ตอนที่ 1090
บทที่ 1090 เป็นเรื่องยากที่จะรักษาตัวเอง
October 31, 2026
บทที่ 1090 เป็นเรื่องยากที่จะรักษาตัวเอง
ได้ยินว่าเกิดเรื่องกับสำนักเยียนหยู่เก๋อ หยาเหมินของเมืองเทียนเหยียนแทบจะส่งคนออกไปทั้งหมด
บวกกับคนที่มาซื้อเครื่องสำอางในสำนักเยียนหยู่เก๋อ ส่วนใหญ่เป็นสาวใช้คุณหนูตระกูลใหญ่ เรื่องนี้จึงลุกลามเหมือนไฟป่าในทันที ทำให้พวกหยาเหมินต้องรีบจัดการเรื่องนี้ หาคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังให้เจอโดยเร็ว
ฉีหรัวสั่งคนไปเตรียมรถม้า แล้วก็ไปรับจางเหยียงซานทางด้านประตูหลัง ให้เขาเปลี่ยนใส่ชุดข้ารับใช้ผู้ชาย
ขึ้นมานั่งในรถม้าแล้วก็มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้นอกฉันเมือง ฉีหรัวโกรธอย่างมาก กัดฟันพูดขึ้นว่า “ไหนบอกว่าแค่สวนดอกไม้ ทำไมหลายแห่งนี้ต่างก็เกิดเรื่อง? ตกลองเป็นฝีมือของพวกเจ้าหรือเปล่า”
“เสด็จอ๋องจิ้งพูดว่า แบบนี้คนอื่นจะได้ไม่สงสัย ยิ่งไปกว่านั้นก็จะไม่มีใครเดารู้ว่าข้าเพียงแค่ไปเยี่ยมนาง”
จางเหยียงซานยังคงให้ความเคารพและหวาดกลัวฉีหรัวอยู่บ้าง จึงก้มหัวอย่างยอมรับผิด
“ถ้าเป็นฝีมือของพวกเจ้า งั้นข้าก็วางใจ”
หากเป็นฝีมือคนอื่นทำ เพลงว่าการแต่งงานระหว่างนางซ่านเชียนหยวนไม่เป็นที่พอใจของคนอื่น เหมือนการแต่งงานที่ผ่านมาอย่างราบรื่นในครั้งนั้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ตอนนี้จึงค่อยวางใจขึ้นมา
เมื่อมาถึงสวนดอกไม้นอกชานเมือง มีห้องเรือนไม้ห้องหนึ่งถูกธนูยิงจนกลายเป็นตะแกรง อาศัยตอนที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น จางเหยียงซานถือกุญแจ แล้วก็แอบหายลับเข้าไปในห้องมืดนั้น
ฉีหรัวกลับมองดูตรงหน้าที่เกลื่อนกลาดด้วยสีหน้าเย็นชา
“ใต้เท้า ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องสืบให้กระจ่างให้กับข้า”นางมองดูใต้เท้าหยาเหมินอย่างเย็นชา และพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “เดิมเรื่องที่องค์ชายรัชทายาทแคว้นเอ่อตัน ถูกลอบทำร้ายยังหาคนร้ายไม่เจอ ตอนนี้คนที่อยู่เบื้องหลัง ยังกล้าที่จะก่อเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ในแผ่นดินเขตปกครองของราชวงศ์ จะปล่อยให้ลอยนวลไปไม่ได้”
“ใชๆพะยะค่ะ”ใต้เท้าหยาเหมินเหงื่อไหลท่วมหัวทันที บอกมือสั่งคนรีบสืบค้นทันที
ฉีหรัวคิดถึงเวลานัดภพจางเหยียงซานก่อนพลบค่ำ ที่ตกลงกันตอนอยู่บนรถม้า จึงขึ้นรถมาแล้วก็ไปดูที่อื่นอีกหลายที่ สุดท้ายแล้วค่อยกลับมาจัดการศพที่นี่ จะได้ไม่เป็นที่สงสัย
จางเหยียงซานค่อยๆจับกำแพงหน้าผานี้แล้วเดินลงไป ภายในถ้ำลึกนี้มองไม่เห็นแสงสว่างแม้เพียงนิด
เป็นสถานที่แบบนี้ จนไปถึงใต้หน้าผา ไม่รู้ว่าพวกนางอยู่กันยังไง ตอนกลางคืนจะหลับสบายไหม
เดินอยู่ตั้งนาน เขาค่อยมองเห็นแสงสว่างรำไร จึงรีบเร่งฝีเท้าเดินลงไป กลับถูกกิ่งไม้ชี้ตรงจมูก เซียวเซียวที่ฝึกวรยุทธจนทั่วร่างกายเปื้อนไปด้วยฝุ่น มือข้างหนึ่งถือกิ่งไม้ไว้ มืออีกข้างหนึ่งเท้าเอวแล้วพูดขึ้นว่า “หมอหลวงจางหรือ ข้าก็นึกว่าเป็นโจร”
เก็บกิ่งไม้นั่นลง เซียวเซียวพาจางเหยียงซานเข้าไปภายในห้อง
กู้อ้าวเวยยังพุบนอนอยู่บนโต๊ะ เหมือนเมื่อกี้กำลังนอนงีบอยู่ ถูกเสียงร้องเรียกอยู่หน้าประตูของเซียวเซียวปลุกให้ตื่น ดวงตาทั้งคู่ยังงัวเงียไม่จางหาย รับเอาเซียวเซียวมากอดด้วยสัญชาตญาณ พร้อมมองดูด้านนอกประตู
เมื่อเห็นจางเหยียงซาน นางค่อยตื่นขึ้นมาบ้าง ยิ้มเช็ดเหงื่อให้กับเซียวเซียว พร้อมพูดว่า “นี่ผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็เจอหน้ากันอีกแล้ว”
“ข้าหาวิธีได้หลายอย่าง ต้องให้เจ้าได้ลองยา อาจจะพอใช้ได้ผลบ้าง”
จางเหยียงซานพูดเข้าเรื่องในทันที เดินตรงมาข้างหน้า เอาสูตรยาของตนทั้งหมดที่เตรียมไว้แล้วก่อนหน้านี้วางตรงหน้ากู้อ้าวเวย และได้พูดถึงคำพูดที่ได้พูดกับซ่านจินจื๋อในก่อนหน้านี้ให้ฟังทั้งหมด
กู้อ้าวเวยฟังแล้วกลับขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “จะไปหาคนที่ไหน มาช่วยนวดให้กับข้าทุกวันเป็นปีๆ ต้องคอยปรนนิบัติหาข้าวหาน้ำดูแลข้า นับประสาอะไรกับจุ้ยเวี่ยนที่ใช้เลือดบำรุงร่างกายข้าทุกวันหรือ?”
“ท่านอ๋องทำได้”จางเหยียงซานขมวดคิ้ว
“เขาทำไม่ได้”กู้อ้าวเวยส่ายหัว พร้อมพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “หากจะใช้เลือดเลี้ยงข้า คนคนนั้นก็จะต้องทานยาทุกวัน เขาเป็นคนฝึกวรยุทธ ยาตัวนั้นจะต้องส่งผลกระทบต่อร่างกายของเขา เวลาผ่านไปยิ่งนาน...”
“แต่ตอนนี้ก็มีเพียงแค่วิธีนี้ พวกเราต้องมาลองยากันก่อน”