ตอนที่ 642
บทที่ 642 สัมปทาน
October 31, 2026
บทที่ 642 สัมปทาน
“วิธีการนี้มาจากแคว้นเอ่อตาน แต่กลับถูกเก็บรักษาไว้โดยตระกูลหยุน และข้าเคยได้ค้นดูหนังสือโบราณ ข้าได้พบว่ามีคนรู้ว่าเลือดเนื้อตระกูลหยุนสามารถรักษาโรคได้ ก็เมื่อทรราชผู้นั้นจากโลกนี้ไปแล้วเป็นร้อยปี และได้กล่าวไว้ว่า ลูกหลานของทรราชนั่นถูกทิ้งไว้ที่แคว้นเอ่อตาน” ซ่านจินจื๋อพยักหน้าอย่างจริงจัง
ตอนนั้นทรราชนั่นยังไม่สามารถทำขั้นสุดท้ายให้สำเร็จได้ แต่กลับต้องมีชีวิตมากมายต้องมาสังเวย
จากนั้นก็กล่าวถึงเรื่องที่เลือดเนื้อตระกูลหยุนสามารถรักษาโรคได้ ตอนนั้นเป็นปีที่เกิดสงครามขึ้นด้วย ต่อจากนั้นตระกูลหยุนก็ถูกคุ้มครองจากราชวงศ์ ในช่วงหลายปีมานี้มีความแข็งแกร่งขึ้นมาก ทุกรัชสมัยของฮ่องเต้มีภัยพิบัติและโรคต่าง ๆน้อยลงไปมาก หรือทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่
ซางนิงนั่งลง มือข้างหนึ่งเคาะลงบนโต๊ะ “ถ้าตอนนั้นเจ้าทรราชนั่นได้ฝึกวิชาอะไรสักอย่าง เปลี่ยนแปลงกายภายในของตน อย่างนั้นก็เป็นไปได้ยากที่ร่างกายของคนรุ่นหลังจะแตกต่างกัน”
“หากเป็นอย่างที่พูดมา อย่างนั้นวิธีการจะเป็นอมตะก็มีแนวโน้มจะเป็นจริงขึ้นมาแล้วสิ”
ซ่านจินจื๋อเลิกคิ้วข้างหนึ่ง หันไปสบตากับซางนิง ทั้งสองต่างทำสายตาที่น่ารังเกียจ
“หากอยู่ได้นานขนาดนี้ ผลของมันก็ต้องทำให้อยู๋คนเดียวไปสิ” ซางนิงหัวเราะเยาะ “ลองนึกถึงคนคนหนึ่งที่ไม่มีวันตายนั่งครองบัลลังก์ฮ่องเต้ ต้องตามัวไปด้วยความมั่งคั่งและอำนาจมหาศาล และหากมีลูกหลาน และคิดจะฆ่าเขา หากเป็นแบบนี้ ในที่สุดเขาก็จะไม่ได้อะไรเลย”
“ผู้อาวุโสพูดถูกต้อง” ซ่านจินจื๋อพยักหน้า “ตอนนั้นหากไม่ได้ท่านยื่นมือมาช่วยปกป้องเสด็จแม่ และเสด็จพี่ ตอนนี้ครอบครัวของข้าทั้งสามคนก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกแล้ว ตอนนี้ยังให้ท่าน....”
“ไม่เป็นไร ข้าก็กำลังจะมาดู ว่าผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้เจ้าหลงจนยอมกลับตัว” ซางนิงยิ้มและลุกขึ้นยืน พูดด้วยเสียงต่ำ “เจ้าสาวน้อยนั่นไม่ชอบให้เจ้าอยู่ข้างกาย ช่วงนี้ข้าจะทำให้ตามติดไม่ไปไหนเลย”
เมื่อพูดถึงกู้อ้าวเวย ซ่านจินจื๋อก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างประนีประนอม
เมื่อออกมาจากห้องหนังสือของซ่านจินจื๋อ ซานนิงแสร้งทำเป็นไม่พอใจและเดินไปยังห้องของกู้อ้าวเวย ท่ามกลางความมืดมิดอาจจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นอีกก็ได้ โดยธรรมชาติแล้วเขาไม่ปล่อยให้กู้อ้าวเวยพักผ่อนเพียงลำพังแน่นอน จึงได้แหวกม่านสองชั้นออกแล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะ กลับได้พบกับหญิงรับใช้สองคนเดินถือหนังสือเข้ามา แสดงความเคารพเขา “ใต้เท้าซางหนิง ของพวกนี้เป็นสิ่งของของคุณหนู...”
“เอามาให้ข้าดู” ซางนิงสนใจอยากรู้จึงให้คนนำหนังสือที่ซ้อนกันเหล่านั้นมาวางบนโต๊ะ ส่วนของอย่างอื่นก็ใส่ไว้ในชั้นเล็ก ๆข้างเขา
ในกองม้วนหนังสือที่หนักนี้ ยังคงมีใบสั่งยาจำนวนไม่น้อยที่กู้อ้าวเวยเขียนด้วยตนเองเก็บซ่อนอยู่ แต่ด้วยจำนวนที่มากมาย ในฐานะที่ซางนิงเป็นผู้ศึกษาวิทยายุทธ์เขามองไม่ออกเลยว่ามันถูกหรือผิด ท้ายที่สุดก็จดจ่ออยู่ม้วนหนังสือไม่กี่เล่มที่เกี่ยวข้องกับพงศาวดารท้องถิ่น
จนกระทั่งตกกลางคืน จึงได้จุดเทียนในห้อง
กู้อ้าวเวยตื่นขึ้นด้วยความหิว ดูเหมือนจะแปลกใจกับเรื่องที่มีคนเฝ้าดูอยู่ในห้อง เพียงแต่ห่มเสื้อคลุมแล้วเดินออกมา โดยเคลื่อนไหวอย่างไม่ให้รบกวนซางนิง เพียงแค่ต้องการดื่มน้ำสักแก้วเพื่อให้ชุ่มคอ แต่กลับถูกซางหนิงแย่งเอาแก้วไป “มานี่เร็ว เอาน้ำอุ่นกับอาหารมา”
แม้ว่าจะไม่พอใจที่ถูกคนแย่งแก้วไป กู้อ้าวเวยกลับยังคงนั่งลงอย่างน่าเอ็นดู เปิดดูหนังสือสองเล่มที่ยังอ่านไม่จบจากกองหนังสือ เกลื่อนอยู่บนโต๊ะ แล้วถามซางนิง “เขากลับไปแล้วหรือ”
“เจ้าคิดถึงเขาแล้วหรือ รอสักหน่อยเดี๋ยวให้เขามาอยู่เป็นเพื่อน” ซางนิงเริ่มรู้สึกสนใจพวกเรื่องผีสางเทพเจ้าเหล่านี้ จึงไม่เงยหน้าขึ้นมา
“ไม่ต้อง....” กู้อ้าวเวยพูดไม่ออกเล็กน้อย เพียงแต่รอให้คนรับใช้นำอาหารมาให้ และยังนำเสื้อผ้ามาสวมให้นางอีกสองชิ้น
กู้อ้าวเวยเองก็ขี้เกียจจะให้ความสนใจ เมื่อถูกคนจับตามอง กลัวว่าถ้าออกพ้นประตูไปคงจะมีคนเป็นจำนวนมากตามมา จึงได้แต่กินและอ่านหนังสืออย่างสงบเสงี่ยม และเพิ่งจะถามสาวใช้ขึ้นมา “เอาสมุนไพรกลับมาหรือยัง”