ตอนที่ 1091
บทที่ 1091 อดทนไม่ไหว
October 31, 2026
บทที่ 1091 อดทนไม่ไหว
ความหวาดกลัวเหมือนกับความสงสัย เมื่อมีแล้วเพียงนิดสักวันหนึ่งก็จะกลายเป็นต้นไม้สูงตระหง่าน พัวพันอยู่ในหัวใจและความคิด ดูดซับความมีเหตุผลที่ลดน้อยลงอย่างไร้ยางอาย ดูดซับความมีเหตุผลให้ลดน้อยลงอย่างไร้เหตุผล
แม้แต่กู้อ้าวเวยก็ไม่สามารถยกเว้น
จางเหยียงซานมองดูกู้อ้าวเวยดื่มน้ำยารสขมลงไปอย่างเป็นปกติ เมื่อวางถ้วยที่ว่างเปล่าลง แล้วก็หยิบผลไม้ไปทานด้วยสีหน้าปกติ
บางทีอาจจะเป็นเพราะได้พูดสิ่งที่หวาดกลัวอยู่ในใจออกมาก เมื่อกู้อ้าวเวยนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเกียจคร้าน ทั้งร่างกายดูผ่อนคลาย นางหยิบเสื้อคลุมสีเขียวน้ำมาพาดบ่า ผมยาวสลวยได้รวบมัดและใช้กิ่งไม้ปักไว้อย่างเรียบง่าย บางส่วนฟาดไหล่และห้อยลงมาจนถึงเอว เต็มไปด้วยเสน่ห์อ่อนช้อย
เหมือนสัมผัสได้ถึงสายตาของจางเหยียงซาน กู้อ้าวเวยจึงหันหน้ามามองดูเขา
“ทำไมหรือ? รู้สึกว่าข้าสวยหรือ?”กู้อ้าวเวยอมยิ้ม รู้สึกว่าท่าทางงุนงงของจางเหยียงซานนี้น่าสนใจมาก
“ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงอ่อนหวานน่ารัก อายุยี่สิบแปด ตามหลักแล้วอายุของเจ้าถือว่าเป็นผู้หญิงที่แก่แล้ว จะมีรูปร่างหน้าตาน่ารักได้อย่างไร มองดูแล้วมีแต่จะทำให้รู้สึกขนลุก ไม่เข้ากันเลย”
จางเหยียงซานเพิ่งได้สติ คำพูดที่พูดออกมา ทำให้กู้อ้าวเวยแทบจะอ้วกออกมาเป็นเลือด
ยกมือมาตีแขนของเขาเบาๆหนึ่งที กู้อ้าวเวยกลอกตามองบนอย่างไม่งาม พร้อมพูดว่า “ใครดูแก่ ตอนนี้ข้าถือว่าอยู่ในช่วงอายุที่กำลังดี”
“เป็นช่วงที่กำลังดีจริง คนอื่นเขาร่างกายแข็งแรง แต่อีกไม่นานเจ้ากลับต้องนอนอยู่บนเตียง เป็นช่วงเวลาที่กำลังดีของชีวิตแล้วยังไง? มันสะท้อนให้เห็นในความรุ่งโรจน์ในปัจจุบันของเจ้าได้ไหม...เห้ย เจ็บ”
ถูกกู้อ้าวเวยแตะไปหนึ่งที จางเหยียงซานยังร้องขึ้นมาแล้วล้มนั่งลงเก้าอี้ จับขาของเขาแล้วพูดขึ้นอย่างน่าสงสารว่า “ข้าก็แค่พูดความจริง เจ้าก็อดทนไม่ไหวขนาดนี้แล้วหรือ?”
“ปากของเจ้าทำไมถึงร้ายขนาดนี้ ข้าที่เป็นอาจารย์เคยสอนเจ้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
พูดเหมือนต่อว่า แต่กู้อ้าวเวยก็เอามือข้างหนึ่งวางบนศีรษะ และบนใบหน้าก็แฝงไปด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ก็คิดอยากทำให้อาจารย์โกรธตาย จะได้ฮุบสมบัติไง”จางเหยียงซานหัวเราะพร้อมพูดขึ้น พร้อมหยิบพู่กันหมึกกระดาษและหินหมึกที่อยู่ข้างมือขึ้นมา เขียนใบสั่งยาที่ยังต้องลองอีกหลายสูตรลงไป เก็บไว้ให้นางเว้นวันลองด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ กู้อ้าวเวยก็ได้เขียนสิ่งของที่ตนเองขาดลงไป รออีกสักสี่สัปดาห์เมื่อทุกอย่างเงียบลงแล้ว ค่อยส่งคนเอาสิ่งของพวกนี้มาเตรียมไว้ใช้
เมื่อกระดาษสองแผ่นนำมาแลกกัน กู้อ้าวเวยกลับจับกระดาษของตนเองไว้ไม่ยอมปล่อย แล้วก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองจางเหยียงซาน ถึงแม้จางเหยียงซานจะไม่ใช่ชายหนุ่มหล่อเหลา แต่หลายปีมานี้ก็ทำงานได้อย่างใจเย็นแน่วแน่ ตอนที่เป็นศิษย์ของนางก็ไม่ได้คาดหวังอะไร เวลาส่วนใหญ่ล้วนเอาไปศึกษาเทคนิคทางการแพทย์ ยิ่งแลดูมีความตระหง่าน สุภาพอ่อนโยนสูงส่งสง่างามดุจหยกอันล้ำค่า
“เจ้าไม่มีผู้หญิงที่ชอบหรือ?”กู้อ้าวเวยถามขึ้นอย่างอดทนไม่ไหว
จางเหยียงซานนิ่งอึ้ง แล้วก็หัวเราะหยิบกระดาษในมือของนางมา พร้อมพูดว่า “เห็นว่าตัวเองมีเวลาไม่มากแล้ว ก็เลยคิดที่จะหาภรรยาให้ข้าหรือ?”
“เพียงแค่แปลกใจ ผู้ชายสุภาพอ่อนโยนอย่างเจ้า ไม่มีสาวคนไหนในเมืองเทียนเหยียนที่รักชอบหรือ?” กู้อ้าวเวยดึงเขามันนั่งด้านข้างเหมือนดั่งพี่สาว ใบหน้ายังยิ้มแย้มพร้อมพูดขึ้นว่า “บางทีอาจจะเป็นเพราะปกติเจ้าจริงจังและตรงไปตรงมาเกิน คนอื่นก็เลยไม่ชอบ”
“อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำร้ายอาจารย์ทำลายบรรพบุรุษ”
“ศิษย์อกตัญญู ถึงแม้ข้าจะรับได้ที่เจ้าอยู่เป็นโสด แต่ในชีวิตเจ้านอกจากข้าแล้วก็ไม่มีเพื่อนสักคน ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ยังไงเจ้าก็ลองคบดูบ้าง”
กู้อ้าวเวยตบหน้าอกของเขาเบาๆหนึ่งที แล้วก็หยิบเอาตั๋วเงินด้านข้างมาให้เขา พร้อมพูดว่า “ในเมืองเทียนเหยียนมีซ่องโสเภณีอยู่ไม่น้อย เจ้าลองไปคุยดูไหม...โอ๊ย เจ็บ”
ถูกลูกศิษย์ตนเองเขกหน้าผากอย่างไม่มีวี่แวว จางเหยียงซานเหน็บตั๋วเงินไว้ในอ้อมแขนด้วยความอ่อนโยน พร้อมพูดเตือนนางว่า ห้ามพูดจาไม่เป็นมงคลอีก แล้วก็รีบจากไป