ตอนที่ 999
บทที่ 999 ล่ามไว้ไม่อยู่
October 31, 2026
บทที่ 999 ล่ามไว้ไม่อยู่
“โตก...”
“ปัง...”
เสียงดังสองทีดังขึ้นข้างหู กู้อ้าวเวยยังไม่ทันรู้ตัว ก็เห็นหยูนซีถูกซางนิงจับกดไว้บนโต๊ะ แล้วด้านข้างมือของนาง มีปิ่นปักไว้หนึ่งอัน แทงลงกลางโต๊ะอย่างสั่นไหว
แสดงให้เห็นว่าหยูนซีใช้แรงเยอะแค่ไหน
ผ้าที่พันตัวไว้ค่อยๆล่วงลง เผยให้เห็นใบหน้าหยูนซีที่คล้ายกู้อ้าวเวย
ทั้งคู่มองตากัน กู้อ้าวเวยตื่นตกใจ ยกมือจับหน้าตัวเองอย่างคาดไม่ถึง
ซางนิงกดไหล่นางไว้แน่น มองดูกู้อ้าวเวยพร้อมพูดว่า “พระองค์บาดเจ็บตรงไหนไหม?”
“ไม่เป็นไร” กู้อ้าวเวยส่ายหัว ปล่อยให้นางกำนัลเข้ามาจับไหล่ของนางไว้
หยูนซีกัดฟันไว้แน่นดวงตาแดงก่ำ ถูกซางนิงโยนกลับไปยังตรงมุมเดิม สาวใช้สองคนถือโซ่ที่ล่ามไว้คนล่ะข้าง เกือบจะจับทั้งตัวของนางติดอยู่ตรงพื้นมุมกำแพง และปิ่นปักผมนั้นก็ถูกซางนิงหยิบขึ้นมายื่นให้กับนางกำนัลด้านข้าง มองดูหยูนซีแล้วพูดว่า “เจ้าคิดอยากทำอะไรกันแน่? นางเป็นคนเดียวที่สามารถรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้”
มองดูซางนิงแปบหนึ่ง กู้อ้าวเวยค่อยรู้ว่าซางนิงก็รู้เรื่องพวกนี้ดี จึงยกมือกอดอกรอฟังคำตอบอยู่เงียบๆ
กลับเห็นสีหน้าหยูนซีบูดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองดูหน้ากู้อ้าวเวย พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “ใบหน้าที่มีความคล้ายคลึงข้านั้น จะยิ่งทำให้ข้าตายเร็วขึ้น”
“ถึงข้ากับเจ้าต่างก็เป็นผู้หญิงหยุนเซ่อ แต่ระหว่างเราน่าจะไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด” กู้อ้าวเวยขมวดคิ้ว
“ก็เพราะเจ้าไม่ใช่สายเลือดข้า แต่มีใบหน้าที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ข้าต้องตกอับขนาดนี้” หยูนซีดิ้นรนขึ้นมา ข้อมือถูกโซ่ที่หนักขูดจนถลอก แต่นางกลับไม่รู้ตัวเลย หัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า “ตอนนี้มีเจ้าแล้ว เขายิ่งจะไม่เก็บข้าไว้แล้ว”
“เขา?” กู้อ้าวเวยอึ้งเล็กน้อย
และในตอนนี้ ประตูถูกเปิดออก ซ่านต้วนโฉงที่สวมด้วยชุดคลุมมังกรสีเหลืองค่อยๆเดินเข้ามา
ทุกคนคุกเข่าถวายบังคม กู้อ้าวเวยเพียงยืดหลังตรง เดินกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง คิดถึงวันนั้นที่ไปล่าสัตว์ครั้งแรก ฮ่องเต้มองดูนางอยู่สักพัก ตอนนั้นนางคิดเพียงว่าฮ่องเต้ต้องการความลับในมือนางเท่านั้น ตอนนี้ลองคิดดูแล้ว เกรงว่าตั้งแต่ตอนนั้น ฮ่องเต้ก็ไม่ชอบหน้าตัวเองแล้ว
ทั้งคู่มองตากัน แล้วก็ทำให้คิดได้ถึงความทรงจำเก่าๆ
สายตาของฮ่องเต้มองผ่านกู้อ้าวเวยอย่างเฉยเมย เหมือนกับมองดูเด็กเอาแต่ใจที่ยังไม่โต แต่สายตาที่มองดูหยูนซี กลับเยือกเย็น พูดขึ้นด้วยเสียงเข้มว่า “หากนางตาย ชีวิตของเจ้านี้ข้าก็จะไม่เก็บไว้”
“หากนางตายแล้ว คนที่สามารถเข้าใกล้ความมีชีวิตนิรันดร์ก็จะมีเพียงแค่คนเดียว” เมื่อหยูนซีเห็นเขา ก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เบิกบาน ไม่สนใจว่าตนเองนั่งอยู่ในมุมหนึ่งโดยสภาพที่ย่ำแย่ ตรงไหล่ที่ถูกจับกดไว้ยังรู้สึกเจ็บปวด
ซ่านต้วนโฉงเงียบไม่พูดอะไร
“นางมีรูปร่างหน้าตาสู้ข้ายังไม่ได้เลย ทำไมเจ้าถึงได้โปรดปราณนางถึงขนาดนี้?” หยูนซีเปลี่ยนคำพูดในทันใด อย่างค่อนข้างน้อยใจ
คำพูดนี้ฟังแล้วก็ค่อนข้างน่าแปลก
กู้อ้าวเวยขมวดคิ้วมองดูนาง “ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฮ่องเต้ หากพูดตามความจริงแล้ว เขาเป็นเสด็จพี่ของข้า”
ยังไงซ่านจินจื๋อก็เรียกเขาว่าเสด็จพี่ กู้อ้าวเวยก็ยอมรับในเรื่องนี้แต่แรกแล้ว พูดไปก็ไม่เห็นว่าจะไม่เหมาะสม
แต่เมื่อฟังเข้าหูซ่านต้วนโฉง กลับทำให้เกิดคลื่นระลอกเล็ก เขาไอเบาๆหนึ่งที สีหน้าฉายแววโกรธเคือง “น่าขำยิ่งนัก เจ้าจินจื๋อไม่ได้อยู่ด้วยกันถูกต้องตามธรรมเนียม ตอนนี้ก็เข้ากันกับข้าไม่ได้เหมือนดั่งไฟกับน้ำ เจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าเสด็จพี่?”
เมื่อพูดเสร็จ สีหน้ากู้อ้าวเวยที่เฉยเมยก็กลายเปลี่ยนเป็นเย็นชา ตบโต๊ะแล้วพูดขึ้นว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอพนันกับเจ้า เจ้าไม่ต้องตามหาฮองไทเฮาอีกแล้ว ข้าเองก็จะไม่ผิดสัญญา”
“หากซ่านจินจื๋อฆ่าพี่น้องและแม่ เจ้าจะทำอย่างไร?” สายตาซ่านต้วนโฉงเฉียบคม