ตอนที่ 606
บทที่ 606 ตัดรากถอนโคน
October 31, 2026
บทที่ 606 ตัดรากถอนโคน
“ไม่ใช่แค่การจ่ายออก แต่เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่นี้ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น พวกเขาจะพัฒนาที่นี่มากขึ้น ภายหน้าปัญหาความขาดแคลนก็จะลดน้อยลง และภาษีเหล่านี้ เพียงเสียงเดียวก็สามารถจะก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก ไม่กี่ปีมานี้เกิดความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง สามปีให้หลังอาจจะเหลือเพียงสำหรับไว้กินใช้เท่านั้น และหากเกษตรกรพัฒนาขึ้นมาได้มาก ๆ ในอนาคตไม่ว่าจะเกิดสงคราม หรือภัยจากธรรมชาติหรือไม่ก็ตาม อาหารก็จะไม่ขาดแคลน” กู้อ้าวเวยเคาะถ้วยเปล่าในมือ แล้วพูดต่อไปอย่างเบาๆ “อันที่จริงไม่มีใครคิดถึงสิ่งเหล่านี้เลย ข้าเองก็เพิ่งจะได้เรียนรู้มาจากคนอื่น”
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องการสถานะของอ๋องจิ้ง และความมั่งคั่งที่มากพอ
ฉีหรัวรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถจะแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่นางก็สงสัยเช่นเดียวกัน “หากข้าจำไม่ผิด เจ้าน่าจะเป็นคนของแคว้นเอ่อตาน”
“แคว้นเอ่อตานนั้นไม่ขาดแคลนอาหาร สิ่งที่จำเป็นต้องทำจึงไม่ใช่การค้า แต่เป็นกฎหมายของประเทศ กฎหมายของแคว้นชางหลานค่อนข้างสมบูรณ์ แต่กลับขาดแคลนพ่อค้าที่คำนึงถึงความเป็นไปในระยะยาวของประเทศ ในทางตรงข้าม พ่อค้าของแคว้นเอ่อตานนั้นเก่งในเรื่องนี้ ดังนั้นตอนนี้แคว้นเอ่อตานจึงแข็งแกร่ง” กู้อ้าวเวยรินน้ำเติมให้กับตนเอง “และ หากเจ้าเริ่มวางแผนให้กับประเทศชาติในระยะยาว หากทำเพียงเพื่อการค้า เจ้าก็ไม่ต้องเอาเงินตัวเองไปซ่อมถนน”
ทันใดนั้น ทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบ และยิ้มให้กันและกัน
“ข้าเคยคิดว่าจะสืบทอดการค้าของครอบครัวต่อไปได้อย่างไร แต่หลังจากที่ออกมาจากเมืองเทียนเหยียน ได้เห็นเรื่องราวต่าง ๆมากมายกว่าเก่า ความคิดความอ่านก็แตกต่างจากเดิมโดยทันที” ฉีหรัวลูบผมของอันยาวของตัวเอง มองไปยังนาง “นับแล้วนับอีก ในมือของข้าก็มีเงินกว่าแสนตำลึงเหลืออยู่ เจ้ายินดีจะเปิดทางของแคว้นเจียงเยี่ยนให้ข้าหรือไม่”
“ไม่น่าล่ะที่เจ้ามานี่ก็เพื่อจะปรึกษาเรื่องนี้กับข้า” กู้อ้าวเวยดึงสติกลับมาที่ตัว
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉีหรัวปรากฏเปล่งประกายมากขึ้น “ข้าเป็นพ่อค้า ยามศึกสงครามก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่เงินนี้ยังต้องใช้บนใบมีด ทำกำไรได้”
“เจ้าเป็นพ่อค้าจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าไม่แต่งงานกับองค์ชายสี่”
กู้อ้าวเวยส่ายหน้าช่วยช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นฉีหรัวกะพริบตาแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา ใบหน้าก็ขรึมขึ้น และถอนหายใจออกมา
เพียงแต่นางไม่ได้แต่งงานกับองค์ชายสี่ได้ในวันเดียว แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเป็นอย่างไร นางก็ยังคงเป็นพ่อค้า ทำการค้ากับต่างชาติแม้จะเกิดเรื่องใหญ่อะไร นางก็ยังสามารถติดต่อกับชาวต่างชาติ ได้อย่างอิสระต่อไป
“เจ้ากลับอายที่จะบอกกับข้า มองดูตัวเจ้าเอง คิดจะมีลูกเพื่อให้ซ่านจินจื๋อเขาสบายใจ แต่ภายหน้า หากว่าเจ้าต้องสูญเสียความเป็นองค์หญิงเอ่อตาน จะสามารถแต่งกับเขาได้หรือ” ฉีหรัวส่ายหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ได้แต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ ภายหน้าก็จะมีความชอบธรรม ในการกำกับดูแลราษฎรและขุนนาง
“ข้าไม่มีทางเป็นแบบนั้น การแต่งงานเป็นเพียงพิธีการ ไม่สามารถมาตีกรอบข้าได้” กู้อ้าวเวยยกถ้วยที่มีน้ำเปล่าในมือขึ้น
ฉีหรัวก็ยกถ้วยขึ้นเช่นเดียวกัน แตะถ้วยของนางเบาๆ ราวกับกำลังดื่มสุรา “ศีลธรรมของโลก มันย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี สตรีไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าภรรยามาเป็นเกราะกำบัง”
เวลาที่แปรเปลี่ยน เริ่มต้นจากคนเพียงคนเดียว
ทันใดนั้นกู้อ้าวเวยก็นึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งเคยได้พบกับฉีหรัวมาก่อน นางยังคงเป็นผู้หญิงที่ซึมเศร้านอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน วิธีเดียวที่จะต่อต้านพ่อมีเพียงการป่วยต่อไป แต่ตอนนี้ ท่าทางที่ฮึกเหิมทำให้ผู้คนไม่อยากจะละสายตา แต่เบื้องหลังนี้อาจเป็นสิ่งที่คนทั้งหลายพูดถึง
แต่ก็ยังคงผ่านความยากลำบากนั้นมาโดยลำพัง
“เงินจำนวนนี้ เจ้าควรจะมอบให้ล่ายเสวียนไว้ใช้จ้างทหารซื้อม้า ในอนาคตอันใกล้ หากล่ายเสวียนเป็นแม่ทัพได้จริง หรือคนของเขาจำเจ้าได้ อย่างนั้นเส้นทางการค้าในแคว้นเจียงเยี่ยน ก็คงเป็นเจ้าที่เป็นผู้บุกเบิก” ในที่สุดกู้อ้าวเวยก็พูดถึงประเด็นนี้
“ยังต้องการให้เจ้าเป็นคนสร้างความสัมพันธ์ พาข้าเข้าเมืองไปพบ”
“ได้แน่นอน” กู้อ้าวเวยหัวเราะเบาๆ “ไม่กี่วันหลังจากนี้พวกเราสามารถออกเดินทางได้ เมื่อถึงเวลาข้าจะช่วยเจ้าจัดการเรื่องนี้”
“ทำไมต้องอีกสองสามวัน” ฉีหรัวไม่เข้าใจ