ตอนที่ 639
บทที่ 639 ของจริง
October 31, 2026
บทที่ 639 ของจริง
“วิธีนี้ จะเป็นอมตะได้จริงๆ หรือ” เฉิงซานยังคงรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ตามเดิม
ซ่านจินจื๋อกลับโยนม้วนตำราเล่มนี้เข้าไปในกองไฟเสียดื้อๆ ฉีหรัวเองก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงหยัดตัวลุกขึ้นตาม มองไปทางเฉิงซาน “ถ้าหากเป็นยาวิเศษ ใช้เงินเพียงหนึ่งตำลึง คนอื่นจะคิดว่าเป็นแพทย์หลอกลวง แต่ถ้าหากยาวิเศษนี้ถูกมนุษย์โลกช่วงชิงไป มีคนใช้ประเทศไปแลกเปลี่ยน ทุกคนก็จะเชื่อว่ายาวิเศษนี้เป็นของจริง ทั้งยังทำให้คนฟื้นขึ้นมาจากความตาย และคงความเยาว์วัยได้จริงๆ”
ขอเพียงมีคนเชื่อ ของสิ่งนี้ก็จะเป็นของจริง
จนคำพูดไปชั่วขณะ ในใจของซ่านจินจื๋อกลับเลี่ยงเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้
ถ้าหากสิ่งที่กู้เฉิงต้องการมีแค่สูตรนี้จริงๆ เช่นนั้นพอถึงตอนนั้นหากกู้อ้าวเวยตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเขาขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่จะรอต้อนรับกู้อ้าวเวยคงมีเพียงการถูกทรมานหรือไม่ก็คุกคามเป็นแน่ เนื่องจากนี่ไม่ใช่สูตรยาด้วยซ้ำ แต่เป็นวิธีการเท่านั้นเอง
“ไม่ว่าของสิ่งนี้จะเป็นของจริงหรือของปลอม ก็ไม่ควรเหลือทิ้งอยู่บนโลกใบนี้ แต่ในเมื่อกู้เฉิงรู้มากขนาดนี้ ข้ากลับยิ่งไม่เชื่อว่าเขาจะมีความสามารถนี้จริงๆ” ซ่านจินจื๋อมองสีนภาปราดหนึ่ง ก่อนปริปาก “สองชั่วยามให้หลังค่อยออกเดินทางต่อ ส่งคนไปคุ้มกันพวกเขามุ่งหน้าไปหาหยวนเอ๋อ”
ฉีหรัวไม่เข้าใจความหมายของซ่านจินจื๋อ แต่หน้าที่ของนางได้เสร็จสิ้นแล้ว
พักผ่อนชั่วครู่ ซ่านจินจื๋อกลับส่งคนจำนวนไม่น้อยมุ่งไปที่ด่านลั่วสุ่ย
ปีนั้นฮ่องเต้และบุคคลอันเป็นที่รักของเขาซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าผา จะรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าความเป็นอมตะสิ่งนี้ด้วยหรือไม่
“พระองค์หญิงในตอนนี้ ไม่ใช่ลูกสาวของขุนนางต้องความผิดในปีนั้นแล้ว” เฉิงซานยืนอยู่ด้านหลังซ่านจินจื๋อ
“ข้ารู้ แต่ว่าคนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก หากให้คนรู้ถึงการกระทำของฮ่องเต้อำมหิตในปีนั้นเข้า ต่างก็ทำไปเพื่อสิ่งที่บรรพบุรุษตระกูลหยุนเหลือทิ้งไว้ กลัวว่าจะส่งผลต่อชื่อเสียงของตระกูลหยุนทุกชั่วอายุ” กล่าวถึงตรงนี้ ซ่านจินจื๋อพลันทอดถอนใจเบาๆ “เพียงแต่ โชคดีที่ทุกอย่างได้ถูกทำลายลงจนสิ้นแล้ว แต่กู้เฉิงรู้วิธีเป็นอมตะนี้ได้ คงไม่ใช่ตระกูลหยุนเป็นคนบอกเขาแน่ๆ เช่นนั้นเขารู้ได้อย่างไร กระทั่งเชื่อว่าหยุนหว่านยังไม่ตายอีกด้วย?”
เฉิงซานก็คิดหาเหตุผลใดๆ ไม่ออกเช่นกัน ทำได้เพียงนิ่งเงียบ
……
“ฮัดชิ่ว”
จามแรงๆ หนึ่งที กู้อ้าวเวยนวดปลายจมูก ในมือกลับเขียนใบสั่งยาสุดท้ายลงไป
ใบสั่งยาที่เคยถูกคิดค้นพัฒนาขึ้นมาเพื่อพระชายาจิ้งถูกนางเขียนลงไปหลายสิบครั้ง ขอเพียงมีจุดที่จำเป็น นางก็จะเทหน้าตักหารือ แต่ตอนนี้สงครามใกล้มาเยือนทุกที นางกลับมักรู้สึกว่าเรื่อราวมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่รำไร
“แต่เดิมอ้ายหยินก็มีชาติกำเนิดเป็นแม่ทัพ ตอนนี้การจัดสรรแปรขบวนดูเหมือนจะมีช่องโหว่เต็มไปหมด” น้ำเสียงกู้อ้าวเวยหม่นลง ยื่นใบสั่งยาให้กับเด็กน้อยข้างกาย แต่ถามกับกุ่ยเม่ยว่า
“ข้ากลับมองไม่ออกถึงการแปรขบวนทัพเลย แต่ถึงแม้อ้ายหยินจะไม่เก่งกาจเท่าพรสวรรค์โดดเด่นเหมือนท่านอ๋อง ทว่าช่ำชองประสบการณ์ ปัจจุบันเมืองหลังยังไม่ถูกโจมตี ก็ไม่รู้ว่าในนั้นมีความช่วยเหลือของผู้ที่เรียกว่าท่านซูหรือไม่ สถานการณ์เจียงเยี่ยนในปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลง ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด” กุ่ยเม่ยฉวยโอกาสนี้บีบมือข้างหนึ่งของนางเอาไว้ แล้วรินน้ำอุ่นให้หนึ่งแก้ว “ใกล้ได้ยามแล้ว ควรพักผ่อนได้แล้ว”
“อืม” กู้อ้าวเวยกลับว่าง่าย ก่อนจะสูดจมูกทันใด และจามออกมาเป็นครั้งที่สอง
กุ่ยเม่ยจ้องนางปราดหนึ่ง ก่อนลากนางมาถึงเตียงโดยตรง และกดลงไปให้นอนหลับ
ช่วยรักษาชีวิตคนตั้งแต่เช้ายันค่ำ กลับเป็นไข้ตากลมเสียเอง
วันนี้ ล่ายเสวียนได้นำคนส่วนใหญ่แบ่งออกไปแล้ว รีบรุดออกจากเมือง ส่วนเมื่อวานกู้อ้าวเวยก็ระบุเรียงรันความเป็นไปได้ทั้งหมดออกมา และแบ่งฟ่านเฟิงกับแม่ทัพสามนายออกไปเพื่อนำทหารจำนวนต่างกันไปรอสนับสนุนอยู่รอบสี่ทิศ เพื่อจะเสริมกำลังได้ทุกเมื่อ
ล่ายเสวียนกลับพาคนมุ่งหน้าทะลุแนวข้าศึก เขาไม่ถนัดการใช้กลยุทธ์เท่าไร แต่กลับใช้ความฉลาดมากลบฝังมันได้
ส่วนสิ่งที่กู้อ้าวเวยทำลงไปนั้น ก็คือขจัดความไม่พอใจของผู้คนออกไป ขณะเดียวกันกู่เซิงและท่านซูก็ได้สำแดงพละกำลัง เพื่อได้รับพันธมิตรและการสนับสนุน