ตอนที่ 691
บทที่ 691 ล้วนผิดมาตลอด
October 31, 2026
บทที่ 691 ล้วนผิดมาตลอด
ตอนที่เอาคนส่งขึ้นไปบนเตียง กู้อ้าวเวยหลับอย่างไม่รู้สึกตัวไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นพิษเป็นภัยเลยแม้แต่น้อย
ซ่านจินจื๋อปรับท่าทางของนางอย่างระมัดระวังตามคำสั่งของหยุนหว่าน จนกระทั่งคิ้วทั้งสองข้างของกู้อ้าวเวยยืดออกจากกันจนหมด ซ่านจินจื๋อก็ดึงมือกลับด้วยเหงื่อที่เต็มไปทั้งตัว ค่อยๆ คลุมตัวนางด้วยผ้านวมบางๆ ออกมาจากในห้อง
หยุนหว่านที่อยู่นอกประตูได้เพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ พาซ่านจินจื๋อเข้าไปในห้องหนังสือ กุ่ยเม่ยที่กำลังพักฟื้นบาดแผลกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเห็นทั้งสองเข้ามาก็รีบพูดขึ้นว่า “นางยังสบายดีอยู่ไหม”
“ดูเหมือนว่านางจะเคยทำอะไรที่อันตรายมาก่อน และตอนนี้ร่างกายก็อ่อนแอ” หยุนหว่านนั่งลงข้างๆ ถอดผ้าคลุมหน้าสีดำออกจากศีรษะ และตบไปที่โต๊ะเสียงดังหนึ่งที จ้องมองไปที่ซ่านจินจื๋อและกุ่ยเม่ยด้วยความโกรธ “นางบอกว่านางทำข้อตกลงอะไรไว้กับซ่านเซิ่งหาน”
“อะไรนะ” กุ่ยเม่ยเลิกคิ้ว
“ข้าก็ไม่รู้ว่าข้อตกลงบ้าบออะไร แต่บัดนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางไม่มีทางเลือกที่สอง ได้เพียงแค่คลอดเด็กคนนี้ออกมา แต่จางเหยียงซานบอกว่าทั้งหมดทั้งมวลก็รับประกันไม่ได้ว่านางจะสามารถมีชีวิตรอดมาได้” หยุนหว่านหน้าดำคร่ำเครียดมองไปที่ร่างของซ่านจินจื๋อ “ถึงเวลา เจ้าจะเลือก.....”
“แน่นอนว่าต้องเป็นเวยเอ๋อ เด็กคนนี้ไม่ได้สำคัญกับข้าขนาดนั้น” ซ่านจินจื๋อพูดขึ้นอย่างทันที ยืนตัวตรงอยู่ข้างประตู กระแทกกำปั้นหนักๆ ไปบนวงกบประตู ทิ้งไว้เพียงรอยลึกหนึ่งรอย และคำรามเสียงต่ำออกมาจากลำคอว่า “ซ่านเซิ่งหานต้องบอกอะไรกับนางแน่ ทำไมนางยังนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนนั้นอีก”
หงเซียวที่อารักขาอยู่ตรงระเบียงยาวถึงกับผงะไป แม้กระทั่งหยุนหว่านก็ยังหดไหล่ไปชั่วครู่ มองไปที่ท่าทางของซ่านจินจื๋ออย่างไม่พอใจ “ถ้าซ่านเซิ่งหานบอกอะไรกับนาง เจ้าจะทำอะไรได้อีกล่ะ”
กำปั้นของซ่านจินจื๋ออัดเข้าไปในวงกบไม้อย่างหนักๆ อีกหลายเท่า ใบหน้าของเขาตึงเครียด แต่กลับไม่สามารถให้คำตอบได้
ไม่ว่าอย่างไร เรื่องเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เขาเคยกระทำมาหมดทั้งสิ้น
“แต่ข้าเชื่อในความรู้สึกที่เจ้ามีต่อเวยเอ๋อ” หยุนหว่านเปิดปากพูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆ ลุกขึ้นยืน “ข้าจะพาจางเหยียงซานไปหายาสมุนไพรอย่างอื่นอีกสักหน่อย แต่หลายวันนี้ เจ้าไม่เพียงแต่ต้องอยู่เป็นเพื่อนนางไม่ห่างไปไหน ยังต้องจัดการธุระของเจ้าด้านนั้นให้ดีๆ ด้วย ข้าไม่อยากให้ลูกสาวของข้าต้องอยู่กับผู้ชายฉาวโฉ่ในวันข้างหน้า”
พูดจบ หยุนหว่านจากสถานที่นั้นไปอย่างไม่ลังเล
แทนที่จะนั่งอยู่ที่เดิมและกล่าวโทษซึ่งกันและกัน นางก็เหมือนเช่นดังกู้อ้าวเวย เลือกที่จะพึ่งพาการดำเนินการและแผนการการแก้ไขปัญหามากกว่า
มีเพียงกุ่ยเม่ยและซ่านจินจื๋อสองคนที่ยังคงอยู่ในห้องหนังสือขนาดใหญ่ หงเซียวที่อยู่ตรงระเบียงทางเดินยาวหลังจากได้ทำความเคารพแล้วก็เดินเข้าไปในห้องหนังสือ พูดขึ้นอย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านอ๋อง คนของซ่านเซิ่งหานไปกันเกือบหมดแล้ว ไม่มีใครหลงเหลือสักคน”
“ป้อมปราการเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” ซ่านจินจื๋อดึงมือกลับ
บัดนี้ข่าวที่ซ่านต้วนเฟิงกำลังจะกลับมาควบคุมชายแดนใหม่อีกครั้ง กองทัพของพวกเรายังไม่พร้อมที่จะโจมตีในขณะนี้ บัดนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกัน นอกจากนี้ดุเหมือนว่าซ่านเซิ่งหานจะเตรียมตัวที่จะกลับเมืองเทียนเหยียนแล้วจริงๆ เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะควบคุมการเคลื่อนไหวของชายแดน ดังนั้นเขาก็เลยคืนฝ่าบาทกลับมา บางทีอาจจะเป็นเพียงวิธีการที่ทำอะไรไม่ถูก” หงเซียวพูดถึงช่วงท้าย เสียงกลับแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
เพราะว่าใบหน้าของซ่านจินจื๋อดูเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น
กุ่ยเม่ยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขา แต่กลับจ้องมองไปที่ซ่านจินจื๋ออย่างเย็นชา “ท่านอ๋อง องค์ชายสามผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่นอน สายตาที่เขามองเวยเอ๋อตั้งแต่ครั้งแรกก็แตกต่างจากที่เคยเป็น
“ข้ารู้” ซ่านจินจื๋อหายใจเข้าลึกๆ สองครั้ง เมื่อนึกถึงเมื่อครู่ที่กู้อ้าวเวยอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้วพูดคำเหล่านั้น เขาก็รู้สึกละอายใจ อดไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตนเดิมในตอนนั้นทิ้ง แต่ก็น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถทำได้ ได้เพียงแค่เป็นเปลวไฟและเผาไหม้ไปทั่วแขนขาของเขาด้วยความเจ็บปวด “ในเมื่อเป็นซ่านต้วนเฟิงที่ควบคุมชายแดน งั้นข้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องโจมตี ปล่อยให้พวกเขาเผชิญหน้ากันต่อไป และจะไม่ทำอะไรจนกว่าจะได้รับข่าวจากทางเมืองเทียนเหยียน”