ตอนที่ 1084
บทที่ 1084 ความหายนะพันปี
October 31, 2026
บทที่ 1084 ความหายนะพันปี
“ในเมื่อท่านอ๋องสามารถพูดจาทรยศขนาดนี้ออกมาได้ ก็คงเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว”
ฮองเฮาถอนหายใจด้วยสีหน้าขาวซีด ดูเหมือนจะคร่ำครวญถึงความเป็นพี่น้องกัน แต่ก็แค่นั่นแหละ หรืออาจจะถอนหายใจเพราะราชวงศ์เอาแต่ใจจนถึงเพียงนี้ ต่อให้ไม่มีขุนนางออกโรงสักคน ก็เหมือนกับว่าสายเลือดของครอบครัวราชวงศ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ตอนนั้นตอนที่กู้เฉิงยังเป็นขุนนาง สามารถพูดได้ว่าสงบสุขไปทั่วทุกหนทุกแห่งจริงๆ
ไม่มีคู่ต่อสู้แล้ว ราชสำนักได้กลายเป็นสิ่งของเล่นภายใต้อำนาจจักรวรรดิ
นางเอนพิงเก้าอี้อยู่อย่างเกียจคร้าน เงยหน้ามองดูพร้อมพูดว่า “ข้าเป็นถึงราชินีของจักรพรรดิ ตอนนี้กลับไร้ที่พึ่ง ตกที่นั่งกลายเป็นหุ้นเชิดแบบนี้ ยากที่จะรับได้ รอเมื่อพวกเจ้ายึดเมืองได้สำเร็จ ข้าคงต้องตายอย่างเดียว”
แววตาเป็นประกายระยิบระยับ นางเป็นคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ได้เกรงกลัวอีกต่อไปแล้ว
ตงฟางซวนเอ๋ออาเจียนออกมาเป็นเลือด อยากที่จะให้สายตาเป็นมีด บาดคนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่สนใจความเป็นความตายของคนในตระกูลให้ตาย
“พูดเช่นนี้แล้ว ฮองเฮาเนี๊ยงเนี๊ยงเลือกที่จะอยู่ข้างเสด็จพี่”
ซ่านจินจื๋อหรี่ตาลงถอนหายใจ พร้อมแฝงไปด้วยความเสียดาย
“สิ่งที่ข้าเลือก ก็คือการรักษาตำแหน่งฮองเฮานี้ไว้ให้ดี ฮ่องเต้เป็นดั่งฟ้าของข้า ประชาชนคือสถานที่ที่ข้าก้าวเดินไป ฟ้าดินสองสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ข้ายอมทิ้งไม่ได้”
นิ้วเรียวแตะที่ตรงที่วางแขน นางกำลังสองคนที่คุกเข่าไว้อยู่นานขยับตัว ล้มลงกับพื้นแล้วก็สิ้นลมหายใจ เลือดไหลออกจากคอ หัวหล่นกลิ้งไปอยู่ข้างเท้าตงฟางซวนเอ๋อ นางตกใจจนกรี๊ดร้องไม่หยุด
ทหารที่ซ่อนตัวอยู่เอาด้ายเปื้อนเลือดออกจากมือ คุกเข่าอยู่ตรงหน้าตงฟางอย่างเคารพ
ตงฟางยิ้มพูดขึ้นว่า เต็มไปด้วยความรัก
“ความคิดของท่านอ๋องแต่ล่ะคน ข้ารับรู้แล้ว หากอยากที่จะใช้โอกาสนี้เข้ามา ข้าจะให้พวกเจ้าแต่ล่ะคน หัวหล่นลงพื้น”
ดวงตาคู่งามเงยขึ้น แต่ก็เพียงแค่สั่งให้คนไล่พวกเขาออกไป
ตงฟางซวนเอ๋อถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ใยดี ตรงหน้าอกของนางชุ่มไปด้วยเลือดสีที่นางอาเจียนออกมา ซ่านจินจื๋อยื่นมือออกไปอย่างไม่ใยดี ประคองนางขึ้นมาจากบนพื้นที่เย็นเฉียบ ไม่สนใจที่นางดิ้นรน สั่งให้นางกำนัลจัดเสื้อผ้าให้นางดีๆ แล้วไปเปลี่ยนใหม่ แต่ไม่ให้นางได้พักผ่อน
“นางไม่ช่วยเจ้า ไม่ช่วยเขา จุดประสงค์ของเจ้าประสบความสำเร็จหรือยัง?”
ตอนที่ตงฟางซวนเอ๋อถูกลากจากไป ยังไม่ลืมที่จะจ้องมองดูอย่างโกรธเคือง
ซ่านจินจื๋อยืนอยู่ตรงหน้าตำหนักฮองเฮาอยู่คนเดียว มองไปที่ผนังสีแดงและกระเบื้องสีเขียว ในใจรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย
เขาเป็นเด็กเชื่อฟังมาตั้งแต่เด็ก ได้ยินว่าภายในกำแพงสูงนี้มีภัยพิบัติใหญ่หลวง ทุกคนต่างก็เหมือนกำลังเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ กลัวว่าคนในตระกูลจะพลั้งทำอะไรไม่ถูกต้อง แล้วจะถูกเข่นฆ่ายกตระกูลและยากที่จะได้ลุกขึ้นกลับมาใหม่ คนที่อยู่ในพระราชวังต้องไม่ตกเป็นเหยื่อ แม้แต่ชีวิตและความตายก็ไม่สามารถครอบงำตนเองได้ เป็นสถานที่ที่หนาวเหน็บอย่างมาก
แต่มาถึงวันนี้ ซ่านจินจื๋อเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นฮองเฮาทุกคนแล้ว
หรือเพราะหลังจากเสด็จแม่ได้เป็นไทฮาวแล้ว แววตาแบบนั้นหายไป กลายเป็นความสุขในชีวิตที่เหลือของนาง
หรืออาจเป็นเพราะ ในสายตาซู๋ฮองเฮาองค์ก่อนกระจ่างใส และความรักที่มีต่อฮ่องเต้อย่างลึกซึ้ง
วันนี้ ตงฟางฮองเฮาที่รักประชาชนเหมือนดั่งชีวิต ไม่เกรงกลัวใดๆ ต่อให้ต้องตายก็ไม่ยอมร้องรอชีวิตจากเขา ยอมที่จะตายไปกับตำแหน่งฮองเฮานี้ ต่อให้เป็นแค่หุ่นเชิด นางก็ไม่เคยยอมแพ้กับการต่อสู้
“ท่านอ๋องคิดอะไรออกหรือ?”เฉิงซานเดินเข้ามาถามขึ้น
“กำลังคิดว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ท่าทางอ่อนแอ แบกรับภูเขาและแม่น้ำนับพัน ร้อยรักพันทวีได้อย่างไร”สิ่งที่ผ่านในหัวสมองของเขา ยังคงเป็นวันที่ฝนตกบนภูเขาในวันนั้น ดวงตาที่สว่างใสคู่นั้น
อ้าวเวยของเขา ในอกของนางเต็มไปด้วยประเทศนี้ แต่กลับไม่สามารถแสร้งทำเป็นอยู่เฉยๆคนเดียวได้