ตอนที่ 607
บทที่ 607 โลภสำหรับข้า
October 31, 2026
บทที่ 607 โลภสำหรับข้า
กู้อ้าวเวยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนเพิ่งจะตื่นขึ้นจากความฝัน
ความหนาวเหน็บคืบคลานเข้ามาจากฝ่าเท้าเคลื่อนขึ้นสู่หัวใจ นางอึดอัดราวกับมีฝ่ามือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดหัวใจของนาง นางอ้าปากค้างหายใจอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะลุกจากเตียงด้วยเหงื่อท่วมตัว เมื่อเห็นว่าฤดูหนาวกำลังมาถึง ห้องที่แสนเยือกเย็นไร้เตาผิง ไม่ว่านางจะสวมใส่ขนแกะสักกี่ชั้นก็ไม่อาจเพียงพอ
เมื่อรู้ว่าวันนี้กุ่ยเม่ยจะมาถึง นางจึงสวมอีกเพียงไม่กี่ชิ้น ทำให้ดูเหมือนคนอ้วนขึ้นมาเล็กน้อย แม้แต่บริเวณคอก็ยังมีขนนุ่ม สาวใช้ที่อยู่โดยรอบตกใจอยู่ครู่หนึ่ง “คุณหนู ฤดูหนาวยังไม่มาถึงเลย ท่านดูจะใส่มากชั้นเกินไปแล้ว”
“ฉันกลัวว่าอีกสักพักจะถูกคนบ่นจู้จี้” สิ่งที่กู้อ้าวเวยกลัวที่สุดคือมีกุ่ยเม่ยคอยจ้องนิ่งอยู่ หลังจากนั้นก็จ้องมองนางเอาเป็นเอาตายอย่างไร้ยางอายเหมือนกับซ่านจินจื๋อ จนกระทั่งนางสวมใส่ทุกอย่างเรียบร้อยอย่างเชื่อฟังจะยอมหยุด
สาวใช้อดไม่ได้ที่จะยิ้ม นำอาหารเช้าเข้ามาให้นาง
ฉีหรัวก็เข้ามาพร้อมกับกุ่ยเม่ยที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงด้วยความวุ่นวายและเหนื่อยหล้า เมื่อทั้งสองคนได้เข้ามาเห็นกู้อ้าวเวยต่างก็หัวเราะขึ้นมา กุ่ยเม่ยรีบมุ่งไปข้างหน้าทันที ใช้มือที่เปื้อนฝุ่นจากการจับบังเหียนมาบีบแขนเสื้อของนาง “เจ้าดูแลตัวเองได้แล้ว และรู้จักการเคี้ยวช้า ๆแล้ว”
“คนเราก็ต้องโตขึ้นกันบ้างสิ” กู้อ้าวเวยกลอกสายตามองบน ตบไปที่โต๊ะเพื่อเชิญให้เขานั่งลงรับประทาน
กุ่ยเม่ยมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าตอนที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของอ๋องจิ้ง และยิ่งต้องทำงานหนักเมื่อมาคอยติดตามรัชทายาทฉูห้าวคนนี้ และตอนนี้ดูจะมีความสุภาพอ่อนหวานกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น การเคลื่อนไหวเพื่อนั่งลงในตอนนี้ก็ดูจะเป็นระเบียบเข้าที่เข้าทางกว่าแต่ก่อน
หลังอาหารเช้า กู้อ้าวเวยยังคงจมปลักอยู่กับความเปลี่ยนแปลงมากน้อยของผู้คนรอบกาย ก็ได้ยินฉีหรัวพูดกับนาง “คนรอบตัวเปลี่ยนไปตั้งมากมาย แต่พอมาดูเจ้า ดูแล้วไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลย”
“จริงหรือ ข้าดูซ่านจินจื๋อกับชิงจือก็ไม่เปลี่ยนนะ” กู้อ้าวเวยเช็ดมุมปาก
“ตอนนี้องค์ชายเริ่มเป็นคนที่เข้าถึงง่าย รู้จักการโน้มน้าวใจคน เรื่องนี้ข้ารู้มาจากการติดตามองค์รัชทายาท และตอนนี้ขุนนางจำนวนไม่น้อย ที่รู้ว่าเจ้าใช้เวลาในงานเลี้ยงในวังสอนชิงจือเรื่องการบ้านการเมือง เจ้าจำได้ไหมว่าตอนที่ชิงจือเพิ่งจะรู้เรื่องรู้ราว แม้แต่พูดก็ไม่รู้จะพูดยังไง” กุ่ยเม่ยเกือบจะสำลักคำพูดของกู้อ้าวเวย
เงียบอยู่เป็นเวลานาน กู้อ้าวเวยไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เพียงแต่ยกมือขึ้น “เรียกเจ้ามาวันนี้ อันที่จริงมีเรื่องบางอย่างอยากจะบอกกับพวกเจ้า รอให้จางเหยียงซานมาถึงก่อน”
“เรื่องอะไรหรือ ทำไมก่อนหน้าจึงไม่เคยได้ยินเจ้าพูด” ฉีหรัวถามพลางให้คนนำอาหารเช้าออกไป
รอจนกระทั่งทุกคนจากไป กู้อ้าวเวยก็ปลดกระดุมเสื้อผ้าของนางออกทีละชั้น เผยให้เห็นรอยอันน่ากลัวที่ไต่ไล่ไปตามไหล่สีขาวราวกับหิมะนั้น เมื่อเห็นดังนั้นคิ้วทั้งคู่ก็ขมวดขึ้น นางกลับพูดขึ้นเบาๆ “ตอนนั้น ตอนที่ซูพ่านเอ๋อได้มอบยาแกล้งตายให้ข้า มีการผสมรากเหง้าของถุงน้ำดีหงส์เอาไว้ มันเป็นพิษรุนแรง ข้าไม่ได้รักษามันให้ดีก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้มีเวลาไม่มากแล้ว อย่างน้อยก็สองปี อย่างมากก็สามปี”
“ทำเจ้าไม่บอกตั้งแต่แรก” กุ่ยเม่ย ลืมตาโตด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ข้าได้ถอนพิษออกไปตั้งแต่แรกแล้ว แม้แต่น้าจู้กับท่านแม่ก็ยังไม่สังเกตเห็น ตอนนั้นข้าก็ไม่ได้สนใจอะไร มากนัก จนกระทั่งข้ามีเลือดไหลออกมาจากหัวใจแล้วรู้สึกปวดเล็กน้อย จึงได้พบว่ายังมีพิษแอบซ่อนอยู่ลึกมาก ตอนนี้มันเพิ่งจะปรากฏออกมา ข้าเพียงแต่แปลกใจว่าตอนนั้นข้าไม่ควรจะกังวลแบบนี้ เพียงแต่หวังจะสามารถมีลมหายใจต่อไปได้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่เป็นอย่างวันนี้” กู้อ้าวเวยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเคร่งเครียด
ไม่ว่าตอนนั้นซ่านจินจื๋อจะรักนางมากแค่ไหน นางกลับไม่สามารถไว้วางใจได้อีกแล้ว และยังมีอารมณ์อีกมากมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้การแสร้งเฉยเมย
เป็นเพราะนางกลัวจะระเบิดออกมาจึงต้องการจะจากไป
และยังหวังจะจากไปอย่างไม่เป็นกังวล