ตอนที่ 619
บทที่ 619 ดื้อรั้น
October 31, 2026
บทที่ 619 ดื้อรั้น
“หากไม่ลงโทษใครเลย ในวังนี้คงไม่มีใครปฏิบัติตามกฏเป็นแน่” ซู๋ฮองเฮาจัดแขนเสื้อท่าทางนิ่งเฉย ทาสที่อยู่ข้างๆเข้าใจความหมายของนาง เดินขึ้นไป: “ทหาร เอาทาสพวกนี้ไปโบยสิบสี่ที”
“ฮองเฮาโปรดไว้ช่วยชีวิตด้วยพะยะค่ะ!” เหล่าขันทีทั้งหลายตะโกนกันขึ้นมา
โบยสี่สิบทีนี้ มีไม้หนาๆสองท่อนรวมกันโบยลงมา ถึงตอนนั้นคงไม่มีแม้แต่ลมหายใจแล้ว
บนเตียงชิงจือพยายามดิ้นไปมา อยากที่จะลุกขึ้นมานั่ง แต่ซ่านจินจื๋อใช้มืออีกข้างค่อยๆกดตรงไหล่เขาไว้ ส่วนอีกข้างมาสัมผัสกับหน้าผากของเขาว่ายังมีไข้อยู่หรือไม่ ดวงตากลมโตที่เหมือนของกู้อ้าวเวย มาพร้อมกับความรู้สึกเป็นห่วง
“ไม่ได้” ซ่านจินจื๋อพูดขึ้น เปิดม่านบางๆที่อยู่ข้างเตียง สายตาที่เย็นชาไปหยุดอยู่ที่ทาสรับใช้: “ทาสรับใช้เหล่านี้เป็นทาสรับใช้ของชิงจือ งั้นแสดงว่าเป็นคนของตำหนักอ๋องจิ้ง เกรงว่าไม่ต้องถึงมือฮองเฮาลงโทษหรอกพะยะค่ะ”
ทาสทั้งหลายโล่งอกทันที ฮองเฮากำมือแน่น ผ้าเช็ดหน้ากลายเป็นก้อนกลม และกัดฟัน: “ทาสในวังไปเป็นคนของตำหนักอ๋องจิ้งตั้งแต่เมื่อใดกัน? อ๋องจิ้งกำลังคิดทำอะไรอยู่หรือไม่ ถึงได้พูดจาเหมือนจะก่อกบฏเช่นนี้”
“ชิงจือเห็นทาสพวกนี้เป็นเหมือนเพื่อน งั้นก็ยิ่งแสดงว่าเป็นเหมือนแขกของตำหนักอ๋องจิ้ง มีตรงไหนผิดปกติ?”
ซ่านจินจื๋นขมวดคิ้ว ใบหน้าของฮองเฮาที่ไม่พอใจและเริ่มขาวซีด หันกลับมาถามชิงจือ: “เจ้าเห็นพวกนั้นเป็นอะไร?”
“เป็นเพื่อนขอรับ” ชิงจือยิ้มหวานๆลูบๆข้างๆของซ่านจินจื๋อ ไอขึ้นมาไม่กี่คำทันที พร้อมกับเบื่อหน่ายพูด: “ท่านแม่เคยพูดไว้ คนเราถึงจะกินครบห้าหมู่ ถึงยังไงก็ต้องป่วยอยู่ดี”
สีหน้าของซ่านจินจื๋ออ่อนโยนขึ้นเยอะ มือของเด็กน้อยเต็มไปด้วยเหงื่อ: “เมื่อคืนเจ้าไม่ฟังคำของเพื่อน มัวแต่เล่นจนทำให้ไม่สบาย แล้วท่านแม่เคยว่าอย่างไรบ้าง?”
“หลังจากหายดีแล้วต้องถูกสั่งสอน โดยต้องคัดหนังสือ สงบๆจิต” ชิงจือพูดถึงตรงนี้ พึมพำปาก ยื่นมือออกไปจับมือของซ่านจินจื๋อไว้: “ต่อจากนี้ข้าจะไม่มัวแต่เล่นแล้ว ท่านพ่ออย่าโทษพวกเขาเลย ท่านยังเคยพูดอีกว่าการบันดาลโทสะ เป็นการกระทำที่โง่เง่า ไม่สมควรทำ”
คำพูดของเด็กน้อยทำให้ไทเฮาและกุ้ยมามายิ้มกะทันหัน พูดจนทำให้ใบหน้าของซู๋ฮองเฮาขาวซีด
เจ้าเด็กนี่ริกอาจกล้าพูดนางว่าการกระทำโง่เง่า
“องค์ชายน้อยอายุยังน้อยนัก เลยไม่รู้กฎของในวังสักเท่าไหร่ อ๋องจิ้งท่านก็ไม่รู้เหมือนกันหรอ?” นางพ่นคำพูดออกมา อย่างตรงไป: “อ๋องจิ้งเข้ามาแทรกแซง จะไม่ให้เกียรติตราประทับของข้างั้นรึ?”
ชิงจือขมวดคิ้วขึ้นมา มุดเข้าไปในอ้อมแขนของซ่านจินจื๋น
ซ่านจินจื๋อทำได้เพียงอุ้มเข้าไว้แน่นๆ หัวของเด็กก็มุดเข้าไปในอ้อมกอด มืออีกข้างค่อยๆจำตรงท้ายทอยเขา พูดอย่างเย็นชา: “ข้าใช้อำนาจจนเคยชิน หญิงที่รักก็ยโสโอหัง แต่ไม่รู้ว่าตราประทับหรือยันต์เสือในมือข้า อันไหนจะมีฤทธิ์มากกว่ากัน”
คำพูดที่พูดออกมา คงกลายเป็นศึกของวาจา
แต่ซ่านจินจื๋อไม่เคยกลัวเรื่องพวกนี้ ในวันนี้ฮองเฮงสมรู้ร่วมคิดกับองค์ชายเก้า ก็ยิ่งไม่กลัว
ลุกตัวขึ้นมา ยื่นตัวตรง อุ้มเด็กไว้เหมือนเดินแล้วเดินอย่างมั่นคง
ซู๋ฮองเฮาถอยหลังไปหนึ่งก้าว คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาแม้แต่น้อย มีเพียงแต่ใบหน้าอ่อนโยนที่มีต่อลูก แต่กลับมีความรู้สึกหนาวขึ้นมา เหมือนถูกงูรัดหายใจไม่ค่อยออก
“ในเมื่ออ๋องจิ้งพูดเช่นนี้แล้ว จะไม่ลงโทษเลยก็มิได้ อีกไม่กี่วันข้าจะไปอารามไป๋หม่าจุดธูป เจ้าพาชิงจือกลับไปที่ตำหนักสองสามวัน เห็นทาสที่แคว้นเจียงเหยียนถูกให้อภัยโทษ ทาสพวกนี้ควรถูกลงโทษโทษฐานที่ปล่อยปะละเลยในการดูแล ให้ทำงานหนักทุกวัน เป็นการลงโทษ” ไทเฮาถึงครานี้พึ่งพูดขึ้น เห็นอ๋องจิ้งไม่ลงโทษแน่นอน ตอนที่ลุกขึ้น มองฮองเฮาด้วยสายตาเย็นชา ปัดมือไปมา
ซู๋ฮองเฮาทำได้เพียงเดินจากไป บ่นพึมพำ
ทาสทั้งหลายต่างก็จำไว้ขึ้นใจ