ตอนที่ 1096
บทที่ 1096 ปิดบังอาการป่วย
October 31, 2026
บทที่ 1096 ปิดบังอาการป่วย
“เป็นถึงอ๋องจิ้ง ไร้เดียงสา”
อิจฉาได้แม้กระทั่งหลานแท้ของตัวเอง กู้อ้าวเวยปีนป่ายลงมาจากบนตัวเขาอย่างคุ้นเคย ความรู้สึกที่ห่างเหินมานานของแขนสองข้างนั้น ชอบวางอยู่ตรงเอว รอจนเมื่อนางลงถึงข้างเตียงอย่างมั่นคงแล้ว ค่อยโน้มตัวสวมรองเท้าแล้วก็ออกไป
หยิบเสื้อตัวนอกด้านข้างมาคลุมไหล่ แล้วก็กำลังจะเดินไปเปิดหน้าต่างมองดูอากาศด้านนอก
แต่ผู้ชายที่ควรอยู่บนเตียงนั้น กลับแนบชิดอยู่ด้านหลังของนางอยู่อย่างเงียบๆ ยกมือจับข้อมือทั้งสองของนางไว้ พร้อมทั้งเอาผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้กับนาง
“ไม่แน่เจ้าอาจจะเป็นหวัดเป็นคนที่สี่”
ซ่านจินจื๋อถอนหายใจอย่างแรงอยู่ด้านหลังเขา ทั้งลากทั้งประคองนางกลับไปบนเตียงและสวมเสื้อผ้าต่อไป พร้อมทั้งเปิดหน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุดให้กับนาง มองชมหิมะขาวโพลนร่วงโรยใต้หน้าผา กู้อ้าวเวยถูกลมหนาวพัดจนต้องหดเข้าไปอยู่ในผ้าห่ม โผล่ให้เห็นเพียงดวงตาหนึ่งคู่
ซ่านจินจื๋อสวมชุดบางยืนอยู่ตรงหน้าต่าง สัมผัสได้ถึงแรงลมภายใต้หน้าผา แล้วจึงดึงบานหน้าต่างมาปิด ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่ง เอาถ่านใส่ลงไปในอ่างถ่านแล้วจุดไฟอย่างชำนาญ จนน่าแปลกใจ
“เมื่อก่อนเจ้าทำงานพวกนี้บ่อยหรือ?”กู้อ้าวเวยนอนตะแคงอยู่ตรงข้างเตียงที่เขาเพิ่งนอนเมื่อกี้ เงยหัวมองดูบานประตูที่เขาแง้มเปิด กลับแปลกใจที่ไม่มีลมพัดเข้ามา
“ทำศึกออกรบ ไม่ได้อยู่อย่างสุขสบาย เพิ่งถูกตามใจมาหลายปีนี้เอง”
“เจ้าแน่ใจว่าเจ้าไม่ได้เหี้ยมโหดดุร้าย พวกคนใช้จึงคอยรับใช้อย่างระมัดระวัง?”กู้อ้าวเวยดูไม่ออกเลยว่าซ่านจินจื๋อถูกตามใจมาจนโต
คิดถึงตอนที่เขาออกไปทำศึกสู้รบ ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ขุนนางในราชสำนักต่างก็พูดว่าเขาโฉดชั่วเสมือนหมาป่า ล้วนก็คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาตลอด หรือบางคนคอยคิดหาทางกดขี่เขา รอเมื่อวันหนึ่งเขาได้ขึ้นไปอยู่ในไปฮ่องเต้ ค่อยช่วยเหลือสนับสนุนคนที่เคยช่วยเหลือเขา
แต่ความคิดของเขา ค่อนข้างคาดเดายากไปหน่อย
ตอนนี้ซ่านจินจื๋อกำลังขำกับคำพูดประโยคนี้ของนาง “คุณรู้ด้วยหรือ?”
“รู้อยู่แล้ว ข้าเป็นคนที่ใครเห็นแล้วใครก็รัก ส่วนเจ้า เป็นคนที่ใครเห็นแล้วใครก็ไม่ชอบ” กู้อ้าวเวยอมยิ้ม ฟังเสียงถ่านไฟแตก เหมือนดั่งภายในดวงตาก็มอดไหม้ไปด้วย พร้อมพูดขึ้นว่า “พวกเขาไม่ชอบเจ้า ไม่เพียงเพราะอำนาจตำแหน่งของเจ้า แต่เป็นเพราะพวกเขาทำอะไรเจ้าไม่ได้ เปลี่ยนแปลงนิสัยเจ้าไม่ได้ และเป็นคนที่เจ้าชอบพอใจไม่ได้”
“นี่จึงเป็นเหตุผลที่เจ้ายังรักชอบข้าหรือ?”ซ่านจินจื๋อก็ยิ้มมองดูนาง
“เพราะข้าก็สู้เจ้าไม่ได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงลองหาวิธีอื่นๆไง”กู้อ้าวเวยเห็นว่าภายในห้องค่อนข้างอุ่นแล้ว จึงลุกขึ้นมาหยิบเสื้อผ้าด้านข้างมาสวม แล้วเดินไปด้านข้างซ่านจินจื๋อ ก้มตัวลงเอามือผิงเตาถ่านนั้นไว้
“เย็นเร็วขนาดนี้เลยหรือ?”ซ่านจินจื๋อยกมือกุมมือของนางไว้ แล้วก็พบว่ามือของนางเย็นอย่างมาก
“ฤดูหนาวก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนนั้นข้าฝึกการต่อสู้กับกุ่ยเม่ยเพียงไม่กี่กระบวนท่าเอง จะแข็งแรงเทียบกับพวกเจ้าได้ยังไง”กู้อ้าวเวยหัวเราะ
ในใจกลับรู้ดี ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็ไม่มีใครมือเท้าเย็นขนาดนี้ ไม่มีสิ่งให้ความอบอุ่น ก็จะเหลือไว้เพียงความเยือกเย็น
สายตาซ่านจินจื๋อฉายแววเย็นชา ทั้งสองคนต่างก็รู้ตัวไม่มีใครพูดเปิดเผยใคร
“ข้าไปเอาของกินมา”ซ่านจินจื๋อยกเก้าอี้ให้กับนาง แล้วก็ไม่รู้ว่าเอายางมัดผมออกมาจากไหน ช่วยนางรวบมัดผมที่ยาวสลวยอย่างชำนาญ นิ้วมือสัมผัสโดนใบหูที่เยือกเย็นของนาง จึงเอามือกุมไว้แปบหนึ่ง แล้วก็ออกไป
ปล่อยให้กู้อ้าวเวยนั่งอยู่บนเก้าอี้คนเดียว เอามือเท้าคางไว้ แล้วครุ่นคิดอยู่อย่างเหม่อลอย