ตอนที่ 705
บทที่ 705 ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน
October 31, 2026
บทที่ 705 ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน
ต่อหน้าญาติสหายจะมีพฤติกรรมเอาแต่ใจอย่างไร แต่ย่อมรักษามารยาทต่อหน้าคนนอก
คนที่ในยามปกติน้ำเสียงแหลมสูง มาบัดนี้มีท่าทางสง่างามและเคร่งขรึมทำให้ผู้คนรู้สึกว่าถูกคุมเหง แม้ว่าดวงตาสองข้างของนางจะยังไม่ทันเห็นแสงสว่าง แต่ปลายนิ้วไล้ผ่านโต๊ะอย่างมากสองครั้งก็สามารถยกถ้วยชาขึ้นได้อย่างมั่งคง จากนั้นรอจนกระทั่งพี่น้องตระกูลจูจะบอกเล่าเรื่องราวม้วนตำราหนังแกะให้ทราบทุกประการ นางจึงกระแอมไอในลำคอพลางปริปาก “สิ่งที่บรรพบุรุษพวกเจ้าพูดหาใช่ลวงหลอกไม่ แต่เพียงเท่านี้ วิธีแห่งความเป็นอมตะก็ยังยากจะหาพบอยู่ดี”
“ก่อนหน้านี้ดูคล้ายท่านจะเดาได้เก้าในสิบแน่นอนแล้ว เหตุใดกู้เฉิงถึงไม่เห็นท่านเป็นเป้าหมาย?” จูเซเป็นคนแรกที่ไม่พอใจ “ข้ากับพี่ชายพาคนในตระกูลมา ก็หวังว่าพวกท่านจะระวัง ตอนนี้ด้านนอกมีข่าวลือแพร่สะพัด ทั้งยังบอกว่าเลือดเนื้อตระกูลหยุนของพวกท่านก็เป็นกุญแจสำคัญของความเป็นอมตะด้วย”
“คนกินคนรังแต่จะโง่” กู้อ้าวเวยกล่าวอย่างเฉียบขาด แผ่นหลังเหยียดตรงกระทั่งไม่ได้พิงบนพนักเก้าอี้ด้วยซ้ำ ส่วนความเจ็บปวดของกายท่อนล่างก็ยังพอทนไหว ความเจ็บปวดเล็กน้อยทำให้นางขบคิดเรื่องราวได้มากขึ้น “ดูเหมือนพวกเจ้าก็จะสนใจว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือเท็จเช่นกัน?”
เวลานี้ซ่านจินจื๋อเพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมา ปรายตามองพวกเขาสองพี่น้องอย่างเย็นชาคนละปราด
“พวกเราย่อมสนใจอยู่แล้ว ถ้าหากสิ่งที่กล่าวบนม้วนตำราหนังแกะเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นบิดาของพวกเราก็นับว่าไม่ได้ตายเปล่า” ขอบตาจูเซแดงก่ำ จูเย่นที่อยู่ข้างกายทำเพียงตบบ่าของนางเบาๆ มองสำรวจร่องรอยสีดำบนลำคอของกู้อ้าวเวย ก่อนกล่าวต่อ “ร่างกายของท่านดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีนัก”
“ผิงชวน” กู้อ้าวเวยเรียกเสียงทุ้มต่ำหนึ่งที
“คุณหนูมีบัญชาอันใด?” ผิงชวนเผยให้เห็นพัดกระดูก ดวงตาคู่นั้นกลับโปรยตกไปบนตัวของจูเย่น เจือแววเตือนภัยหลายขนัด
“ให้คนดูแลสองท่านนี้อย่างดี ก่อนหน้าที่เรื่องความเป็นอมตะยังไม่ทันคลี่คลาย ไม่จำเป็นต้องปล่อยพวกเขาออกไป” กู้อ้าวเวยวางถ้วยชาในมือลง แล้วปริปากตัดหน้าหนึ่งก้าวก่อนที่ทั้งสองคนจะโต้แย้ง “หากพวกเจ้าไม่ได้มาหาข้าเพราะเรื่องนี้ ข้าย่อมเชื่อใจพวกเจ้าอยู่แล้ว แต่สำหรับเรื่องนี้ ความปรารถนาของมนุษย์ไร้ขีดจำกัด เพื่อเลี่ยงไม่ให้พวกเจ้าหลงทางและทำลายตระกูล นั่นก็เป็นการได้ไม่คุ้มเสียเลย”
“ในเมื่อพูดเช่นนี้ ท่านจะกักบริเวณพวกเรา เพราะหวังดีกับพวกเราหรือ?” จูเซตบโต๊ะหยัดตัวขึ้นมา
“ใครใช้ให้พี่ชายของเจ้าสนใจว่าร่างกายของเป็นข้าอย่างไร หากไม่ใช่เพราะละโมบในความงามของข้า ไม่เช่นนั้นคงเพราะกำลังคิดว่าเลือดเนื้อตระกูลหยุนอย่างคนไม่สะอาด เจ้าเลือกสักข้อ?” กู้อ้าวเวยปริปากเช่นเดียวกัน
ซ่านจินจื๋อที่อยู่ข้างกายเกือบจะสำลักชาตาย เงยหน้าขึ้นและมองเห็นจู่เย่นกระตุกเรียวแขนของจูเซด้วยสีหน้าซีดเผือดพอดี “พวกเราอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ข้าเตือนพวกเจ้าว่าอย่าเห็นความหวังดีเป็นเจตนาร้าย”
“เพราะฉะนั้นเจ้าละโมบในความงามของเวยเอ๋อหรือว่า...”
น้ำคำของซ่านจินจื๋อยังไม่ทันกล่าวจบก็ถูกกู้อ้าวเวยกดมือที่ประคองอยู่อย่างเอาตาย กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือพลังยิ่งยวด “อย่าคิดว่าข้ามองไม่เห็นแล้วจะหาท่านไม่พบเชียว”
ซ่านจินจื๋อเลือกจะปิดปากเงียบไม่เอ่ยคำ พลิกมือกอบกุมมือของกู้อ้าวเวย กดฝ่ามือของนางด้วยหวังว่านางจะส่งบทสนทนาให้แก่ตนก่อนชั่วคราว คนหลังนั้นคลายหัวไหล่ลงเล็กน้อยอย่างรู้งาน ก่อนเอนพิงอย่างเกียจคร้าน รอจนกว่าซ่านจินจื๋อจะปริปาก
“เมื่อเทียบกันว่าพวกเราจะยอมรับความหวังดีของพวกเจ้าหรือไม่ เจ้ายิ่งควรจะรู้ ยามที่เจ้าเอ่ยถามประโยคนั้นออกมา จุดประสงค์ของเจ้าก็ไม่บริสุทธิ์พอ ก่อนหน้านี้ขอให้พวกเจ้าสงบลงก่อน และเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้นำอย่างเวยเอ๋อด้วย” ซ่านจินจื๋อกล่าวเช่นนี้ มืออีกข้างกลับค่อยๆ รวบแขนเสื้อหลวมกว้างของกู้อ้าวเวยให้ดี แล้วดึงตัวนางขึ้น “พวกเราควรจะไปดูเขาแล้ว ท่านแม่น่าจะตั้งชื่อเพราะๆ ให้เขาเป็นที่เรียบร้อย”
กู้อ้าวเวยแทบจะไม่ได้ลุกจากเตียง ตอนนี้ถูกซ่านจินจื๋อกึ่งโอบอยู่ในอ้อมกอดกลับยังคงมองพื้นตามความเคยชิน ถึงแม้จะมองไม่เห็นอะไนเลย ปลายนิ้วของนางก็กำแน่นบนลำแขนของซ่านจินจื๋ออย่างเอาตาย “ไม่จำเป็นต้องเดินช้าขนาดนี้”
“เช่นนั้นข้าอุ้มเจ้าเข้าไป?” ซ่านจินจื๋อชะลอฝีเท้า ปริปากยามที่เดินมาถึงธรณีประตูแล้ว “ยกเท้า”
กู้อ้าวเวยยกเท้าขึ้นอย่างระวัง ตอนที่ก้าวข้ามธรณีประตูก็พลอยถอนหายใจหนึ่งเฮือกเต็มเหนี่ยว ท้ายที่สุดก็ออกจะอึดอัดกับความมืดมิดนี้อยู่
ยังไม่ทันได้สังเกตท่าทีในตอนนี้ของพี่น้องตระกูลจู ซ่านจินจื๋อก็พากู้อ้าวเวยออกมาโดยตรงทันที
ส่วนผิงชวนกลับส่งคนให้นำทั้งสองไปดูแลอย่างดีที่ในเรือนจวนทางการ จูเซขัดขืนตลอดทาง ส่วนจูเย่นกลับมีสีหน้าซีดเผือดอยู่เสมอ “ผู้หญิงคนนี้...”