ตอนที่ 593
บทที่ 593 ไร้โอกาสกำชัยโดยสิ้นเชิง
October 31, 2026
บทที่ 593 ไร้โอกาสกำชัยโดยสิ้นเชิง
หลังจากนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ซ่านต้วนโฉงจึงปริปากเอ่ยเสียงต่ำ “หากเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ข้าจะรีบออกราชโองการเดี๋ยวนี้”
“ต้องขอให้ฝ่าบาทออกราชโองการโดยพลัน ข้ามิได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย” สีหน้ากู้อ้าวเวยเป็นปกติ คุกเข่าอยู่บนพื้นยังคงนั่งแผ่นหลังเหยียดตรง ดวงตาสองข้างนั้นไม่หวาดเกรงต่ออาภรณ์เหลืองอร่ามนั้นเลย ยิ่งไม่สนใจว่าบนแท่นปะรำจะเป็นใคร
แทบจะเห็นว่าฮ่องเต้เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือคนหนึ่งเท่านั้น หาใช่บุคคลสูงศักดิ์ไม่
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะแปรปรวนเช่นนี้” ซ่านต้วนโฉงหยัดตัวลุกขึ้น เสมองนางจากที่สูง “ชั่วชีวิตนี้ของเจ้า เคยทำลายหลักการของตนเองเพื่อผู้อื่นบ้างหรือไม่”
“ไม่เลย” กู้อ้าวเวยกล่าวห้วนๆ ค่อยๆ เชยปลายคางขึ้น “มนุษย์เกิดมาก็เพื่อมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเท่านั้น”
“จงจำถ้อยคำวันนี้ของเจ้าไว้ วันหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ถูกเจ้าจูงจมูกอีกแล้ว ลุกขึ้นเถิด”
ซ่านต้วนโฉงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก ตัดสินใจออกราชโองการ
กู้อ้าวเวยก็พลอยหัวเราะเบาๆ ขึ้นมา ก่อนหยัดตัวลุกขึ้นยืนอย่างแช่มช้า เหลือบมองดวงหน้าของซ่านต้วนโฉงที่คล้ายคลึงกับซ่านจินจื๋อหลายส่วนไปพลาง ก่อนถอนใจอย่างจนแต้ม “ฝ่าบาทช่างเหมือนกับซ่านจินจื๋อยิ่งแล้ว มักจะอ่อนโยนเสมอ”
นางเดินออกไปด้านนอกก่อนที่ขันทีจะนำสิ่งของเข้ามา เผชิญหน้ากับแสงสนธยาอันแดงซ่าน แผ่นหลังแสนเปล่าเปลี่ยว
ซ่านต้วนโฉงอดมองอีกหลายทีไม่ได้ จนกระทั่งราชโองการร่างจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขาจึงบีบพู่กันในมือ และไม่วางลงเลยเป็นเวลาเนิ่นนาน
ซ่านจินจื๋อ เคยอ่อนโยนตั้งแต่เมื่อไรกัน?
เขาคิดไม่ตก แต่ซ่านเซิ่งหานที่รออยู่นอกประตูเป็นเวลานานแล้วกลับมองกู้อ้าวเวยซึ่งเดินมาทางตน แต่ไม่ได้ยื่นมือออกไปหานาง ทำเพียงยืนห่างจากนางเพียงช่วงไหล่ ชำเลืองดูอาทิตย์อัสดงสู่ประจิม ยามสนธยาพร่างฟ้าสะท้อนสู่นัยน์เนตร ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล “บางทีท่านอาอาจจะเกลียดเจ้า หรือไม่ก็แย่งเจ้ากลับไป”
“เขาเกลียดข้านับเป็นเรื่องดี หากแย่งข้ากลับไป ก็แค่จ่ายชีวิตนี้ให้แก่เขา ก็ถือเป็นความผิดฐานหลอกลวง ต่อให้เขารู้ความจริงและทนทุกข์ไปชั่วชีวิตที่เหลือ คงเป็นเพียงการลงทัณฑ์ที่ยังไม่สิ้นสุดในปีนั้นเท่านั้นเอง” ในดวงตากู้อ้าวเวยสว่างพรางแวบหนึ่ง คิดมาเป็นมั่นเหมาะแล้วว่าหนึ่งในนั้นคือหาใช่ความคดเคี้ยวหรือเที่ยงตรงไม่
หัวไหล่ของทั้งสองกระทบเข้าด้วยกันบ่อยครั้ง กลับไม่อาจทำให้เกิดประกายไฟได้เลยสักครึ่งเสี้ยว
“ระหว่างเจ้ากับข้า เป็นเพื่อนกันก็ไม่เลวเลย” ซ่านเซิ่งหานอดปริปากไม่ได้
“คงไม่ดีกว่า เดิมท่านก็คงถวิลหาข้าอยู่เหมือนเก่า หากสักวันหนึ่งข้าตายขึ้นมาจริงๆ ท่านก็จะปวดใจชั่วระยะหนึ่ง ไม่สู้ให้ข้าลบล้างสิ่งเหล่านี้ออกไปเสียก่อนดีกว่า” กู้อ้าวเวยยิ้มอย่างจนปัญญา เอียงหน้าเหลียวมองเขา “ต้องให้เป็นความตาย ข้าเองก็ไม่อยากติดหนี้ใคร ยิ่งไม่ต้องการให้คนบริสุทธิ์อย่างพวกท่านเพิ่มมลทินเข้าไปใหญ่”
“เจ้าดื้อรั้นและเข้มแข็งเกินไปแล้ว” ทันใดนั้นซ่านเซิ่งหานก็ไม่พูดว่าควรพูดอะไรบ้างแล้ว
“อิสระสัญจร สันโดษเหนือใด คือเรื่องราวที่ข้าอยากทำให้สำเร็จ” กู้อ้าวเวยจนปัญญาเช่นเดียวกัน ชาติก่อนนางจากไปแบบปุบปับยิ่ง นี่ก็เป็นเพียงความปรารถนาเล็กๆ อย่างหนึ่งเท่านั้น หาใช่ความเข้มแข็งดังที่ซ่านเซิ่งหานคิดไม่
แต่ว่านางเองก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้คนอื่นทราบ ขอเพียงรู้จักตัวเองก็พอแล้ว
กลับไม่รู้เลยว่ายิ่งนางดึงดันกับความปรารถนาเล็กๆ ของตนมากเพียงใด ซ่านเซิ่งหานยิ่งยากจะรามือง่ายๆ มากเพียงนั้น
บนโลกนี้สตรีส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่เพื่ออยู่ใต้ปกครองบุรุษ ต่อให้เป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเอง คงไม่พ้นดิ้นรนหลายวันคืน ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงผู้อื่นหรือเปลี่ยนแปลงลูก ขอเพียงตนสามารถมีชีวิตต่อไปอย่างอิสระ ก็นับว่าเป็นสตรีที่เข้มแข็งแล้ว
พระราชโองการจะส่งมาวันพรุ่ง ทว่าคืนนั้น องค์ชายและคณะทูตไม่น้อยต่างรับรู้เรื่องดังกล่าว
ซ่านจินจื๋อหากู้อ้าวเวยไม่พบเลย ขณะที่กอดชิงจือซึ่งหลับสู่ห้วงนิทราลึกแล้วเร่งรุดไปยังบ้านพักภูเขา เฉิงเอ้อก็นำเรื่องนี้มาบอกทีละอย่าง
“เป็นอุบาย?” ซ่านจินจื๋อยังคงไม่อยากจะเชื่อ
ระยะนี้เขากับกู้อ้าวเวยควรจะไร้ความเคียดแค้นชิงชังกันจึงจะถูก ตนก็ไม่ได้ทำเรื่องอะไรที่ยั่วโมโหนางเสียหน่อย
“หาใช่อุบายไม่ วันพรุ่งก็น่าจะมีพระราชโองการลงมาแล้ว แม้กระทั่งคณะทูตต่างก็รับรู้เรื่องนี้ เมื่อครู่ฮองเฮาก็ทรงกริ้วอยู่ในตำหนัก คล้ายกับว่าฮ่องเต้ตัดสินใจแล้วว่าหลังจากกลับไปจะแต่งตั้งองค์ชายสามเป็นรัชทายาทในทันที ทั้งยังหมั้นหมายกับองค์หญิงแห่งเอ่อตานด้วย” เฉิงเอ้อกล่าวด้วยเสียงร้อนรน
หากเป็นเรื่องใหญ่อย่างการแต่งตั้งรัชทายาท ซ่านต้วนโฉงย่อมไม่อาจตัดสินใจอย่างง่ายดายอยู่แล้ว