ตอนที่ 687
บทที่ 687 ทุกสิ่งประสานสัมพันธ์กัน
October 31, 2026
บทที่ 687 ทุกสิ่งประสานสัมพันธ์กัน
ในยามค่ำคืน ในป่ามีแต่เพียงความเงียบสงัด
ซ่านจินจื๋อทำให้คนไปจุดกองไฟ จูเซเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในจำนวนคนทั้งหมด แต่กลับได้รับบาดเจ็บมากที่สุด ในเวลานี้นางหลับไปในอ้อมแขนของจูเย่น คนที่จูเย่นพาติดตามมาด้วยจำนวนไม่มากยังคนช่วยกันเฝ้าระวัง แต่เขากับน้องสาวมีความแตกต่างกัน ที่ไม่สงสัยอะไรเลย แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยรับมือกับคนอย่างซ่านจินจื๋อเลย
หากมีใครสักคนที่มีวรยุทธ์สามารถพิชิตทั่วหล้าได้ก็อาจมีศัตรูเป็นร้อย แต่อย่างมากที่สุดก็คงเป็นได้เพียงแม่ทัพคุมกำลังทหารเท่านั้น แต่ซ่านจืนจื๋อไม่เพียงแต่คุมกิจการทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่ทัพในการศึกสงครามได้ และเขาสามารถจะเป็นผู้นำในการบุกโจมตี อย่างนั้นก็ยิ่งเป็นหลักยืนยันว่าเขาไม่มีความกรุณา
หงเซียวแบ่งปันเนื้อที่ย่างแล้วกับของแห้งที่เหลืออยู่ให้กับสองพี่น้อง แล้วนั่งลงทันที ด้านหนึ่งก็กัดชิ้นเนื้อไปคำหนึ่ง อีกด้านก็มองไปยังจูเย่นที่อยู่ฝั่งตรงข้าวอย่างยั่วเย้า “ข้าจะบอกเจ้านะ เจ้าอยากพาใครมากินอะไรสักหน่อยไหม”
ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะมาเมื่อไร” จูเย่นโอบกอดน้องสาวมาไว้ในอ้อมเเขน มองไปยังซ่านจินจื๋อด้วยใบหน้าที่เย็นชา “เจ้าช่วยพวกข้าไว้ก็เพียงเพราะกู้อ้าวเวยเท่านั้น เหตุผลนี้ฟังดูแล้วน่าตื้นตันเสียจริง” ซ่านจินจื๋อเลิกคิ้วขึ้น “ทำไมหรือ”
หลังจากตกตะลึงกับคำพูดสั้นๆไม่กี่คำนี้ที่ตอบกลับมา จูเย่นก็เอามือปิดหูของจูเซ แล้วพูดต่อไป “ราชวงศ์แคว้นชางหลานของพวกเจ้าโลภอยากจะได้ความอมตะมานาน แต่ตอนนี้กลับมาเปลี่ยนท่าที และยังจะปล่อยตระกูลหยุนไปอีก ฟังแล้วเหมือนจะดูเป็นคนดี แต่หากพวกเจ้าจะอาศัยประโยชน์จากจุดนี้เพื่อให้ได้เคล็ดลับมาก็นับว่าไม่เลว”
“เจ้าพูดอะไรของเจ้า” หงเซียวคายกระดูกที่หักลงบนพื้นแล้วหัวเราะเยาะ “ม้วนหนังแกะที่อยู่ในมือเจ้าเป็นของดีไม่ใช่หรือ ถ้าพวกข้าต้องการล่ะ เจ้าก็ไม่ต้องไปพบกับตระกูลหยุนอะไรนั่น ซึ่งอาจจะฆ่าและฝังเจ้าได้โดยตรง แล้วให้คนปัดกวาดที่นี่ให้สะอาดเรียบร้อย ไม่เร็วกว่าหรือ!”
ถูกทำให้ถึงกับสำลักอีกครั้ง จูเย่นเพียงแค่ยกมือขึ้นทำท่าทางยอมจำนน และไม่พูดอะไรอีก
ซ่านจินจื๋อโยนท่อนไม้ที่อยู่ในมือเข้าสู่กองไฟ และพูดต่อไป “ข้าเพียงแค่ต้องการทำเรื่องที่เวยเอ๋อคิดว่าถูกต้องเท่านั้น”
หงเซียวสำลัก และไอออกมาขณะเอามือกุมหน้าอกไว้
องค์ชายของพวกเขาเพิ่งจะพูดอะไรออกมาหรือนี่
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ของสิ่งนี้ข้าก็ต้องทำลายให้ได้” ซ่านจินจื๋อค่อย ๆเงยหน้าขึ้นมา มองไปยังจูเย่น “แน่นอน ถ้าพวกเจ้ายังหวงรักษาเอาไว้เหมือนเป็นสมบัติตกทอดจากบรรพชนละก็ ข้าเชื่อเวยเอ๋อก็คงจะฆ่าพวกเจ้าทิ้งอย่างไม่ลังเล”
“นางเป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารี” พูดไปเพียงสั้นๆ เหมือนกับการบอกว่ากู้อ้าวเวยเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
ซ่านจินจื๋อกลับทำเพียงแค่การยิ้มเล็กน้อย “หากเจ้ารู้จักนางจริงเจ้าจะไม่พูดแบบนี้”
จูเย่นขมวดคิ้ว ในความประทับใจของเขา ตระกูลจูของพวกเขาทำเรื่องไม่ดีกับนางไว้มากมาย แต่กู้อ้าวเวยไม่เพียงแต่ยกโทษให้ แต่นางกลับช่วยวางแผนอนาคตให้พวกเขาด้วย หรือแม้แต่ส่งมอบใบสั่งยาให้ แต่กลับกันพ่อที่เคารพของพวกเขากลับต้องมาปกป้องของโง่เขลานี้จนวันตาย และก็สูญเสียชีวิตไป”
เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ซ่านจินจื๋อกลับลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ฟังเสียงฝีเท้าของม้าที่ใกล้เข้ามา จึงได้ให้คนจุดไฟขึ้น ในขณะเดียวกันอีกมือก็คว้าดาบไว้
เสียงเท้าของม้าและใบไม้ที่ดังขึ้นมา ดูจะไม่เป็นระเบียบและวุ่นวาย
ซ่านจินจื๋อยังคงสั่นไหวเล็กน้อย ม้าสีดำตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากป่า หยุดลงต่อหน้าเขาแล้วส่งเสียงร้องดังยาวๆ คนที่อยู่บนม้ามิใช่นาง หากแต่เป็นหยุนหว่านในชุดสีดำทั้งร่าง มือทั้งสองข้างถูกบังเหียนจนถลอก
หัวใจของซ่านจินจื๋อก็หล่นไปด้านล่าง “เกิดอะไรขึ้นกับเวยเอ๋อ”