางสบายดี หากตลอดชีวิตนี้เจ้าออกไปไม่ได้ ซ่านจินจื๋อก็จะดูแลพวกนางสองพี่น้องเป็นอย่างดี”
หยูนซีหัวเราะขึ้นมาหนึ่งครั้ง เงยหน้าแนบหัวพิงผนัง มันกำลังคิดได้ถึงเรื่องอะไรที่สนุก
หลังจากนั้นก็รัดผ้าที่ห่อกายไว้แน่น พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “หากตอนนั้นข้ากับแม่ของเจ้ามีความสามารถเพียงครึ่งเดียวของเจ้า บางทีตอนนี้ก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
ดูเหมือนหยูนซี กำลังจะเล่าเรื่องทั้งหมดในอดีตออกมา
ปกติหากนางพูดอะไรก็จะมีพวกนางกำนัลขันทีเข้ามาห้าม ตอนนี้กลับยืนอยู่ด้านข้างกันอย่างเงียบๆ
แสดงว่าฮ่องเต้ตั้งใจที่จะให้กู้อ้าวเวยรับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต
หยูนซีเห็นว่าไม่ถูกลงโทษ ในใจสบายขึ้น จึงขอน้ำชาจากกู้อ้าวเวยมาดื่มสองแก้ว แล้วก็เล่าเรื่องทั้งหมดในอดีตให้ฟังว่า “เจ้ารู้มั้ยว่าตอนนั้นตอนที่ฮองไทเฮายังเป็นเพียงพระสนม เคยถูกคนในตระกูลของข้าทำนายชะตาชีวิต?”
กู้อ้าวเวยจำเรื่องนี้ไม่ได้ จึงฟังหยูนซีพูดต่อว่า “ในคำทำนายชะตาชีวิตนั้นเคยบอกว่า ฮองไทเฮาจะต้องตายอยู่ในมือลูกของตัวเอง แล้วก็ในตอนนั้น นางถึงได้มีความคิดรับเอาฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเข้ามาอยู่ในตำหนักของตนเอง คนอื่นหัวเราะเยาะนางที่ไม่ทำเพื่ออนาคตของลูกตนเอง กลับไม่รู้ว่าตลอดเส้นทางนี้ฮองไทเฮากำลังเดินตามชะตาชีวิตของตน จากฟังคำทำนายแล้ว ก็เกิดความกลัวอย่างมาก”
กู้อ้าวเวยไม่เข้าใจ จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “ทำไมจะต้องอุ้มเด็กอีกคนหนึ่งมา?”
หยูนซีหัวเราะ มองดูกู้อ้าวเวยเหมือนดั่งกำลังมองดูคนโง่ “ก็เพื่อให้ลูกชายทั้งสองคนถ่วงดุลซึ่งกันและกัน นับดูแล้วก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในวังในหลายปีนี้”
กู้อ้าวเวยนิ่งเงียบไม่พูดอะไร รอฟังนางเล่าให้ฟังอย่างละเอียด
ที่แท้ในตอนนั้นถึงแม้ฮองไทเฮาจะเกิดอยู่ในตระกูลขุนนางชั้นสูง และยังเป็นถึงบุตรคนโต เดิมควรที่จะถูกเลี้ยงดูอย่างดี แต่ตอนที่นางคลอดนั้นได้เกิดพายุฝนตกอย่างหนัก ตอนที่อายุได้สองขวบสาวใช้ที่คอยดูแลอยู่สองคนได้ตกน้ำตายไปอย่างลึกลับ ตอนวันเกิดครบรอบสิบขวบ อาจารย์สอนส่วนตัวที่สนิทกับนางได้เสียชีวิตในวันเกิดของนาง หลังจากนั้นก็ได้มีนักทำนายคนหนึ่ง บอกว่านางมีชะตาชีวิตเป็นหงส์ แต่ตลอดชีวิตนี้จะไม่สามารถหลุดพ้นจากกิเลสและกองทุกข์ของตนเอง สุดท้ายก็จะตายโดยไม่มีโรค
“แต่ยังไงนี่ก็ยังถือว่ามีชะตาชีวิตเป็นหงส์ พ่อของนางยังคงเลี้ยงดูนางเพื่อที่จะได้เป็นฮองเฮาในอนาคต แม้แต่องค์ชายหลายคนก็ได้ยินเรื่องนี้ ต่างก็ต้องการที่จะสู่ขอนาง สุดท้ายคนที่สู่ขอนางไปได้ก็คือฮ่องเต้องค์ก่อน...”
หยูนซีพูดถึงตรงนี้ แล้วก็ส่ายหัวอย่างหนักใจ
ด้วยเพราะคำทำนายชะตาชีวิตนี้ เมื่อนางเข้าไปอยู่ในจวนของฮ่องเต้องค์ก่อนแล้วก็ได้เป็นพระชายา แต่ที่น่าแปลกก็คือสาวใช้ที่เป็นอคติกับนางในจวนถ้าไม่ป่วยตาย ก็จะตายไปอย่างลึกลับ เสด็จแม่ของฮ่องเต้องค์ก่อนได้รู้เรื่องนี้เข้า ก็ได้เรียกนักทำนายมาทำนายชะตาชีวิตอีก พูดเพียงว่านักทำนายในตอนนั้นเป็นเทพพิเศษ ตลอดชีวิตนี้ของฮองไทเฮา ทุกข์ลำบากยิ่งนัก ตอนนี้เพียงคำพูดประโยคเดียวของเทพวิเศษได้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของนาง โดยการใช้ชีวิตของคนอื่นมาทดแทน
กู้อ้าวเวยกลับรู้สึกน่าขำ “แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคนทำนายคนที่สองจะไม่ใช่เทพวิเศษ?”