ตอนที่ 603
บทที่ 603 แต่เพื่อความสุขของข้า
October 31, 2026
บทที่ 603 แต่เพื่อความสุขของข้า
“เรื่องจริงเป็นเช่นนี้” กู้อ้าวเวยรู้สึกใจสั่นขึ้นมา ปลายนิ้วเกร็งแน่น สีหน้าบึ้งตึง “หากเจ้าลงมือ ข้าก็จะช่วยเจ้า ยังมีอีกเรื่อง เจ้าอย่าไปพูดอะไรมาก”
ท่านซูมองไปยังนางอย่างแฝงนัยยะ สังเกตดูร่างกายที่แข็งทื่อของนาง
ลุกขึ้นเดินจากไป กู้อ้าวเวยรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว ความหมองคล้ำที่ปรากฏตรงหน้ากลับกลายเป็นความสดใส ค่อยๆออกจากที่นี่อย่างช้า ๆ สาวใช้ติดตามนางไป “ต้องการกลับเลยไหม”
“ไม่ต้องตามก็ได้ ข้าต้องการไปพบกู่เซิง ตอนค่ำให้องค์ชายมาพบข้าที่เรือนรับรอง วันพรุ่งนี้ยามรุ่งข้าต้องออกเดินทาง” กู้อ้าวเวยพูดอย่างไม่รีบเร่ง บนใบหน้าไร้ความรู้สึกอื่นใด
สาวใช้รับคำอย่างเชื่อฟัง โดยไม่ได้คิดที่จะนำเรื่องการออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ไปบอกซ่านจินจื๋อ
ในเวลานี้ซ่านจินจื๋อรู้จากซ่านเซิ่งหานแล้วว่าซ่านต้วนเฟิงคิดจะยุยงให้เกิดความแตกแยก ทั้งสองจึงต้องการจะทำอะไรบางอย่างกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่องค์หญิงเอ่อตานจะไปเมืองเทียนเหยียนจริง ๆ ก็คงจะพาไปแต่อาจื่อและเยว่ แม้ว่าจะฆ่าซ่านต้วนเฟิงไป แต่ก็ต้องคอยดูว่าเยว่เป็นคนของใครกัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทักษะของเยว่ซึ่งดีกว่ากู้อ้าวเวยอยู่มาก
เมื่อได้ยินข่าว ซ่านจินจื๋อก็ตอบรับทันที “ได้แน่นอน ให้เฉิงซานส่งคนไปติดตามชิงจืออย่างใกล้ชิด เกรงว่าซ่านต้วนเฟิงจะลงมือ ส่วนทางนี้ข้าก็จะแสดงว่ารบรากับซ่านเซิ่งหานอีกครั้ง”
รอแต่เพียงให้ซ่านต้วนเฟิงกลับมาอย่างล้มเหลว
กู้อ้าวเวยเดินเข้ามายังเรือนรับรองของกู่เซิง กลิ่นคาวเลือดโชยมาเต็มโพรงจมูก ที่สุดนางก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไป ยิ่งไม่อยากเห็นบรรดาทูตเหล่านั้นที่กำลังจะตาย
ในเวลานี้กู่เซิงเดินออกมาจากห้อง มุมของชายเสื้อถูกย้อมด้วยสีแดง
“ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ตอนนี้...” กู่เซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ด้านหลังมีร่างดำทะมึนร่างหนึ่งแบกถุงผ้าขนาดเท่าคนเดินออกมาและจากไป ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะดูออกว่าคนพวกนั้นคือผู้พิทักษ์ข้างกายของซ่านต้วนโฉงที่เคยพบเจอมาก่อน
นับว่าโชคดีที่ซ่านจินจื๋อและซ่านต้วนโฉงเป็นพี่น้องกัน กู้ก้าวเวยจึงเคยเห็นที่ห้องหนังสืออยู่หลายครั้ง พูดต่อว่า “เจ้าได้บรรลุข้อตกลงกับฮ่องเต้แล้วหรือ”
กู่เซิงหัวเราะเบาๆ “ข้านึกว่าเขาจะขออะไรมากกว่านี้เสียอีก”
“ฮ่องเต้ทรงพระปรีชา รู้เรื่องถ้วนทั่ว” กู้อ้าวเวยหัวเราะเบาๆ แต่ในใจนั้นกลับรู้อยู่แล้ว ซ่านต้วนโฉงนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการจะลงมือจัดการกับเรื่องที่ยุ่งเหยิงอยู่ตอนนี้ แม้ว่าเขาจะเอาชนะแคว้นเจียงเยี่ยนได้จริง แต่ก็แค่เพื่อปราบปรามทาส ไม่ว่าระบบในการปกครองจะมั่นคงเท่าใด การจัดการแต่ละเรื่องจัดว่ายุ่งยากมาก นั่งอยู่บนเขาแล้วมองดูเสือสู้กันยังจะดีกว่า เปลี่ยนจากการนั่งพักผ่อนอยู่ยี่สิบปี ทั้งยังสามารถจะยกย่องแคว้นเจียงเยี่ยนไปได้ถึงยี่สิบปี ก็วิเศษไม่ใช่น้อย
หากบอกว่าซ่านต้วนโฉงเป็นฮ่องเต้ที่ดี ก็คงเป็นเพียงผู้มีฐานะสูงศักดิ์ที่คิดคำนวนได้ดี
กู่เซิงยกมือขึ้นเล็กน้อย “ต้องขอบใจเจ้าที่ค่อยอยู่เคียงข้างกัน หากปราศจากความช่วยเหลือของเจ้า ข้าคิดว่าคงต้องเสียเวลาอยู่เฉยๆไปอีกสองสามปี”
“ไม่ต้องขอบใจหรอก วันหน้าข้าจะไปหาเจ้าที่แคว้นเจียงเยี่ยนหากไม่มีอุปสรรคอะไร” กู้อ้าวเวยหัวเราะเบาๆ ในใจยังคงจำสัญญาที่ให้ไว้กับชิงต้ายและกุ่ยเม่ยได้
เมื่อคิดดูอย่างรอบคอบ จู่ ๆนางก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้กุ่ยเม่ยอยู่ที่ไหน และยังมีเลือดมังกรและถุงน้ำดีหงส์ของตัวเองว่าถูกย้ายไปไว้ที่ใด
นางจำสิ่งเล็กๆเหล่านี้ไม่ได้เลย
“เรื่องนี้ยังตกลงกันได้ พรุ่งนี้ข้าจะจากไปอย่างลับๆ เจ้าจะไปด้วยกันกับข้า หรือจะกลับไปที่เมืองเทียนเหยียนรอจนกว่าองค์ชายสามจะได้เป็นรัชทายาท” กู่เซิงถามความคิดเห็นของนาง