ตอนที่ 675
บทที่ 675 คนที่ร่วมมือด้วย
October 31, 2026
บทที่ 675 คนที่ร่วมมือด้วย
คุ้มกันชายแดนยังคงรักษาชื่อเสียงของซ่านต้วนเฟิงเอาไว้
ซ่านเซิ่งหานพักอยู่ในจวนของซ่านต้วนเฟิง ดังนั้นคนที่เป็นกบฏหรือคนที่ส่งข่าวล้วนกลายเป็นปุ๋ยของต้นไม้ดอกไม้ในเรือนไปหมดแล้ว คนที่คอยดูแลปรนนิบัติเขามีเพียงคนเดียวคือเฟิงเยว่ และคนที่เชื่อใจได้อีกสองคน
“ข้าคิดว่าฝ่าบาทท่านนั้นคงไม่รู้หรอกว่าคือท่าน คงแค่ลองดูแค่นั้นเอง” เฟิงเยว่คุกเข่าอยู่ข้างๆโต๊ะเตี๊ยๆ พร้อมกับเอาอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็จัดการกับเอกสารงาน แล้วก็กระบอกไม้ไผ่น้อยใหญ่
กระบอกไม้ไผ่ที่ถูกเปิดออก คือจดหมายที่ส่งมาจากกู้อ้าวเวย
คำพูดทุกคำที่นางพูดออกมาล้วนถูกจดบันทึกเอาไว้ เพราะว่าซ่านเซิ่งหานเป็นห่วงว่านางจะฉลาดเกินไปแล้วคิดหาทางหนีได้
“ข้าคิดว่านางคงรู้อะไรบางอย่างแล้วแน่” ซ่านเซิ่งหานอ้าปาก แล้วก็ทำมือให้เฟิงเยว่เอาอาหารมาวางต่อ ส่วนเขาหยิบจดหมายนั่นแล้วก็ลุกขึ้นยืน “ข้าอยากจะไปดูนาง”
เฟิงเยว่เบิกตากว้าง “ท่านต้องอยู่จัดการเรื่องต่างๆ”
ซ่านเซิ่งหานหยุดเดิน มองดูเฟิงเยว่ “เฟิงเยว่”
“ข้าน้อยกระทำเกินหน้าที่แล้ว” เฟิงเยว่รีบก้มหัวลงทันทีแล้วรีบนำอาหารเหล่านั้นกลับเข้าไปในกล่องอย่างเดิม “ข้าน้อยแค่คิดว่า ถึงแม้ว่าฝ่าบาทท่านนั้นจะสำคัญแต่วันนี้ซ่านต้วนเฟิงถูกขังใต้เท้ากู้เฉิงจะต้องส่งคนมาบอกข่าวแน่ ไม่อาจไม่มีท่านอยู่ไม่ได้”
พูดจบซ่านเซิ่งหานก็นิ่งเงียบ เฟิงเยว่เองก็โล่งใจ
นางไม่เคยเห็นฝ่าบาทมีท่าทีที่ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ วันๆเอาแต่เพ้อ ขนาดเยว่เองเขายังไม่เชื่อเลย นางไหนเลยจะกล้าพูดต่อ ได้แต่พูดแค่ไม่กี่ประโยคเอง
ซ่านเซิ่งหานนั่งลง เฟิงเยว่เอาอาหารนำกลับมาวางบนโต๊ะอย่างเงียบๆ ประตูมีเสียงดังขึ้น
“ฝ่าบาท ทางโน้นส่งคนมาแล้ว” คนที่เชื่อถือข้างนอกพูดมาเช่นนี้
“เข้ามา” ซ่านเซิ่งหานพยักหน้า ให้เฟิงเยว่เก็บกระดาษและกระบอกไม้ไผ่บนโต๊ะออก ตนเองนั่งลงบนโต๊ะหนังสือหยิบชามตะเกียบขึ้นมา รอจนประตูถูกเปิดออก มีชายรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา นั่นก็คือลูกชายคนหนึ่งของกู้เฉิง ไม่ได้แซ่เดียวกับพ่อ ชื่อว่าเฉียนจื๋อ
ดูท่าเฉียนจื๋อมาส่งข่าวให้กู้เฉิงแน่ ปกติไม่มีลูกคนไหนจะทำแบบนี้
เดินมาถึงตรงหน้าของซ่านเซิ่งหานเขาก็ทำความเคารพ ขนาดว่าเฟิงเยว่ยกจานเปล่าออกไป เขาก็ยังเงยหน้าขึ้นมามองดู ตาเบิกกว้าง จนเฟิงเยว่ปิดประตูหายวับไป เขาถึงหันหัวมา “ท่านพ่อพูดว่าตอนนั้นที่เขาไม่ได้ส่งทหารไปช่วยซ่านต้วนเฟิงถือเป็นการแสดงความจงรักภักดี”
“ถ้าจะพูดว่าจงรักภักดี ตอนนั้นข้าช่วยพ่อของเจ้าให้หลบหนี อยากรู้ข่าวของกองทหารเจียงเย่น แต่ไม่เคยคิดว่าการร่วมมือกันของข้าและพ่อของเจ้ามาหลายปีเขาจะหักหลังข้า สองปีมานี้พึ่งจะได้รู้ข่าว” ซ่านเซิ่งหานเอาแต่มองดูหนังสือราชการตรงหน้าไม่แม้แต่จะชายตาแลมองเฉียนจื๋อ
เฉียนจื๋อโง่เง่าคิดไปคิดมาถึงได้พูดขึ้นว่า “แต่หลายปีมานี้ท่านพ่อได้สืบข่าวจากทุกที่มาให้เจ้า ทำไมเรื่องพวกนี้ไม่นับว่าเป็นความจงรักภักดีหรือ วันนี้ตำแหน่งของท่านในราชสำนักถึงจะบอกว่าเป็นเพราะกู้อ้าวเวยช่วยเจ้า แต่ท่านพ่อข้าเองก็ช่วยเจ้าเอาไว้ไม่เยอะ ขนาดข่าวที่ชายแดนหรือทหาร ตอนนั้นท่านพ่อข้าเองก็จัดการได้อย่างดี นี่ไม่นับว่าเป็นความจงรักภักดีหรือ”
เอาลูกชายที่โง่เง่าแบบนี้มาเป็นคนส่งข่าวก็ไม่เลวนะ