ตอนที่ 1089
บทที่ 1089 การแสดงครั้งยิ่งใหญ่ก็เพื่อการรักษา
October 31, 2026
บทที่ 1089 การแสดงครั้งยิ่งใหญ่ก็เพื่อการรักษา
จางเหยียงซานมาอย่างเชื่องช้า ขอบตาดำคล้ำ
นอนไม่หลับทั้งคืน ตั้งใจศึกษาตำราแพทย์ทั่วยุทธจักร เหมือนทำเพื่อพัฒนาฝีมือทางการแพทย์ แต่แท้จริงแล้ว เป็นการหาวิธีเพื่อต่อชีวิตอาจารย์ผู้มีพระคุณ ในสายตาเขาไม่เคยเห็นซ่านจินจื๋อเป็นเสด็จอ๋องจิ้ง จึงเพียงแค่ยกมือทำความเคารพเท่านั้น ตำแหน่งลำดับศักดิ์เป็นเพียงแค่การแสดงถึงศักดิ์ศรีอันสูงส่ง
“เจ้าจำเป็นต้องเจอนางซักครั้งถึงจะได้หรือ?”ซ่านจินจื๋อขมวดคิ้วถาม
“แน่นอน ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะรู้แล้วว่าภายในร่างกายมีพิษมากน้อยแค่ไหน แต่หากไม่ได้ลองยาสมุนไพรหลายชนิด ยังไงก็เป็นการยากที่จะค้นหายาถอนพิษ และภายในโลงน้ำแข็งนั่นสะสมไปด้วยความเยือกเย็น ขาทั้งคู่ของนางก็ยังบาดเจ็บอยู่ ดีที่สุดคือเพียงแค่อาศัยโลงน้ำแข็งนั่นปกป้องร่างกายเท่านั้น อาศัยยาสมุนไพรหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ไม่ใช่ความเยือกเย็น”
จางเหยียงซานนั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้ หลี่ซินรีบเอาโจ๊กถ้วยหนึ่งมาวางไว้ข้างมือของเขา
“โลงน้ำแข็งนั่นไม่มีความเยือกเย็นจะใช้ได้หรือ?”
“ใช้ได้สิ ความเย็นของโลงน้ำแข็งร่วมกับการใช้ยาสมุนไพร ทำให้นางไม่ต้องดื่มน้ำทานอาหาร ราวกับว่านอนแกล้งตายอยู่ในนั้น หากใช้ยาสมุนไพรร่วมด้วย งั้นก็จะต้องส่งอาหารให้ทานเป็นครั้งคราว อาการฟื้นตัวก็จะค่อนข้างช้ากว่าการอาศัยความเยือกเย็น แต่เป็นวิธีการที่ปลอดภัยกว่า”จางเหยียงซานพูดอยู่ตั้งนาน เวลานี้เพิ่งคิดขึ้นมาได้ จึงมองดูเขาพร้อมพูดว่า “เรื่องเหตุไฟไหม้ในจวนอ๋องจงผิงถูกร่ำลือกันไปทั่ว องค์รัชทายาทแคว้นเอ่อตันหายสาบสูญ ข้าอาศัยในช่วงวุ่นวายไปสักครั้ง......”
“ไม่ได้”
ซ่านจินจื๋อวางถ้วยบนโต๊ะอย่างเสียงดัง ราวกับโกรธมาก
เฉิงซานที่อยู่ด้านหลังเดินเข้ามา พูดกับจางเหยียงซานว่า “ตอนนี้ด้านนอกชานเมืองมีคนแอบซุ่มดูอยู่ไม่น้อย ท่านไม่เป็นวรยุทธ ต่อให้ข้าพาท่านไป ก็อาจจะถูกติดตามก็เป็นได้”
“หรือจะปล่อยให้ยืดยื้ออยู่แบบนี้หรือ?”จางเหยียงซานถามกลับ
“ยังไงก็ไม่ได้”ซ่านจินจื๋อถอนหายใจอย่างแรง
ให้จางเหยียงซานไปก็ไม่ได้ ให้กู้อ้าวเวยมาก็ไม่ได้ หลายวันมานี้เหมือนพบเจอร่องรอยคนตำบลเหยสุ่ย แสดงว่าเมี่ยวหารกับซูพ่านเอ๋อยังไม่ได้ไปจากเมืองหลวง แม้แต่จะส่งสิ่งของลงไปยังต้องระวังแล้วระวังอีก ต่อให้เขามีวรยุทธแข็งแกร่ง ก็ยังไม่กล้าไปหาในตอนกลางคืน
เป็นการยากทั้งสองอย่าง แต่เวลานี้ร่างกายของกู้อ้าวเวย ก็อดทนได้อีกเพียงไม่กี่วันแล้ว
ปลายนิ้วแตะบนที่วางแขน จนได้ยินเสียงดัง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คืนนี้ก็ลองเสี่ยงไปสักครั้ง เอาถ่านกับยาสมุนไพรไปเพิ่มด้วย”ซ่านจินจื๋อเงยหน้ามองดูจางเหยียงซานแล้วพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ฉีหรัวเป็นพระชายาของอ๋องจงผิงแล้ว แต่ยังไงก็ยังเป็นเฒ่าแก่ของสำนักเยียนหยู่เก๋อ หากเกิดอะไรขึ้นกับสวนดอกไม้นั่น จะต้องมีขุนนางไปดู”
พูดถึงตรงนี้ เฉิงซานก็ได้ถอยไปยืนด้านข้างประตูรอรับฟังคำสั่ง
“สั่งคนไปทำลายป้ายหน้าหลุมศพที่ไม่มีประโยชน์ของนาง แล้วล่อคนในหมู่ตึกนอกชานเมืองไปฆ่าที่สวนดอกไม้”
ซ่านจินจื๋อพูดสั่งด้วยเสียงต่ำ แล้วมองดูหลี่ซินพร้อมพูดว่า “ส่งคนไปสืบเรื่องเหตุไฟไหม้ในจวนอ๋องจงผิง แล้วคิดหาหนทางบอกกับฉีหรัว ให้นางเดือดร้อนให้เรื่องนี้ใหญ่โต บอกว่าหมู่ตึกนอกชานเมืองเกิดปัญหา ต้องส่งคนไปสืบค้น”
“พะยะค่ะ”หลี่ซินเฉิงซานทั้งสองคนรับคำแล้วถอยออกไป
เดิมจางเหยียงซานอยากที่จะเงยหน้าขึ้นมาบอกว่าตนจะไปเตรียมพร้อมก่อน กลับสพกับสายตาที่เยือกเย็นของซ่านจินจื๋อพอดี สุดท้ายจึงเตรียมที่จะออกไปอย่างไม่พูดไม่จา
ค่ำคืนดึกดื่น จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งเข้ามาในจวนอ๋องจงผิงภายใต้ความวุ่นวาย
นกพิราบสื่อสารบินมาเกาะบนไหล่ฉีหรัว ห้อยหัวลงมากินข้าวฟ่างก่อนแล้วค่อยกระพือปีกบินไป รอบๆไม่มีใครสังเกตเห็น ฉีหรัวถือจดหมายชิ้นเล็กไว้แล้วก็นั่งลง สาวใช้ด้านหลังถอยออกไปอย่างรู้ตัว ปล่อยให้นางได้เปิดอ่านอยู่คนเดียว เมื่ออ่านดูอย่างละเอียดแล้วก็ขมวดคิ้ว