ตอนที่ 640
บทที่ 640 ซางนิง
October 31, 2026
บทที่ 640 ซางนิง
สิบวันให้หลัง กองทัพของล่ายเสวียนได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่
ในช่วงเวลาที่ปิดล้อมเมือง ผู้คนในเมืองต่างต่อต้านเพราะภาษีหนักอึ้งทับตัว จึงยึดครองเอาไว้ได้จากภายในจรดภายนอก
แม้จะเป็นเช่นนี้ กองทัพล่ายเสวียนก็ยังสูญเสียไปหนึ่งในสามส่วนอยู่ดี พลทหารที่เหลือรอดอยู่น้อยนิดต่างทำได้เพียงฝืนเฝ้าระวังสามคูเมืองเบื้องหน้า ไม่สามารถเข้าสู่การต่อสู้จบศึกอย่างรวดเร็วตามที่กู้อ้าวเวยกล่าวมาได้ ได้แต่เพิ่มผู้มีอุดมการณ์สูงส่งเข้าสู่กองทัพมากขึ้นเป็นการชั่วคราว
กู้อ้าวเวยกลับเขียนจดหมายปิดผนึกเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกับล่ายเสวียนกว่าสิบฉบับตลอดทาง นางจะส่งคนลอบติดต่อท่านซูกับกู่เซิงอย่างลับๆ แต่จำเป็นต้องให้ล่ายเสวียนปลอบขวัญประชาชน เคี่ยวกรำกำลังทหาร อย่างน้อยหากทำได้ภายในสามเดือนก็จะไม่ถูกโค่นลง
รถม้าไม่หยุดเลยสักวินาที เมื่อครู่กู้อ้าวเวยลงมาจากบนรถม้า พลันเห็นบรรดาทหารในชุดเกราะชางหลานเดินรุดมาเบื้องหน้าอย่างเป็นระเบียบ ผู้ชายที่อยู่หน้าสุดดูแล้วอายุราวๆ สี่สิบกว่าปี ถักเปียยาวสองเส้นพาดไว้บนไหล่ ผิวหนังกรำแดด ดูคล้ายกับเป็นชนเผ่าอื่น นัยน์ตาก็ทอประกายมรกต ช่วงเอวห้อยกริชสองเล่มและดาบสองคมค่อนข้างยาวเอาไว้เล่มหนึ่ง
หากเคยพบกันมาก่อน น่าจะมีความทรงจำอะไรบ้าง
แต่ผู้ชายคนนั้นเดินรุดหน้าเข้ามา โค้งกายเรียบง่ายนับว่าเป็นการทำความเคารพอย่างหนึ่ง ไม่ได้มีท่าทางเหมือนทหารเลยสักนิด มองดูด้านหลังของกู้อ้าวเวยอย่างเกียจคร้าน “กุ่ยเม่ยเล่า?”
“เขาไม่ได้มา” กู้อ้าวเวยเดินไปข้างหน้าหลายก้าว เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่คนนี้ “ข้าควรจะเรียกขานท่านว่าอย่างไรดี”
“ข้าชื่อซางนิง เป็นอาจารย์ของกุ่ยเม่ยและเฉิงยีเฉิงเอ้อ” เงยหน้าขึ้นน้อยๆ ซางนิงชำเลืองมองสีหน้าของกู้อ้าวเวยแล้วดูมีแววปั้นยากขึ้นมา กระทั่งยกมือขึ้นมาเชิดปลายคางของนางขึ้นตรงๆ “ไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
“แค่เร่งเดินทางมากไปหน่อยเท่านั้น” กู้อ้าวเวยปริปากอย่างราบเรียบ “ข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อนเลย”
“หากท่านไม่ได้ตั้งครรภ์เลย ข้าก็คงไม่ออกมา แต่ว่าข้าไม่ได้มีตำแหน่งราชการอะไรหรอก” ซางนิงชักมือกลับมาและบีบที่หัวไหล่ของนางอีกครั้ง กระทั่งยกมือพาดไหล่ของนางเอาดื้อๆ ก่อนกึ่งลากนางเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้านข้าง “ไปทานอาหารสักมื้อก่อนเถิด”
“รสเปรี้ยวเย็นเผ็ดไม่กิน” กู้อ้าวเวยไม่อาจระวังใจกับคนประเภทนี้
ซางนิงเห็นนางมีท่าทีเฉยชาเช่นนี้ จึงพลอยหัวเราะขึ้นมา “ข้าได้ยินพวกเขาพูดกัน ยังคิดว่าท่านออกจะเจ้าอารมณ์เสียอีก”
“ข้าเป็นคนเจ้าอารมณ์จริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ดูคนด้วย” กู้อ้าวเวยผละมือข้างหนึ่งของเขาออก และชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย พลางถามเขา “ซ่านจินจื๋อเรียกท่านเข้ามาทำอะไรกันแน่”
“ทำไมท่านไม่เรียกเขาว่าท่านพี่จื๋อเหมือนเด็กสาวแซ่ซูคนนั้นกันเล่า มันไม่เหมือนขี้ประจบเลยแม้แต่นิดเดียว” ซางนิงชักมือกลับมาลูบปลายคางที่มีเครารำไร หัวเราะหยอกเย้าพลางชะลอฝีเท้าเดินข้างๆ นาง
“เรียกไม่ลง อีกอย่างท่านพี่จื๋อก็มีสามคำเหมือนกัน มันต่างจากการที่ข้าเรียกชื่อเขาเต็มๆ ตรงไหน” กล่าวจบ กู้อ้าวเวยไม่อาจไม่ถามคำถามเมื่อกี้ซ้ำอีกรอบ
และครั้งนี้ซางนิงกลับแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ก่อนลากนางเข้ามาในโรงเตี๊ยมและสั่งอาหารมาไม่น้อย ก่อนบัญชาคนให้ล้อมรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้อีกครั้ง ไม่อนุญาตให้ใครก็ตามเข้ามา
แต่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ แม้จะเป็นอาหารที่ดีที่สุด ในสายตาของซางนิงกลับไม่พ้นเป็นแค่อาหารปรุงเองตามบ้าน สายตาเย็นชาคู่หนึ่งมองไปทางหลงจู๊ที่อยู่ฟากนั้น กลับได้ยินเสียงชามตะเกียบกระทบกัน กู้อ้าวเวยกำลังหยิบตะเกียบของเขาขึ้นมา ยื่นใส่มือของเขา “ถึงท่านจะดูเหมือนคนถูกตามใจจนเสียนิสัยก็เถอะ แต่ต้องรู้ว่าที่นี่ในตอนนี้แค่มีเงินอย่างเดียวยังซื้อของไม่ได้ เครื่องปรุงและเนื้อผักพวกนั้นก็เช่นเดียวกัน”