ตอนที่ 169
บทที่ 169 ความปรารถนาของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
October 22, 2026
บทที่ 169 ความปรารถนาของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
“ท่านรู้?” กู้อ้าวเวยค้ำเตียงแล้วลุกขึ้นไป นางรู้สึกปวดไหล่และข้อมือเล็กน้อย
“ข้าแค่คาดเดา แท้ที่จริงแล้วเจ้าต้องการทำสิ่งใด?” ซ่านจินจื๋อนั่งลงที่ขอบเตียง มองนางอย่างจริงจัง
กู้อ้าวเวยไม่พูดไม่จา หลังจากเปลี่ยนยานางก็รีบนอนลงบนเตียงแล้วหลับไป
รู้ว่าตนถามอะไรไม่ได้ ซ่านจินจื๋อเพียงพยักหน้าแล้วหลับไป วันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนไปจากสถานที่แห่งนี้ เพื่อไปยังเมืองถัดไป
ทันทีที่เข้ามาในเมือง ก็เห็นโคมไฟสวยงามประดับประดาอยู่ในเมือง เนื่องจากการต่อสู้กระบี่ชิงซวงของหลิ่งหนาน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณใกล้เคียง เจ้ายุทธภพทั้งหลายจึงพากันมาที่นี่ บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก
กู้อ้าวเวยเดินเที่ยวเตร่ผ่านไป แล้วไปหน่วยการแพทย์เพื่อซื้อสมุนไพรที่มีเพียงที่นี่ จนถึงเวลาเที่ยงวัน พวกเขามาหยุดพักเหนื่อยในร้านอาหาร
“แม่นาง คืนนี้มีเทศกาลโคมไฟ ผู้ที่มีความสามารถในการประพันธ์จะประชันกลอนที่ริมแม่น้ำในเมือง แม่นางไม่อยู่ที่นี่สักสองสามคืนหรือ?” ชายผู้มาส่งอาหารกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ข้าไม่ชอบประชันกลอน ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆไหม?” กู้อ้าวเวยลากชามบะหมี่หยางชุนมาตรงหน้า
“แม่นางมาได้ถูกเวลา ที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ถ้าหากแม่นางไม่ชอบจริงๆ เช่นนั้นก็ไปเช่าเรือในตอนกลางคืน มีอาหารว่างอร่อยถูกปาก ยิ่งไปกว่านั้นสามารถชมบรรยากาศที่แสนคึกคักบนชายฝั่ง และได้ลอยโคมในตอนกลางคืน” ชายผู้นั้นพูดเกินจริง ท่าทางร่าเริง
ซ่านจินจื๋อใช้สายตาเย็นเยือกบังคับชายผู้นั้นให้ถอยไป แต่กู้อ้าวเวยกลับรู้สึกตื่นเต้น
ในเมื่อมาแล้ว มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เข้าร่วม
พอคิดได้เช่นนี้ กู้อ้าวเวยจึงรีบจองห้อง เฉิงซานทนดูไม่ได้: “ฮูหยิน ร่างกายแม่นางพ่านเอ๋อยังมีพิษร้ายอยู่ พวกเราท่องเขาลำเนาไพรเช่นนี้…”
“พวกท่านสามารถกลับไปก่อนได้ แต่ข้ายังไม่อยากกลับเทียนเหยียน” กู้อ้าวเวยตอบ นางผลักหน้าต่างที่อยู่ด้านข้างออก มองดูภาพคึกครื้นด้านล่าง นางรับประทานอาหารอย่างสบาย
เฉิงซานมองซ่านจินจื๋อเพื่อขอความช่วยเหลือ เขาสีหน้านิ่ง: “กลับเทียนเหยียน”
“หากท่านจะกลับท่านก็กลับ” กู้อ้าวเวยเลิกคิ้ว: “ข้ายังมีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ หากกลับเทียนเหยียนแล้ว ข้าคงออกมาไม่ได้อีก”
“เทียนเหยียนดีกว่าด้านนอกตั้งหลายพันเท่า”
“แต่ข้าไม่อยากเป็นคนที่ถูกคุมขังหมดอิสระ” กู้อ้าวเวยไม่มีอารมณ์ที่จะรับประทานอาหารต่อทันที นางหยิบเพียงขนมเค้กเข้าปาก: “ท่านคุมขังซูพ่านเอ๋อไว้ในตำหนักอ๋อง ตอนนี้ แม้แต่ข้าก็อยากจะถูกคุมขังหรือ?”
สายตาที่ชัดเจนของกู้อ้าวเวยมองไปที่ซ่านจินจื๋อ
คำว่า คุมขัง แค่สองคำ ทำให้ซ่านจินจื๋อไม่มีคำพูด ซูพ่านเอ๋อป่วยหนักและไม่สามารถไปไหนได้ สถานที่ที่ไกลที่สุดที่เคยไปคือประตูซือเหมิน วิวทิวทัศน์ที่เคยเห็นไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
ยิ่งคิดมากเท่าไร ซ่านจินจื๋อก็ยิ่งรู้สึกเสียใจต่อซูพ่านเอ๋อมากเท่านั้น
กู้อ้าวเวยมองดูเขาทุกอย่างด้วยสายตา นางรู้ว่าหากพูดถึงซูพ่านเอ๋อ ปัญหาต่างๆก็ได้แก้ตกไปตามๆกัน ซูพ่านเอ๋อคือคำสาปแช่งของพวกเขาคนใดคนหนึ่ง เหมือนหนอนในกระดูกข้อเท้า กู้อ้าวเวยไม่มีทางโกหกตัวเองได้ว่าไม่เคยหวั่นไหวกับซ่านจินจื๋อ
เพราะสัญญาลับกับซ่านจินจื๋อ
แต่ตอนนี้ พื้นผิวที่เงียบสงบได้ถูกทำลาย แท้จริงแล้วคือใครที่หลอกความรู้สึกใครก็มิอาจรู้ได้
ซ่านจินจื๋อหลอกนางเพื่อซูพ่านเอ๋อ
นางหลอกซ่านจินจื๋อก็เพื่อแก้แค้นซูพ่านเอ๋อ
เมื่อคิดเช่นนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเพราะเบาๆ: “มนุษย์นั้น มีส่วนดีส่วนเสียอยู่ในตัวคนเดียวกัน”
เมื่อพูดอย่างนั้น นางก็ลูบข้อมือที่บาดเจ็บ แล้วเดินออกไปด้านนอก