ตอนที่ 1057
บทที่ 1057 ถ้อยคำในคืนฝนพรำ
October 31, 2026
บทที่ 1057 ถ้อยคำในคืนฝนพรำ
เคลื่อนทัพทีละขั้น เดิมไม่ควรรีบเร่งเช่นนี้
ไฟป่าในเขตชานเมืองยังไม่หยุดลง ควันโขมงดำทะมึนปะทุในยามราตรี ทั่วทั้งเมืองเทียนเหยียนล้วนราวกับได้กลิ่นต้นไม้ไหม้เกรียม กลับไม่รู้ว่ามีตาแก่ขี้เมามาจากที่ไหน หิ้วเหยือกสุราแตกวิ่งร้องแหกปากอยู่ในเมือง
“เป็นเพลิงฟ้า! หายนะกำลังมาเยือนแล้ว!”
กลุ่มคนเห็นเป็นเพียงคำพูดคึกคะนองของตาแก่บ้า ในใจกลับยังฝังเมล็ดพันธุ์หนึ่งเอาไว้
ทั้งเมืองเทียนเหยียนต่างนอนไม่หลับตลอดคืน ซ่านจินจื๋อที่หาตัวกู้อ้าวเวยกลับมาแต่ไม่ยอมบอกความลับทำเพียงนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือของนางแน่น จนกระทั่งสีนภาเริ่มสว่าง คนที่อยู่ในผ้าห่มนุ่มจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา พยุงตัวขึ้นน้อยๆ รอยแดงบนลำคอสีขาวหิมะนั้นกรีดแทงดวงตาของซ่านจินจื๋อ พลอยทำให้แรงที่มือหนักขึ้นมาด้วย
กู้อ้าวเวยตกใจจนหดตัวกลับไป สมองที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ได้แต่มองซ่านจินจื๋อโน้มตัวลงมาฝังลงบนซอกคอของนางไม่ยอมปล่อยอย่างงุนงง กลับดูเหมือนว่าคนที่ถูกจับเป็นเชลยคือเขา ทว่ามืออีกข้างค่อยๆ นวดไล้ที่รอยแดงบนลำคอของนางอย่างแผ่วเบา “เดิมทีข้าอยากใช้กู้ซวงไปจับปลาตัวใหญ่”
“ข้ารู้”
ตอนที่กู้ซวงแสดงเป็นตน นางก็รู้คำตอบเรียบร้อยแล้ว
ส่งกู้ซ่งเข้ามาพร้อมกัน และให้คนลอบตามอย่างลับๆ จนรู้แหล่งกบดานของพวกเขา ไม่ยอมเปิดโปงเป็นนานสองนาน ก็สามารถคลำตามเถาวัลย์หาตัวมือทะมึนเบื้องหลังได้
แต่น่าเสียดาย...
“ตอนนั้นสมองข้าอาจสับสนนิดหน่อย คิดแต่ว่า...”
กลับไป
สองคำนี้ยังไม่ทันโพล่งออกมาก็ถูกกู้อ้าวเวยกลืนลงท้อง นางกอดตอบผู้ชายอ้อมแขนด้วยอาการมือไม้เปนพัลวันน้อยๆ ร่างกายแน่นเกร็งพูดไม่ออกไปชั่วขณะ...ผ่านหนทางมาตั้งยาวไกลเช่นนี้แล้ว ไฉนนางยังอ่อนแอเยี่ยงนี้อยู่อีก
แม้ว่านางไม่เคยเอ่ยปาก ซ่านจินจื๋อก็รู้
เขาเป็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งกลับรู้สึกผิดน้อยๆ
เขาไร้ประโยชน์เพียงใดกันแน่ถึงได้ทำให้กู้อ้าวเวยเข้มแข็งเกินไป ทำเพียงเอ่ยปากด้วยเสียงสั่นเครือ “เจ้าก็ยังไม่เชื่อใจข้า”
“ข้าเชื่อว่าจากความสามารถของท่านจะสามารถหาตัวมือทมิฬเบื้องหลังนั่นออกมาได้...”
“วิธียืดสายเบ็ดจับปลาตัวโตมีตั้งมากมาย ข้าก็ยังให้เจ้าถูกขังอยู่ที่นั่นเพียงลำพังอยู่ดี” ซ่านจินจื๋อยันตัวขึ้น มือข้างหนึ่งประคองพวงแก้มของกู้อ้าวเวย มองเห็นความตะลึงงันในดวงตาคู่นั้น ตนกลับตาแดงก่ำ “เจ้าเชื่อข้า...ให้โอกาสข้าสักครั้ง ข้ารู้ว่าเมื่อก่อนทำเรื่องผิดมามากเกินไป ความทรงจำเจ้าเลือนราง เดิมทีข้าไม่ควรโกหกเจ้า ข้าจะบอกเรื่องเก่าทุกเรื่องให้เจ้าฟังทั้งหมด”
“ขอเพียง...เจ้าเชื่อข้ามากกว่านี้หน่อย...อย่าได้ฝืนทนอีกต่อไป...”
สองมือของซ่านจินจื๋อสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว กระทั่งไม่กล้าสบมองดวงตากู้อ้าวเวย
นี่คืออะไรกัน
กู้อ้าวเวยกัดฟันแน่น นึกถึงความทรงจำเลือนรางเหล่านั้น ทำเพียงกระทืบเท้าใส่เขาหนึ่งคราอย่างฉุนเฉียว จากนั้นก็ยันตัวขึ้น ฝังตัวเองไว้ในอ้อมกอดของเขา ปล่อยให้หยาดน้ำตาชุ่มโชกอาภรณ์ที่เขาเพิ่งผลัดเปลี่ยนมาไม่นาน และทุบแผ่นหลังเขาหนึ่งคราอย่างหัวเสีย
“ท่านกล้าดีอย่างไรถึงยังรู้สึกผิดอยู่อีก”
“ข้าไม่ควรรู้สึกผิด” ซ่านจินจื๋อที่ถูกถามรู้สึกว่าหมัดนั้นทุบเข้าแผ่นหลังเบาๆ อย่างปวดใจ จึงตะกายขึ้นมาจากเตียงแล้วรวบนางเข้าอ้อมแขนเสียดื้อๆ ปลายนิ้วไล้ผ่านเรือนผมสีซีดไร้เงา ยิ่งรู้สึกปวดใจขึ้นเรื่อยๆ
นางดูเหมือนว่าจะไม่พ่วงพีขึ้นไปตลอดกาล กลับยิ่งซูบผอมขึ้นเรื่อยๆ