ตอนที่ 1093
บทที่ 1093 แสดงถึงความซื่อสัตย์
October 31, 2026
บทที่ 1093 แสดงถึงความซื่อสัตย์
รักใครก็รักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย เกลียดใครคนหนึ่งแม้แต่กำแพงที่เขาอาศัยอยู่ก็ถูกเกลียดไปด้วย
ซ่านเชียนหยวนถูกอ๋องจิ้งไล่ออกจากจวนไป นี่เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเจอมานานหลายปีแล้ว มีครั้งที่เขาจำฝังใจที่สุดก็คือ ตอนที่เสด็จอาประคบประหงมซูพ่านเอ๋อไว้ในมือ และพัวพันกับกู้อ้าวเวยอย่างไม่ชัดเจน
กลับคิดไม่ถึงว่าเมื่อกลับมาถึงจวนอ๋องผิง เขาก็แค่เล่าความจริงให้ฟัง กลับถูกฉีหรัวโกรธจนถูกขับไล่ให้ไปอยู่ด้านนอก
"ตำแหน่งฮ่องเต้นี้ ถ้าสำคัญกับเขามาก ก็ให้เขาไปแย่งเลย”
คนที่อยู่ด้านในพูดออกมาได้อย่างง่ายดาย ซ่านเชียนหยวนที่อยู่ด้านนอกกลับพูดอะไรไม่ออก อ้ำๆอึ้งๆอยู่ตั้งนานก็ยังไม่รู้จะพูดปลอบยังไง เขากล่อมผู้หญิงให้ร่าเริงเหมือนอย่างฉีหลินไม่เป็น บวกกับตั้งแต่แรกที่ฉีหรัวคบกับเขา ก็เคยรังเกียจสถานะที่ตนเป็นองค์ชาย
สำนักเยียนหยู่เก๋อตระกูลฉี ถือได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเทียนเหยียน ไปมาห่สู่กับราชวงศ์อยู่บ่อยๆ การระมัดระวังเป็นสิ่งที่พวกเขาพึ่งกระทำ คบค้ากับราชวงศ์มาตั้งแต่เล็กจนโต ฉีหรัวอคติกับพวกเขามาตั้งแต่แรกแล้ว
ในหมู่คนมากมาย ก็มีเพียงกู้อ้าวเวยคนเดียวที่เข้าตานางได้
เหมือนอย่างที่นางพูดในตอนนั้นว่า “หากเจ้าสามารถทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนได้ ข้าก็จะเชื่อใจเจ้าเหมือนอย่างที่เชื่อใจนาง”
สูตรยาของกู้อ้าวเวยมีเพียงตระกูลของนางที่ได้ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็จะวางใจให้นางหรือฉีหลินไปทำ หยินเชี่ยวเข้ามาอยู่ด้วยนางยิ่งวางใจ เทียบกับผู้ชายคนอื่น ระหว่างกู้อ้าวเวยกับฉีหรัวถือเป็นการสามารถวางใจไม่สงสัยซึ่งกันและกัน แต่เมื่อผ่านเรื่องมามากมาย สะสมกันมานานหลายปี มิตรภาพนี้ก็กลายเป็นปมเงื่อนซับซ้อน
ในเมื่อคิดดีแล้ว ซ่านเชียนหยวนก็พูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ว่า “ในเมื่อเสด็จอาจะแย่งชิงบัลลังก์ ยังไงก็เป็นการทำเพื่อกู้อ้าวเวย ตอนนั้นเพื่อความฝันที่อยากเป็นหงส์ของซูพ่านเอ๋อ เขาพยายามปีนป่ายไต่เต้าขึ้นไปบนที่สูง ตอนนี้ก็จะต้องทำเช่นนั้นเพื่อกู้อ้าวเวย บางทีเขาเองก็อาจจะมีความลำบากใจ”
“เจ้าเชื่อใจเสด็จอาของเจ้า ข้าก็เชื่อว่ากู้อ้าวเวยเกลียดชังพระราชวัง”
ฉีหรัวที่อยู่ด้านในพูดขึ้นด้วยเสียงเบา โต้ตอบคำพูดเมื่อกี้ของซ่านเชียนหยวนอย่างเรียบเฉยว่า “ความรักไม่ใช่เพียงสิ่งที่ตนเองคิดเท่านั้น อ๋องจิ้งกับกู้อ้าวเวยเป็นเช่นี้ เจ้ากับข้าก็เป็นเช่นนี้”
“ข้าไล่เจ้าไปอยู่ด้านนอก ก็เพียงเพราะเจ้ากับข้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เบื่อที่จะเจอกัน ไม่ต้องเจอกันยังดีกว่า”
เบื่อที่จะเจอกันหรือ
ซ่านเชียนหยวนแน่นไปทั้งหน้าอก สุดท้ายแล้วก็ถอนหายใจออกมา สะบัดชายแขนเสื้อแล้วก็จากไป
ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินหายเงียบไปแล้ว ประตูเรือนก็ถูกปิดสนิท แม่บ้านมาบอกว่าเป็นคำสั่งของอ๋องจิ้ง เหตุเพราะพระชายาอ๋องจงผิงไม่เคารพผู้อาวุโส พูดจาสามหาว จึงสั่งให้กักบริเวณ ห้ามออกจากเรือนเป็นเวลาครึ่งเดือน
กระทำกันแบบนี้ ทำให้ฉีหรัวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
นางไม่ยอมฟังซ่านเชียนหยวนพูดแก้ตัวให้กับอ๋องจิ้ง เพราะรู้แก่ใจดี กลัวว่าถ้าปล่อยให้เขาพูดมากไปกว่านี้ นางอาจจะไม่สามารถเชื่อใจเขาได้อีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้มีคำสั่งกักบริวณ นางไม่ได้คิดว่าเป็นการกระทำของซ่านเชียนหยวน แต่ก็จะไม่ยอมถอย
นางพูดกับแม่บ้านผ่าน ประตูที่ถูกกั้นไว้ว่า “ไปบอกท่านอ๋อง รักใครก็รักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วยนั้น ข้าทำไม่ได้ เมื่อเกลียดใครคนหนึ่งแม้แต่กำแพงที่เขาอาศัยอยู่ก็เกลียดไปด้วย ข้าก็ทำไม่ได้ หากเพื่อนของข้าไม่ได้รับความอิสระ ข้าก็จะไม่ยอมรับฟังชื่อของคนคนนั้น การกักบริเวณครึ่งเดือนนี้ ข้าไม่เสียใจ สำนักเยียนหยู่เก๋อนี้ ข้ายกให้เขาทั้งหมด”
บานประตูถูกแย้มออกเล็กน้อย แล้วกล่องไม้อันหนึ่งก็ถูกโยนออกมา
แม่บ้านรีบเข้าไปรับเอามา ภายในกล่องไม้เป็นตราสัญลักษณ์และกุญแจของสำนักเยียนหยู่เก๋อ แม่บ้านตกใจจนมือทั้งคู่สั่นเทา แต่ฉีหรัวพูดขึ้นด้วยเสียงดังว่า “ปิดล็อกประตูเรือนไว้ อย่ารอช้า”
แม่บ้านเหงื่อไหลท่วมตัว ถือกล่องไม้เดินผ่านเรือนในจวนไปตลอดทาง เสียงซุบซิบคุยกันดังอยู่ในหู
เห็นทีท่านอ๋องกับพระชายาก็ไม่ได้รักใคร่อะไรกัน
มุ่งหน้าเดินมาถึงห้องหนังสือ แล้วเอากล่องไม้วางไว้บนโต๊ะ ซ่านเชียนหยวนฟังแม่บ้านพูดทุกคำพูดออกมาให้ฟัง ข้ารับใช้ทุกคนต่างก็ก้มหน้าก้มตารอคอยรับความโกรธของท่านอ๋อง สุดท้ายกลับมีเพียงเสียงถอนหายใจยาว
ซ่านเชียนหยวนยกมือปิดกล่องไม้นี้ไว้อีกครั้ง บีบนวดหว่างคิ้วด้วยความเป็นกังวล
“เสด็จอาเอ๋ยเสด็จอา ท่านกำลังคิดอะไรอยู่อีกกันแน่?”
วันนี้ เขาก็เริ่มสงสัยอีกแล้วว่าตนเองเป็นเชื้อสายตระกูลซ่านจริงๆหรือ
ทำไมเชื้อสายตระกูลซ่านล้วนมีเสน่ห์ ความคิดรอบคอบ เขากลับยังต้องฟังฉีหรัวพูดให้ฟังทุกคำ ทำให้เขาดูทุกอย่าง