ตอนที่ 1071
บทที่ 1071 มีผู้ช่วย
October 31, 2026
บทที่ 1071 มีผู้ช่วย
ยื่นนิ้วออกมาเคาะโต๊ะ ซ่านจินจื๋อได้รับข่าวมาไม่น้อยว่ามีขุนนางมากมายกำลังสืบข่าวเกี่ยวกับพระชายาจิ้งในปีนั้น รวมทั้งเรื่องของหมอเทพในตอนนี้ด้วย เพราะว่ากู้อ้าวเวยใช้ใบหน้าของนางไปทำเรื่องมากมาย แล้วทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลง ก็จะมีตำแหน่งที่สูงส่งตลอด ทั้งยังไม่มีเกี่ยวข้องกันด้วย ทำให้คนคิดไม่ตกไปตามกัน ขุนนางเก่าแก่บางกลุ่มก็คิดแค่ว่าอาจจะมีใบหน้าที่คล้ายกันเท่านั้น
แต่ตอนนี้หมอเทพหายตัวไป ซ่านต้วนโฉงก็ส่งคนออกไปตามหา
นางได้เลื่อนขั้นในเวลาไม่นาน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าฮ่องเต้ต้องการหมอเทพมารักษาจริงๆ แต่ขอเพียงได้ช่วยเหลือฮ่องเต้ ก็ถือว่าเป็นผลงานชิ้นใหญ่ ดังนั้นก็เลยมีคนเล็งเห็นถึงจุดประสงค์ภายใน
พระชายาจิ้งในตอนนั้น ก็คือลูกสาวของเฉิงเสี้ยงคนก่อน ชื่อว่า กู้อ้าวเวย
ส่วนองค์หญิงเอ่อตานและหมอเทพ แทบจะไม่รู้จักชื่อจริงเลย ส่วนพระชายาจิ้งและหมอเทพ มีจุดที่เหมือนกันก็คือ รู้การแพทย์
ทำให้ตอนนี้แม้แต่จี้ซื่อถาง (ร้านขายยา) เอง ก็ถูกจับตามอง โชคดีที่เห้อจิ้นหล่างจัดการได้ดี ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าจี้ซื่อถาง (ร้านขายยา) และตำหนักอ๋องจิ้งเกี่ยวข้องกัน
“ต่อให้พวกเขาพบอะไรเข้า แล้วอย่างไร?” ซ่านจินจื๋อมองไปยังท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่าง เอามือนิ้วหว่างคิ้วด้วยอารมณ์เหนื่อยกายเหนื่อยใจ “ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป มีคนนิ่งดูสถานการณ์ มีคนเห็นครั้งนี้เป็นโอกาส ก็แล้วแต่พวกเขาจะทำอะไร ขอเพียงวางกำลังทหารแยกออกไปร้อยลี้โดยรอบ พอเห็นใครคิดไม่ซื่อ ก็จัดการเสีย”
เฉิงซานได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้ว “ดูเหมือนว่า ฮ่องเต้จะแยกกำลังทหารของท่าน ก็เลยออกราชโองการให้ท่านนำตำราพิชัยสงครามเข้าเฝ้า แต่ท่านเอาแต่ปฏิเสธ ถ้าทำให้ฮ่องเต้โมโหละก็.........”
“ที่ฮ่องเต้จะพบข้านั้น คงไม่ใช่แค่เรื่องกำลังทหารเพียงเท่านั้นแน่”
ซ่านจินจื๋อก็เงยหน้าขึ้น พี่ชายของเขาถึงแม้จะให้อำนาจอันยิ่งใหญ่กับเขา แต่ก็สามารถควบคุมได้ตอนที่เข้าวัง ให้เขาวางอำนาจได้ แต่จะมาผิดกฎหมายของประเทศไม่ได้ และไม่อาจจะต่อกรกับอำนาจโอรสสวรรค์ได้
นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงซ่านต้วนโฉงเชื่อใจเขา ก็อาจจะเป็นเพราะว่าซ่านต้วนโฉงเองก็มีราชกิจมากมายที่ต้องจัดการ ก็เลยไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องเล็กน้อยที่เขาก่อขึ้นในเมืองเทียนเหยียน
“เมื่อก่อนนี้ ข้าอยู่ชายแดน ไม่มีใครกล้าต่อกร พอกลับมาเมืองเทียนเหยียนก็มีผลงานสูงกว่าเจ้านาย ท่านพี่ก็มักจะอาศัยกำลังของข้าไปคานอำนาจของพวกเหล่าขุนนาง ทำให้ตระกูลของสนมต่างๆ ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร ตอนนี้จะยึดอำนาจกำลังทหารของข้า ก็ต้องมาคิดเสียหน่อยว่า ข้างหลังข้ามีเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อรอคอยอยู่”
ยิ้มเบาๆ ซ่านจินจื๋อก็สะบัดแขนเสื้อลุกขึ้น
เขาช่วยเหลือเรื่องในราชสำนักของซ่านต้วนโฉงมามาก ได้มาซึ่งการเสพสุขภายใต้ความสงบของบ้านเมือง
ตอนนี้ซ่านต้วนโฉงอยากจะมาตีน้ำที่กำลังสงบเงียบ เขาก็ต้องมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านไปพร้อมกับซ่านต้วนโฉง
“ท่านอ๋องจะไปไหน?” เฉิงซานรีบตามมาด้านหลัง
“เวยเอ๋อน่าจะตื่นแล้ว”
“คุณหนูใหญ่ตื่นนานแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในห้อง” ชายรับใช้ด้านข้างพูดขึ้น แล้วเห็นท่านอ๋องมองมาหน้านิ่งๆ ก็เลยรีบพูดว่า “คุณหนูใหญ่ไปหาใต้เท้ากุ่ยเม่ย บอกว่าจะกลับตำหนักอ๋องจิ้งเสียหน่อย”
……
ในกำแพงสูงสีแดงจตุรทิศ
ยู่จุนนั่งหน้าบึ้งบนเก้าอี้หวาย สิ่งที่เห็นเมื่อเงยหน้ามอง ก็มีแต่ความหนาวเหน็บของเหมันตฤดู
ร่างกายที่อ่อนแรงซบลงไปยังเก้าอี้หวาย ใบหน้าที่ผอมเล็กไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอาง ในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาคู่นั้นห่อหุ้มไปด้วยความโดดเดี่ยวโศกเศร้า ร่างกายที่ผอมบางถูกเสื้อคลุมขนมิ้งห่อร่างกายอย่างหนาแน่น มีเพียงมือหนึ่งคู่ที่ถูกลมหนาวพัดโชยใส่จนแดงก่ำและกำลังจับหยกที่ยังไม่ได้แกละสลักเล่นไปมา
สี่ด้านมีขันทีและนางในนั่งล้อมอยู่10กว่าคน ด้านข้างที่ใกล้ที่สุดมีนางในนั่งคุกเข่าลงอย่างตกใจกลัวตัวสั่น
“ลมในฤดูหนาวจะเย็นมาก เชิญแม่นางยู่จุนเข้าไปด้านในตำหนักเถิด เดี๋ยวจะป่วย”
ตอนนี้เพียงแค่ทำให้นางมือแดงขึ้นมาเพาระหนาวเย็น ไม่รู้ว่าฮ่องเต้จะลงโทษเช่นไร