ตอนที่ 595
บทที่ 595 ซ่านต้วยเฟิง
October 31, 2026
บทที่ 595 ซ่านต้วยเฟิง
องค์ชายเก้ามีนามว่าซ่านต้วยเฟิง เนื่องจากมารดาเป็นนักโทษมิใช่คนในครอบครัวสูงศักดิ์ ฉะนั้นจึงไม่อาจใช้ตัวอักษรผู้สืบทอดในรุ่นนี้ได้
มารดาเสียชีวิตจากภาวะคลอดลำบาก และได้รับการเลี้ยงดูจากจี้เฟย แต่น่าเสียดายที่จี้เฟยป่วยหนักจนลาโลกไปในยามที่ซ่านต้วยเฟิงอายุได้สิบสองปี ต่อมาก็ย้ายมาพำนักในตำหนักองค์ชาย จนกระทั่งเติบโตจนป่านนี้ ก่อตั้งตำหนักอีกหลัง ในเรือนมีหนึ่งภรรยาสองอนุ ชายาเอกเป็นบุตรีพ่อค้าวาณิช มีอนุแรกที่เป็นตระกูลสาขาย่อยของซู๋ฮองเฮา อนุอีกหนึ่งเป็นตระกูลสาขาย่อยของสามีองค์หญิงแห่งร้านเห้าเทียน
ปัจจุบันยืนอยู่ฝั่งเดียวกับซู๋ฮองเฮา กู้อ้าวเวยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
แต่ทั้งซ่านเซิ่งหานและซ่านจินจื๋อต่างก็ทำการตรวจสอบองค์ชายเก้าท่านนี้ คอยป้องกันล่วงหน้าอย่างระวัง
ส่วนกู้อ้าวเวยนั้นกลับหาได้ยากที่จะไม่เข้าใจความหมายของซ่านเซิ่งหาน ศีรษะที่สวมผ้าคลุมหน้านั้นเอียงเล็กน้อย “ครั้งนี้ดูเหมือนข้าจะไม่ได้หาเรื่องเขานะ”
ซ่านจินจื๋อที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามแทบจะขย้ำแก้วในมือจนแตกละเอียด
ตัวซ่านเซิ่งหานเองกลับแน่นิ่งไปสักพัก แน่นิ่งอยู่นานกว่าจะกล่าวอธิบาย “นี่ไม่ใช่ว่าเจ้าแส่หาเรื่องหรอก เพียงแต่เพราะสถานะเจ้าหญิงของเจ้า รวมถึงความสำคัญที่ท่านอามีต่อเจ้าต่างหาก”
“ถ้าข้าเป็นเขา ข้าย่อมต้องเพ่งเล็งที่ท่าน ปฏิบัติต่อองค์หญิงต่างแคว้นคนหนึ่งอย่างข้า จะไปทำอะไรได้กันเล่า” กู้อ้าวเวยกลับยังคงไม่เข้าใจ ตอนที่นางตื่นขึ้นมาคนที่ยืนอยู่ข้างประตูไม่ใช่ผู้ใต้บัญชาของซ่านเซิ่งหาน หนึ่งในนั้นมีเพียงเยว่ซึ่งตามหลังมาติด ๆ เท่านั้นที่เป็นคนของซ่านเซิ่งหาน
ถึงกระนั้น นางก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองยังพอเป็นประโยชน์อะไรได้อีกบ้าง
ซ่านเซิ่งหานอ้ำอึ้งไปสักพัก ก็ไม่รู้ว่ากู้อ้าวเวยกำลังอำตนอยู่หรือไม่ ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าหมั้นหมายกับข้า ขอเพียงเจ้าตาย ข้าก็ไม่มีเอ่อตานเป็นที่พึ่งแล้ว เจ้าเข้าใจไหม?”
“เป็นอย่างนี้หรอกหรือ” กู้อ้าวเวยมุ่นเรียวคิ้ว รู้สึกเพียงแต่ว่าระยะนี้ตนมักจะสติไม่อยู่กับร่องกับรอย
ดูเหมือนเรื่องที่จะตายในอนาคตยังทำให้นางจิตใจล่องลอยอยู่
ปลายนิ้วเริ่มกระชับขึ้นเล็กน้อย เหลือบเห็นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกำลังจะจัดขึ้นในไม่ช้า ถึงตอนนั้นคงเลี่ยงได้กินอาหารป่าสักสองสามคำไม่ได้ วันนี้นางไม่ได้ทานยาอย่างเลยตามเลย ก่อนมองไปทางซ่านเซิ่งหานอย่างจนปัญญา “แต่ข้าไม่สามารถเคียงข้างท่านไปเทียนเหยียนเพื่อรอท่านสืบทอดตำแหน่งรัชทายาท ครั้นกู่เซิงจากไป ข้าก็จะไปพร้อมกับเขาทันที”
“นี่ก็คือแผนของเจ้า?” ซ่านเซิ่งหานมุ่นคิ้ว
“เป็นเช่นนี้แหละ เรื่องสำคัญมาก ๆ คงไม่อาจบอกท่านได้” กู้อ้าวเวยพยักหน้าอย่างจริงจัง ก่อนมองเยว่ที่มีเงาร่างคล้ายคลึงกับตนแวบหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยคำ “ไม่สู้ให้เยว่นั่งตำแหน่งแทนข้าชั่วคราว จื่อมีวาทศิลป์ถนัดพูด คงสามารถช่วยปกปิดให้ได้บ้าง”
“หากทำอย่างที่เจ้าพูด ตลอดทางนี้จำเป็นต้อง...”
“กู่เซิงจะคุ้มกันข้าอย่างปลอดภัยแน่นอน หากเขาไม่สามารถแม้แต่ปกปิดข้าไว้ได้ ข้าคงไม่ต้องอยู่เคียงข้างผจญอันตรายกับเขาแล้ว” กู้อ้าวเวยโบกมือ หับหนังสือในมือเข้าหากันอีกครั้ง สีหน้าจนปัญญา “ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะบรรลุผลหรือไม่ ท่านก็ต้องต่อกรกับองค์ชายเก้าผู้นี้เป็นพอ”
“ยามที่เจ้าจากไป หากองค์ชายเก้าคิดลงมือ กู่เซิงจะตั้งรับไว้ได้หรือ?” ซ่านเซิ่งหานยังคงเป็นห่วง “นับประสาอะไร สีหน้าของเจ้าดูเหมือนไม่สู้ดีนัก”
ทอดถอนใจเบา ๆ กู้อ้าวเวยรู้สึกเพียงว่าเขาเริ่มเหมือนผู้ใหญ่ที่กังวลใจต่อลูก ๆ มากขึ้นทุกที ทำเพียงปริปากอย่างจนปัญญา “เรื่องนี้ปล่อยให้เขาไปเถิด ถ้าหากองค์ชายเก้าคิดจะลงมือกับข้าจริง ๆ ก็จำเป็นต้องใช้สาขาย่อยของตระกูลซู๋ หากผจญอันตรายระหว่างทางก็จะได้เคาะระฆังเตือนภัยให้กู่เซิง”
สำหรับเรื่องนี้ซ่านเซิ่งหานไร้คำจะกล่าว กู้อ้าวเวยดูคล้ายจะไม่เคยก้าวก่ายเรื่องของพวกเขาเลย ทว่าต่อให้อยู่เป็นเรื่องอะไรกลับคิดจะสั่งสอนพวกเขาเสมอ กับเขาก็ดี กับซ่านเชียนหยวนก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แม้แต่กับชิงจือเองก็ยังชอบพร่ำบนหลักการอยู่ร่ำไป ยอมปล่อยให้เจ้าเดินไปบนเส้นทางเลี้ยวลด แต่ไม่ยอมให้ตนต้องใช้สมองเลย
ส่วนกู้อ้าวเวยกลับไม่ยี่หระ นางมักจะออกคำสั่งต่อแพทย์ อบรมผู้อื่นเรื่อยมา แต่เมื่อใดก็ตามที่เป็นเรื่องหาเหตุผลไม่ได้ ก็จะบอกว่าเป็นการอบรมชี้แนะ