ตอนที่ 592
บทที่ 592 ความรับผิดชอบของอ๋องจิ้ง
October 31, 2026
บทที่ 592 ความรับผิดชอบของอ๋องจิ้ง
ซูพ่านเอ๋อถูกบังคับให้คอยอยู่ข้างคอกม้า เฉิงยีใช้กริชจี้ที่แผ่นหลังของนางไม่ยอมถอยร่นเลยสักครึ่งก้าว ส่วนชิงจืออ่านบันทึกที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยอ่านจบเสียที นวดลำคอพลางเงยหน้าขึ้นมา เสมองซูพ่านเอ๋อ “ท่านพี่หิวหรือไม่ ข้าจะไปหยิบอาหารบางส่วนมาให้กินนะ”
“ไม่หิว” ซูพ่านเอ๋อเปล่งสองคำนี้รอดไรฟันออกมา “เฉิงยี ข้าอยากถามท่านพี่จื๋อเสียหน่อยว่าข้าทำผิดเรื่องอะไรกันแน่”
“สมรู้ร่วมคิดกับเซียวไห่และซู๋ฮองเฮา ระดับความผิดเช่นนี้ก็เพียงพอจะฆ่าเจ้าพันครั้งได้แล้ว”
น้ำเสียงของซ่านจินจื๋อลอยมาจากทางประตู ชุดดำเหลือบทองทั้งร่างทรงอำนาจดุดัน สายตาแสนเยือกเย็น
ซูพ่านเอ๋อรู้สึกเพียงว่าร่างกายแข็งทื่อ ความเย็นวาบไหลแนบลงบนแผ่นหลัง ทำเอานางตระหนกจนเหงื่อกาฬท่วมศีรษะ
เพียงแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ไฉนท่านพี่จื๋อจึงมองออกถึงความไม่ชอบมาพากลในนั้นได้กัน?
ชิงจือกลับไม่รู้ว่าทั้งสองคนพูดอะไรกัน ทำเพียงยิ้มและวิ่งไปหยุดอยู่ข้างกายซ่านจินจื๋อ ทำให้สีหน้าอึมครึมของบุคคลหลังเริ่มโอนอ่อนลงบ้าง ใช้มือข้างหนึ่งโอบชิงจือเข้าสู่อ้อมกอด สายตาที่มองไปทางซูพ่านเอ๋อเยือกเย็นไม่ลดละเลยสักนิด “ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าสักหน แต่ว่าเพราะเจ้ายังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง หากไม่สามารถทำตัวเป็นประโยชน์ต่อข้าได้ ข้าย่อมเฉือนมือเท้าของเจ้ามัดไว้หน้าหลุมศพอาจารย์กับท่านอาจารย์หญิงเพื่อสำนึกผิดหนึ่งร้อยปีแน่นอน”
คล้ายกับฉุกคิดถึงสามวันที่อยู่ในคุกใต้ดินขึ้นมา ซูพ่านเอ๋อยังจำได้ถึงสภาพน่าเวทนาก่อนลาโลกของชิงต้ายในปีนั้น เดิมก็ระส่ำระสายทุกคืนอยู่แล้ว ปัจจุบันยิ่งขยาดกลัวเข้าไปใหญ่ “ท่านพี่จื๋อ ข้าไม่ได้สังหารท่านอาจารย์กับอาจารย์หญิงจริง ๆ นะ...”
“ต่อให้ไม่ได้ฆ่า เจ้าก็ทำร้ายเวยเอ๋อกับลูกสองคนของกู้จี้เหยาอยู่ดี สองชีวิตนี้ แลกกับความเจ็บปวดในชีวิตที่เหลือของเจ้า ข้าก็ไม่ยี่หระเลยด้วยซ้ำ” ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นอุดใบหูของชิงจือเอาไว้ การเคลื่อนไหวอ่อนโยนถึงขีดสุด
ในน้ำคำเช่นนี้นางกลับสัมผัสถึงความรู้สึกที่ราวกับถูกคมมีดกรีดเฉือนผิวหนัง หนังศีรษะมึนชา ทั้งดวงหน้าเริ่มซีดเผือดขึ้นมา “ท่านพี่จื๋อ...”
“เจ้าไม่คู่ควรจะใช้ชื่อนี้เรียกข้าตั้งนานแล้ว หลายวันมานี้ยอมให้เจ้ามีชีวิตรอด เจ้าคิดจริง ๆ เชียวหรือว่าข้ายังอาลัยอาวรณ์ในความรักครั้งเก่าอยู่?” ซ่านจินจื๋อก้าวไปข้างหน้า ฉวยเอาขนมอบน้ำตาลชิ้นหนึ่งวางใส่อ้อมแขนของชิงจือ ไม่สนใจว่าเขาจะกินจนตัวเองเปื้อนเศษขนมปังไปหมด ยังคงกอดเขาเอาไว้ตามเดิม ยามที่หมุนกายหมายจะออกไป กลับทิ้งทวนไว้หนึ่งประโยคอันแสนราบเรียบ “เพียงแค่สงสัยใคร่รู่ว่าระหว่างเจ้ากับเซียวไห่จะทำอะไรลงไปได้บ้างกันแน่”
“ซ่านจินจื๋อ!” ซูพ่านเอ๋อแทบจะตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นทันใด ดวงหน้าที่พับเก็บความอ่อนแอทั้งหมดไปแล้วเริ่มบูดบึ้งขึ้นมา แผ่นหลังถูกกริชเชือดเฉือนยังไม่รู้สึกเลยสักนิด มองทางซ่านจินจื๋อด้วยดวงตาก่ำเลือด “ข้าเติบมากับท่านตั้งแต่เด็ก มอบใจทั้งดวงนี้ให้ท่านจนหมด ท่านกลับไม่อาลัยรักเก่ากับข้าเลยด้วยซ้ำ เช่นนั้นยี่สิบปีที่พัวพันไม่เลิกราของพวกเรา สำหรับท่านแล้วคืออะไรกันแน่”
เสียงของหญิงสาวแทบจะพลิกหลังคาคว่ำ ตะโกนจนน้ำเสียงจวนเจียนแหบพร่า
เรือนร่างแบบบางของซูพ่านเอ๋อสั่นระริก น้ำตาเอ่อรื้นขอบตาก่อนจะไหลออกมา กลับเปิดปากเอ่ยต่อไปในขณะที่ซ่านจินจื๋อชะงักฝีเท้า “ปีนั้นข้าเข้าใกล้ ตีสนิทท่านเพราะอำนาจจริง ๆ ทว่ายี่สิบปีมานี้ ต่อให้ท่านไม่มีแก่ใจเอ็นดูข้าตั้งนานแล้ว ก็ไม่มีความรักใคร่เลยหรือ? ท่านยังจำได้ไหมที่ปีนั้นท่านอาจารย์ทำโทษพวกเรากลางหิมะ แล้วเคยจำได้ไหมว่าท่านอาจารย์หญิงเคยกำชับกับท่านนักหนาว่าทั้งชีวิตนี้ข้าตรากตรำนัก ให้ท่านดูแลข้า?”
ทุกถ้อยคำล้วนแหบแห้ง ซูพ่านเอ๋อแทบจะร่ำไห้ไม่ส่งเสียง น้ำเสียงแหบพร่า “เรื่องใดๆ ก็ตามที่ข้าทำลงไปก็เพื่อท่านกับข้าทั้งนั้น ท่านกลับทำกับข้าเช่นนี้เพื่อเพราะกู้อ้าวเวยคนเดียว ในสายตาของนางก็มีแค่ความรับผิดชอบของผู้เป็นหมอหรือไม่ก็ประชาชนทั่วไปและสหายใต้หล้าเท่านั้นแหละ ไม่ได้มีท่านเลยสักนิด”
บัดนั้นความเงียบโรยตัวปกคลุมคนไม่กี่คน ฝีเท้าซ่านจินจื๋อกลับไม่ได้สาวออกไป ส่วนน้ำตาของซูพ่านเอ๋อพลันร่วงเผาะลงบนผิวโต๊ะ
บนโลกนี้จะมีคนไร้ความรู้สึกได้อย่างไรกัน?
ซ่านจินจื๋อย่อมจำพระอาทิตย์ขึ้นที่ทั้งสองเคยมาชมที่โขดหินใหญ่บนยอดเขาได้ และยังจำได้ถึงน้ำคำกระซิบรักต่อซูพ่านเอ๋อซึ่งแนบในอ้อมอกได้อยู่แล้วและยิ่งจำได้ว่าแม้ซูพ่านเอ๋อจะงุ่มง่าม แต่ยังคงเรียนรู้จะจัดการตำหนักอ๋องให้ตนเองด้วยวิธีใดอยู่
ทว่าตัวเขาเองก็ยังจำทุกอย่างที่ซูพ่านเอ๋อบอกเขาได้
จนกระทั่งชิงจือยกมือขึ้นกระแทกไหล่ของเขาอย่างไม่พอใจ ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลนั้นตะเบ็งขึ้นมา “พี่สาวท่านบอกว่าท่านชอบท่านพ่อ แต่ท่านแค่หวังให้ท่านพ่อชอบท่าน ทะนุถนอมท่านเท่านั้น แต่ท่านแม่ข้าหวังว่าท่านพ่อจะเป็นคนดีคนหนึ่ง โดยไม่สนใจว่าท่านพ่อจะโลเลสับปลับเพียงใด ท่านแม่ชอบท่านพ่อมากกว่าท่านเสียอีก”
เพราะน้ำคำของท่านอ๋องน้อย เฉิงยีจึงแน่นิ่งเล็กน้อย ซูพ่านเอ๋อหัวเสียจนหงายโต๊ะขึ้น
แต่ซ่านจินจื๋อกลับหัวเราะเบาๆ ขึ้นมา กอดชิงจือที่อยู่ในอ้อมแขนแน่นขึ้นไปอีก หัวเราะทุ้มต่ำแต่กลับไม่เหลียวหลังหันไปมองทางซูพ่านเอ๋อเลยสักนิด
“ชิงจือพูดถูก ก็เพราะแบบนี้ เจ้าถึงเทียบไม่ได้แม้แต่เล็บมือเพียงนิ้วเดียวของเวยเอ๋อ”