ตอนที่ 1076
บทที่ 1076 เรื่องแปลกของเมืองเหยสุ่ย
October 31, 2026
บทที่ 1076 เรื่องแปลกของเมืองเหยสุ่ย
เสียงลมเสียงนกร้อง ใจคนก็สั่นไหว
ช่วงพลบค่ำ ทหารลาดตระเวนก็เพิ่มจำนวนเท่าตัว ต่อให้เป็นค่ำคืนที่มืดมิด แต่ก็ต้องให้ทุกร้านจุดโคมไฟ ถ้ามีเรื่องไฟไหม้เกิดขึ้น ก็ต้องรายงานตามจริง
ถนนในตลาดว่างเปล่า เมื่อครู่ทหารลาดตระเวนเดินมาทางนี้ ก็มีเงาคนเข้าไปทางกำแพงนั้น
หลานเอ๋อร์ก็รีบคลุมผ้าคลุมออกมาง่ายๆ เห็นเงาคนเข้าไปบังห้องข้างๆ สิ้นเสียงต่อสู้ เหลือไว้เพียงรอยเลือดและคนชุดดำดันประตูออกมา หลานเอ๋อร์ยกคิ้วสูงขึ้น “ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็จะพบ”
เงาคนนั้นพยักหน้าให้ แล้วก็พาตัวหลานเอ๋อร์ไป
เช้าวันนั้น คนงานร้านค้ากำลังจะเปิดประตูร้าน แล้วก็เห็นซากหมูตายเปื้อนเลือดอยู่หลายตาย บนห้องนอนที่นอนของเฒ่าแก่เนี๊ยะ เหลือเพียงศพของหญิงที่ไม่มีหัว
“มีคนตาย!”
ไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร พวกทหารลาดตระเวนก็รีบเข้าไปดู
นับจำนวนคนอย่างรีบๆ แต่ก็พบว่าคนใบ้น้อยที่ควรนอนอยู่ด้านหลัง ถูกคนเอามีดแทงที่หัวใจ เลือดทีนองพื้นใกล้จะจับตัวเป็นลิ่มแล้ว ทหารมองหน้ากัน จำไม่ได้แล้วว่าเมืองเทียนเหยียนไม่ได้เกิดเรื่องราวแปลกเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว
“เอาร่างของเฒ่าแก่เนี๊ยะหลานเอ๋อร์ยังที่ทำการปกครอง” ทหารสั่งการด้วยเสี่ยงเบาๆ ทำให้พวกลูกน้องที่เหลือต้องหันมา แล้วถามว่า “คนนี้คือ.....”
“นี่คือคนที่เฒ่าแก่เนี๊ยะซื้อมาก่อนหน้านี้ ไม่มีชื่อแซ่ ทุกคนเรียกเขาว่าคนใบ้น้อย แต่ว่าคนใบ้น้อยนี้ ตอนกลางวันชอบไปโรงละคร เหมือนว่าจะมีญาติอยู่ที่นั่น ใต้เท้าท่านคิดว่า.........”
“เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน ทหาร ไปล้อมร้านนั้นไว้ อย่าให้เรื่องนี้มันดังออกไป ไปตรวจสอบที่โรงละครนั่นด้วยว่าคนใบ้น้อยได้ไปหาเรื่องใครหรือไม่” ทหารกวาดสายตามองคนที่เหลือ แล้วพูดสั่งว่า “ไม่มีเฒ่าแก่เนี๊ยะของพวกเจ้าแล้ว ไปหาที่อยู่ใหม่กันเอง ห้ามแตะต้องของที่อยู่ในบ้านและร้านค้าเด็ดขาด”
ทุกคนก็แต่แยกย้ายออกไป และก็มีคนร้องห่มร้องไห้ ว่าไม่รู้จะไปหาเพื่อนได้ที่ไหนของเมืองเทียนเหยียน
เพียงแต่ตอนที่พนักงานไปยังที่พักของหลานเอ๋อร์นั้น ก็ได้พบกับแม่นางเยว่คนขององค์ชายสาม เฟิงเยว่ก็ยิ้มๆ แล้วยื่นป้ายบัญชาขององค์ชายสามให้แก่ทหารผู่จัดการคดี “ก่อนหน้านี้บ้านเป็นขององค์ชายสาม”
พูดแล้วก็เอาโฉนดที่ดินออกมาด้วย เจ้าพนักงานก็ได้แต่เข้าไปค้นหาหนึ่งรอบแล้วกลับออกไป
ครั้งนี้ถือเป็นโมฆะ เยว่ก็กลับไปยังตำหนักองค์ชายสาม ก็เห็นผู้หญิงที่นั่งข้างกายของซ่านเซิ่งหาน สายตาก็จ้องไป “คนใบ้น้อยจะมีประโยชน์อะไร? ตอนนี้คนในเมืองเทียนเหยียนก็หวั่นกลัวกันไปหมด พอมีเรื่องนี้ ก็ทำให้คนนั้นนอนไม่หลับกันไปใหญ่”
“คนใบ้น้อยนั่นเป็นคนเมืองเหยสุ่ย” หลานเอ๋อร์พูดออกมาอย่างไม่พอใจ “ถ้าไม่เช่นนี้ ข้าให้ทำเรื่องที่ได้เงินมากมายแล้วไม่ทำ แต่กลับมาทำรังอยู่ที่นี่ด้วย”
“นี่เจ้า!” เยว่โมโห แต่ถูกเฟิงฉีนห้ามไว้ “เรื่องนี้เรื่องใหญ่ แม่นางหลานเอ๋อร์ทำเช่นนี้ถือว่าถูกต้องแล้ว”
เยว่สะบัดแขนเสื้อจากไป แต่ซ่านเซิ่งหานก็ส่ายหัวเอามือจับแก้ว “อารมณ์ของนางนับวันยิ่งเสียง่ายขึ้น”
เฟิงฉีนยิ้มเล็กๆ “ถ้าฝ่าบาทไม่รับตัวแม่นางหลานเอ๋อร์กลับมา ก็จะนอนอยู่กับฮูหยินที่นั่นทุกคืน เยว่ก็ไม่น่าจะรีบร้อนเช่นนั้น”
ซ่านเซิ่งหานก็มองนางไปหลายครั้ง แล้วก็วางแก้วน้ำลง “เตรียมรถ จะไปตำหนักอ๋องจิ้ง”
“รับทราบ” เฟิงฉีนพยักหน้าเบาๆ หลานเอ๋อร์ด้านตรงข้ามก็ทำสีหน้าโกรธแค้นฝังหุ่น “ข้ากำจัดคนใบ้น้อยให้ท่าน แล้วทำไมฝ่าบาทยังจะส่งตัวข้าให้กับอ๋องจิ้งอีก?”
“เจ้าสนิทสนมกับพวกเขา” ซ่านเซิ่งหานกวาดสายตาไปยังผู้หญิงด้านหน้า
เดิมทีหลานเอ๋อร์เป็นเพียงสาวรับใช้ของกู้จี้เหยา ตอนนี้ไม่เพียงมีทรัพย์สมบัติมากมาย แล้วยังมีความคิดที่ผิดมนุษย์ ไม่เพียงฆ่าสามีที่นอกใจของตนเอง และยังฆ่าภรรยาอื่นๆ ที่อยากจะให้นางตาย เหลือเพียงภรรยาที่อายุน้อยสุด บอกว่าไม่เคยทำร้ายนาง ตอนนี้ก็ยังเอานางไปไว้ที่บ้านชานเมืองและดูแลอย่างดี
รักและแค้นแยกชัดเจน ทั้งยังฝีมือร้ายกาจ