ตอนที่ 668
บทที่ 668 เชื่อมเกี่ยวกันแน่นแฟ้น
October 31, 2026
บทที่ 668 เชื่อมเกี่ยวกันแน่นแฟ้น
อ้ายจือเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนทรยศแม่ของตัวเองได้ลงคอ
ปลายนิ้วของกู้อ้าวเวยค้ำอยู่ใต้คาง ในดวงตาเป็นประกายสุกใส “นี่ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นเพียงวิธีเชื่อมั่นกันและกันอย่างหนึ่งเท่านั้น แม้จะพูดไม่น่าฟังเท่าใด แต่ข้ารับรู้ว่าท่านแม่รักข้ามาก แต่ความรักบางอย่างอาจจะชักจูงให้เบื้องหน้าของข้ามืดมน เพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมจากท่านแม่และซ่านจินจื๋อ ข้าจึงทำได้เพียงต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเองเท่านั้น”
“ถ้าหากฮูหยินรู้เข้าจะปวดใจเอาได้นะ” กุ่ยเม่ยมองนางด้วยใบหน้าคร่ำเครียด “ท่านเองก็โกหกท่านอ๋องด้วย”
“ซ่านจินจื๋อคงไม่โกรธเพราะเรื่องนี้หรอก เขาเองก็ต้องทำเรื่องหลายอย่างลับหลังข้าเป็นแน่ อย่างเช่นดึงเจ้าเข้าพวก ถือโอกาสได้รับการสนับสนุนจากท่านแม่และท่านพ่อของข้า อีกอย่าง เจ้าลองทายดูว่าร้านรวงที่ข้าเคยควบคุม เขาไม่ได้เล่นเล่ห์อะไรเลยอย่างนั้นหรือ?” กู้อ้าวเวยมองพวกเขาด้วยแววตาที่ใช้มองเด็กน้อย “หากพวกเจ้าลองนับดูจริงๆ ปีนั้นเพื่อเด็กๆ ในทิงเฟิงเก๋อแล้วท่านแม่จากไปโดยไม่ได้พาข้าไปด้วย กระทั่งท่านปู่ยังถูกนางปิดหูปิดตา เช่นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่อีกหรือ?”
กุ่ยเม่ยและอ้ายจือนิ่งเงียบ
“อย่าทำตัวเป็นเด็ก บนโลกใบนี้มีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความสัมพันธ์ในครอบครัว และขณะเดียวกัน ไม่มีอะไรที่สามารถตัดขาดความรู้สึกได้ ขอเพียงยังมีพันธะเหล่านี้ต่อกันอยู่ ภายใต้เงื่อนไขเบื้องต้นที่ไม่ทำร้ายอีกฝ่าย ความผิดพลาดและวิธีการล้วนเป็นสิ่งที่สามารถทบรับได้” กู้อ้าวเวยหยัดตัวลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน ตอนที่เดินผ่านอ้ายจือนั้นยังลูบกระหม่อมของนางด้วย “แต่ข้ายังคงชื่นชอบความไร้เดียงสาของพวกเจ้า”
เหมือนหนึ่งว่า ชั่วชีวิตนี้ของกู้อ้าวเวยจะไม่ไปถามฉูหลี่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีกเลย
เพราะอะไรตอนแรกนางเติบโตขึ้นในจวนเฉิงเสี้ยง หลังจากที่เขาก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แล้วก็ยังไม่ได้สร้างคลื่นใหญ่แล้วตามตัวนางกลับไป
เนื่องด้วยนางรู้คำตอบ เป้นไปไม่ได้เลยที่ฮ่องเต้จะทำลายรากฐานในปัจจุบันทั้งที่ทุกอย่างยังไม่ทันมั่นคงเพียงเพื่อลูกสาวของตน ฉูหลี่กระทั่งจำเป็นต้องปกป้องฉูห้าวที่ยังไม่โตเอาไว้ด้วย
ทุกคนล้วนมีเหตุผลให้กับเรื่องที่ทำลงไป หากคิดเล็ดคิดน้อย กลัวแต่ว่าชั่วชีวิตนี้กู้อ้าวเวยคงไม่สามารถเชื่อใจใครอื่นได้เลย
อ้ายจือยกมือขึ้นลูบจุดที่เพิ่งถูกสัมผัสไปเมื่อครู่ ก่อนมองกุ่ยเม่ย “นางอำมหิตเลือดเย็นขนาดนี้มาโดยตลอดเลยหรือ?”
“ถ้าหากนางไม่เฉลียวฉลาดขนาดนี้ละก็ บางทีคงไม่อาจอำมหิตเลือดเย็นถึงเพียงนี้” กุ่ยเม่ยนวดขมับอย่างปวดหัว “บางเรื่องก็ไม่สามารถพูดได้อย่างหมดจด มันทำให้ข้าชักเริ่มจะกลัวนางเสียแล้ว”
“บางทีนางยังรู้ด้วยว่าวันนี้เจ้าใส่กางเกงในสีอะไร” อ้ายจือหยัดตัวลุกขึ้นก่อนเดินไปด้านนอกด้วยใบหน้าไม่เปลี่ยนสี
กุ่ยเม่ยร่างแข็งทื่อ กลับแว่วยินเสียงลอยมาแต่ไกล “ข้ารู้จริงๆ นะ”
“หุบปากให้ข้าเสีย” กุ่ยเม่ยตามออกไปด้วยความหัวเสีย เดินมาถึงด้านหลังของกู้อ้าวเวยและตบเข้าที่ท้ายทองของนางหนึ่งฉาด “ท่านไม่กลัวว่าหลังจากอ้ายจือรู้ถึงความเก่งกาจของท่านแล้วจะไม่ร่วมมือกับท่านหรืออย่างไร”
“นางจะร่วมมือหรือไม่ก็แล้วแต่ ปัจจุบันสถานะของนางไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับข้าเลยสักนิดเดียว” กู้อ้าวเวยกอดหน้าท้องของตนเอาไว้ มองไปทางอ้ายจือที่ออกไปอีกฝั่งหนึ่ง พลางเอ่ยเสียงต่ำ “ข้าเพียงแต่อยากเตือนนาง หากทรยศข้าละก็ ข้าจะรู้ในทันที ทั้งยังสามารถทำให้นางหายตัวไปในทั่วทุกมุมของเอ่อตานก็ยังได้”
“ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวนะที่ข้ารู้สึกว่าท่านน่ากลัวเอามากๆ”
“เช่นนั้นก็อย่าเป็นนกกะปูดคาบข่าวไปบอกใครอีก ข้าจะโกรธจริงๆ เอาได้” กู้อ้าวเวยหัวเราะทำเอาเขาเสียวสันหลังวาบ จนต้องกระแอมไอขึ้นมา ก่อนจะยืดตัวถือดี “แต่ถ้อยคำเมื่อครู่ของข้านั้น ไม่ได้โกหกเลยแม้แต่คำเดียว”
พยุงหน้าท้องก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปทางห้องนอนของตนอย่างนวยนาด
กุ่ยเม่ยดึงสติกลับมามองไปที่เงาหลังของนางที่ตอนนี้ออกจะโม่งโค่งไปหน่อย สายตากลับค่อยๆ หม่นแววลง
ถ้าหากแรกเริ่มเดิมทีในตำหนักอ๋องจิ้งท่านอ๋องจะดีกับนางสักนิด บางทีตอนนี้นางคงไม่อาจรู้สึกระแวงขนาดนี้