ตอนที่ 596
บทที่ 596 ช่างโอ้อวด
October 31, 2026
บทที่ 596 ช่างโอ้อวด
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
กู้อ้าวเวยเลิกคิ้วขึ้นพร้อมรินน้ำอุ่นลงในแก้วของตัวเอง
นี่มันใช่ความรู้สึกจริงที่ไหนกัน เพียงแค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดบวกกับผลประโยชน์อีกมากหน่อย ท่านซูพบว่าความทะเยอทะยานของอ้ายจื่อกับองค์หญิงเอ่อตานนั้นมีความเกี่ยวพันกัน นั่นจึงเป็นเหตุให้มาเสี่ยงถึงที่นี่ อีกอย่าง ที่เขากล้าเชื่ออ้ายจือเช่นนี้ เกรงว่าเพียงเพราะอ้ายจื่อเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของเขาก็เท่านั้นเอง
หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ดูเหมือนว่าเขาจะรักหลานสาวคนนั้นมากจริง ๆ
“อ้ายหยินอาศัยอยู่ที่เจียงเยี่ยนอยู่นาน ฟ้าดินต่างรับรู้ว่าตระกูลของข้าทำการใด ๆ เพื่อกษัตริย์มาไม่น้อย เฉกเช่นวันนี้ อ้ายจื่อยินยอมออกตัวมารับลูกธนูที่คนอื่นยิงใส่ข้า วันนี้ข้าจึงมั่นหมายว่าจะมาถามคำถามเจ้าสักหน่อย” ท่านซูกล่าวพลางนำหยกที่อ้ายจื่อเคยพกติดตัววางลงบนโต๊ะและดันมันไปข้างหน้าอ้ายจื่ออย่างเชื่องช้า “เจ้าคิดว่าการล่มสลายของเจียงเยี่ยนของข้าถูกผู้คนกลืนกิน หรือว่ามันถูกสร้างซ้ำขึ้นมา”
“เจียงเยี่ยนในวันนี้ยังมีทางเลือกอื่นอีกกระนั้นหรือ?” กู้อ้าวเวยยิ้มเยาะ “จะว่าไปแล้วระหว่างข้ากับอ้ายจื่อนั้นมียังความแค้นต่อกัน ข้าไม่อยากจะพูดสัญญิงสัญญาไปวัน ๆ ว่าจะปกป้องพวกเจ้า อันที่จริงแล้ว แม้ว่าตระกูลของพวกเจ้าหลายต่อหลายคนจะถูกอ้ายหยินทำให้กลายเป็นหุ่นไม้ซ้อมมวย ก็ไม่ทำให้คิ้วข้าขมวดพันกันสักนิด”
“อากัปกริยาของเจ้ากับอ้ายจื่อต่างกันมาก”
ในระหว่างที่ท่านซูกำลังเก็บสองมือกลับเข้าไปในปลายแขนเสื้อ สีหน้ากลับแสดงรอยยิ้มลวง ๆ ออกมา
“โดยธรรมชาติแล้วไม่เหมือนกัน ตอนที่นางมีประโยชน์ ข้ามักจะปั้นหน้ายิ้มต้อนรับ ให้สัญญานั่นนี่ แม้ว่าทุกวันนี้นางเหมือนอยู่ในกรงขัง ที่แม้ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด เช่นนี้แล้วทำไมข้ายังต้องทำอะไรอีกเพื่อให้นางฆ่าคนของนางเอง” กู้อ้าวเวยกระแอมเบา ๆ น้ำอุ่นนั้นทำให้เขาโล่งคอขึ้นเยอะ
ความเงียบเข้าครอบงำอยู่พอสมควร ในที่สุดกู้อ้าวเวยก็กัดขนมอบคำเล็กๆเข้าปาก
ท่านซูเริ่มชักสีหน้าหลังจากที่พวกเขายืนประจันหน้ากันอยู่นาน “เด็กน้อยเอ๋ย ก่อนนั้นไม่ว่าเจ้าจะเคยสัญญาอะไรไว้กับอ้ายจื่อ มาถึงวันนี้คำพูดนั้นเหมือนไม่เคยมีอยู่จริงเสียแล้ว......”
“ข้าเคยรับปากว่าจะช่วยนาง แต่ว่าตอนนี้ท่านต้องการใช้ให้หลานสาวพลักดันให้ตัวเองเป็นใหญ่ เช่นนี้ยังไม่เหมือนสิ่งที่ข้าสัญญาไว้กับนางอีกหรือ” กู้อ้าวเวยวางขนมอบลง เผยรอยยิ้มน้อย ๆ พร้อมสาดน้ำอุ่นที่เหลืออยู่ลงพื้น “สิ่งที่ข้ากล่าวออกไปก็เป็นเฉกเช่นน้ำที่สาดออกไป ข้าผิดสัจจะตั้งแต่เมื่อใด? ”
“แล้วสุดท้ายเมื่อใดกันเล่าที่ท่านจะยอมยื่นมือมาช่วย?” ท่านซูขมวดคิ้ว
“พึ่งคนอื่นไม่สู้พึ่งตนเอง” กู้อ้าวเวยตบจอกน้ำชาลงบนโต๊ะหินดังกึกแล้วมองด้วยสายตาคมกริบ “หากรู้สึกว่าอ้ายหยินไม่เหมาะสม ก็จงฉวยโอกาสชุลมุนนี้ทำให้มันพินาศเสีย แต่ถ้ารู้สึกว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนไปละก็ ไม่สู้เจ้าลงมือพลักดันมันเกิดขึ้นด้วยตนเองเล่า ไม่จำเป็นต้องให้ข้าที่เป็นคนนอกมาแทรกแซงด้วยซ้ำ”
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหวานนุ่มนวล
แต่ท่านซูกลับมองนางยกตัวลุกขึ้นอย่างช้า ๆ เทียบกับชายที่เขาเคยพบเห็นมาทั้งหมดแล้วล้วนแต่ต้องเข้มแข็งบึกบึนและกล้าหาญชาญชัย นัยน์ตากลมโตราวกับลูกท้อส่องประกายคมกล้า ยิ่งไปกว่านั้นน้ำเสียงยังทรงพลัง “ถ้าหากท่านมัวแต่รอคนอื่นมาช่วยท่านตอนที่ท่านไม่อยู่กับร่องกับลอยแบบนี้ละก็ แม้แต่ท่อนไม้ที่ลอยเหนือผิวน้ำก็คว้ามาไม่ได้”
ท่อนไม้เหนือผิวน้ำงั้นรึ?
ท่านซูกำมือแน่น หลายทศวรรษแล้วที่ต้องเป็นเหมือนคนที่จมอยู่ใต้อำนาจ ราวกับถูกเคี่ยวกรำด้วยของมีคม แต่ความกลียุคในตอนนี้บีบบังคับให้เขาต้องยืนหยัดขึ้นเพื่อวงศ์ตระกูล การหยิบยืมคำพูดของกู้อ้าวเวยในตอนนี้ทำให้ดวงตาของเขาส่องประกายแวววับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพึงระมัดระวังอยู่บ้าง “วงศ์ตระกูลของข้าไม่เพียงแต่มีหลายพันคนเท่านั้น หนึ่งในนั้นรวมไปถึงอ้ายหยินด้วย....”