ตอนที่ 623
บทที่ 623 หยุดพักชั่วคราวบังเอิญพบกัน
October 31, 2026
บทที่ 623 หยุดพักชั่วคราวบังเอิญพบกัน
ตลอดทางซ่านเซิ่งหานไม่ได้คิดถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลยแม้แต่นิดเดีย ได้แต่คิดถึงเรื่องที่จะต้องจัดการของตนเอง
แม้แต่ซ่านต้วนโฉงก็ไม่เห็นด้วยกับลูกชายคนนี้ไม่ได้ เมื่อรู้ว่าความเห็นแก่ตัวที่เหลืออยู่ของเขามีเพียงเพื่ออำนาจที่ชั่วร้าย หรือไม่ก็เป็นดังผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างกู้อ้าวเวยเช่นนี้ก็ไม่ปาน
วันนี้หิมะละลาย ซ่านต้วนโฉงมองดูซ่านจินจื๋อที่เข้าวังมาแต่เช้าอย่างปวดหัว น้ำเสียงแหบแห้ง “หานเอ๋อฉลาดมาก ไปชายแดนด้วยกันกับเฟิงเอ๋อนั้นเป็นแค่เรื่องเล็ก เดิมทีข้าคิดว่าเขาจะใส่ใจเรื่องตำแหน่งขององค์ชายรัชทายาทยิ่งกว่า......”
ซ่านจินจื๋อกำถ้วยชาที่อยู่ในมือแน่นขึ้น
ซ่านต้วนโฉงรับปากคำร้องขอของซ่านเซิ่งหานที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุเป็นผล ซ่านเซิ่งหานรู้ดีว่าซ่านต้วนโฉงและซ่านจินจื๋อไม่ยอมให้ซ่านต้วนเฟิงได้ทำการสำเร็จเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อเมืองหลักปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ซ่านเซิ่งหานกลับไม่ต้องการยืมความสำเร็จจากการกำจัดผู้ก่อความไม่สงบเช่นนี้มารักษาตำแหน่งของตนเอง แต่กลับเลือกที่จะไปชายแดนอันห่างไกล
ที่แท้แล้วเพื่ออะไรกัน
เขาไม่ได้อยู่ในวังมากไปกว่าองค์ชายสี่และเสด็จแม่ หรือบางทีองค์ชายหกทรงกุมอำนาจทางทหาร
คำตอบเกือบจะเปิดเผยออกมาแล้ว แต่วินาทีต่อมา เสียงไอของซ่านต้วนโฉงกลับดึงความสนใจของเขาออกมา “ยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ก่อน เมื่อก่อนเจ้ากับฮองเฮาสองคนเคยทะเลาะกันใหญ่โตต่อหน้าตำหนักเสด็จแม่ ได้ยินว่าทั้งสองคนเอาตราหงสและตำราพิชัยสงครามหยิบออกมาข่มขู่กัน แต่ก็เพียงเพื่อทาสรับใช้กลุ่มหนึ่งเท่านั้นหรือ”
“ไม่ใช่เพื่อทาสรับใช้จำพวกนั้น แต่เพื่อสอนให้ชิงจือรู้จักการเป็นคนซื่อตรงต้องทำเช่นไร” ซ่านจินจื๋อดึงสติกลับมา มองไปที่ซ่านต้วนโฉง “เขาไม่ได้หวังว่าทาสรับใช้เหล่านั้นแค่เพราะว่าเขาป่วยจึงถูกลงโทษ”
ซ่านต้วนโฉงมองเขาด้วยรอยยิ้มครึ่งหน้า “เจ้าเคยเป็นคนที่เอาเรื่องทุกอย่างโยนความผิดให้กับทาสรับใช้ เอะอะโวยวายจนคนรุ่นหลังในวังเจอเจ้าต่างก็พากันหวาดกลัวไปหมด บัดนี้กลับมีด้านที่เป็นเช่นนี้ด้วยหรือ”
กระแอมไอสองสามครั้งเพื่อปกปิดการทำตัวไม่ถูกอย่างน่าลำบากใจ สีหน้าของซ่านจินจื๋อยังคงไม่เปลี่ยนไป “องค์ชายเก้าและฮองเฮาช่างกล้าเช่นนี้ ท่านคิดว่าควรทำเช่นไร”
“เดิมทีข้าอยากรักษาลูกชายเหล่านี้ไว้ บัดนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นแค่ความฝัน” ซ่านต้วนโฉงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างเยือกเย็นไปหนึ่งคำ ภายใต้ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้า
เขาไม่เคยเอ็นดูลูกหลานคนใดเลยแม้แต่คนเดียว แต่กลับวางเส้นทางหลายสายไว้ให้พวกเขานานแล้ว
เรื่องมาถึงบัดนี้ คนเดียวที่เดินตามเส้นทางที่เต้องการจริงๆ ก็มีเพียงซ่านเชียนหยวนเท่านั้น ลูกชายคนที่สี่ของเขา และยังถือว่าเป็นลูกชายที่เขาคิดว่าธรรมดาสามัญในตอนเริ่มแรก
“เรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายเยอะเกินไป เพียงเพราะราชบัลลังก์นี้ร้อนระอุจริงๆ” วางถ้วยน้ำชาลง ซ่านจินจื๋อยืดตัวขึ้นตรง “ตอนนี้ข้าก็จะไปคุ้มกันเสียนเฟย (พระสนม) ไปที่อารามไป๋หม่า”
เลิกคิ้วไปมา ซ่านต้วนโฉงปกปิดความโศกเศร้าใต้ตาของเขา พกรอยยิ้มที่เย็นชาอยู่หนึ่งเส้น “ที่จริงอารามไป๋หม่าเป็นสถานที่ที่ดีงามมาก”
……
โรงเตี๊ยมระหว่างแคว้นมีการผสมปนเปกันไปหมด ม้านั่งที่เปื้อนเลือดถูกน้ำของหิมะทำความสะอาดไปหมดจด
กู้อ้าวเวยแม้ว่าจะจะอยู่ในห้องพักที่สามารถรองรับเตียงได้เพียงเตียงเดียวกับกุ่ยเม่ย ยังคงสามารถได้กลิ่นคาวของเลือดที่เจือจาง ลมหิมะที่อยู่ด้านนอกประตูทำให้กู้อ้าวเวยอ่อนแอเป็นอย่างมาก ได้แค่หดตัวอยู่ในผ้าปูที่นอนที่เปียกชื้นเท่านั้น หลังจากอาเจียนแห้งๆ ไปแล้วก็เหลือไว้เพียงความอ่อนแอเท่านั้น
กุ่ยเม่ยถือบะหมี่เอ็นเนื้อหนึ่งชามใหญ่มา สองครั้งจึงจะปิดประตูที่พังให้สนิทได้ในที่สุด
“เจ้าดีขึ้นหรือยัง” กุ่ยเม่ยพยายามนั่งอยู่ที่ข้างเตียง วางบะหมี่เอ็นเนื้อไว้บนโต๊ะเล็กๆ ตัวหนึ่งด้านหน้า หูยังสามารถได้ยินเสียงกระซิบที่ดังมาจากห้องข้างๆ