ตอนที่ 707
บทที่ 707 ศึกภายนอกและภายใน
October 31, 2026
บทที่ 707 ศึกภายนอกและภายใน
พู่กันหมึกกระดาษจานฝน ศิลาจารึกม้วนตำราโบราณ ล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์สำหรับฉีหรัว
หินโมราที่มาจากแคว้นอื่นถูกสลักเป็นปลาคาร์พเสมือนมีชีวิตจริง อันที่หนึ่งถึงอันที่แปดล้วนมีรูปลักษณ์แตกต่างกัน
กิจการของฉีหรัวกระจายไปทั่วทุกแห่ง จุดที่เกิดสงครามแผ่ขยายในปัจจุบันล้วนหลงเหลือร่องรอยของนาง นางไม่สนใจว่าสงครามจะเป็นอย่างไร ทั้งไม่สนใจคนเป็นคนตายเหล่านั้นด้วย แต่สนใจว่างานฝีมือที่ยากจะถ่ายทอดเหล่านั้นมีราคาอย่างไร ด้วยเหตุนี้นางจึงซื้อช่างฝีมือเหล่านั้นเอาไว้เพื่อให้มาปฏิบัติภารกิจให้นาง และในห้องหนังสือของนางก็จัดวางสมบัติหายากจำนวนมากมายอยู่ในนั้นด้วย
ทว่าในเวลานี้นางกลัวทำเพียงมองไปยังปลาคาร์พหินโมราไม่กี่ตัวนี้ด้วยท่าทางเหม่อลอย
ตอนที่ฉีหลินและหยินเชี่ยวนำสมุดบัญชีเข้ามา เห็นนกพิราบส่งสารตัวหนึ่งถาปีกบินมาจากนอกหน้าต่างพอดี แต่ฉีหรัวนั้นกลับปั้นหน้าเคร่งขรึม “นางจะกลับมาจัดการธุระที่ชางหลานพร้อมกับซ่านจินจื๋อ ไม่ได้สนใจร่างกายของตัวเองเลยแม้เพียงครึ่งเสี้ยว”
เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้ ฉีหลินและหยินเชี่ยวต่างเข้าใจขึ้นมาทันใด
“แต่ถ้าหากอ๋องจิ้งกลับมาได้ละก็ ความกดดันของอ๋องจงผิงก็คงจะลดน้อยลงมากทีเดียว” ฉีหลินวางสมุดบัญชีลง โดยไม่สนใจไยดีสมบัติภายในห้องนี้เลย ทำเพียงกล่าวย้ำ “ก่อนหน้านี้เดิมทีข้าคิดว่าใต้เท้าเมิ่งจะยืนอยู่ข้างอ๋องจงผิง กลับคิดไม่ถึงเลยว่าครึ่งเดือนก่อนหน้านี้องค์ชายสามเพิ่งจะกลับมา เขาก็หันหัวเรือ และคิดจะติดตามทำภารกิจกับองค์ชายสามเสียได้”
“ข้อนี้ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว เมิ่งซู่เป็นขุนนาง สิ่งที่ต้องการคงไม่พ้นให้แว่นแคว้นประชาชนสงบสุข เทียบกับการติดตามท่านอ๋องที่ยากจะทำการใหญ่ได้อย่างอ๋องจงผิง สำหรับเขาแล้วไม่ได้มีประโยชน์ตรงไหนเลยสักนิด” ฉีหรัวกลับไปยังเบื้องหน้าโต๊ะ มองไปทางหยินเชี่ยวปราดหนึ่งด้วยความกังวล คราวนี้จึงกล่าวต่อไป “ถึงแม้นางจะคลอดบุตรอย่างปลอดภัย ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับสูญเสียการมองเห็น เวลานี้กลับมาชางหลาน กลัวแต่ว่าคงต้องได้รับการดูแลจากพวกเราอยู่ที่นี่ ไม่ว่าอย่างไรวันเวลาเหล่านี้ก็ต้องให้อ๋องจงผิงมาแวะเวียนเยี่ยมเยียนที่เรือน เพื่อแสดงความมุ่งมั่นที่ปฏิบัติต่อตระกูลฉี ไม่เช่นนั้นข้ายังกลัวเหลือเกินว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาแทรกที่นี่”
หยินเชี่ยวนิ่งงันไปน้อยๆ จากนั้นจึงทำเพียงนั่งลงด้านข้างด้วยท่าทางทอดอาลัยเล็กน้อย
ฉีหรัวบีบมือของนางเพื่อแสดงความปลอบโยน เรียวปากกลับเอ่ยว่า “อีกประเดี๋ยวหลังจากอ๋องจงผิงออกจากท้องพระโรงก็จะเข้ามา ดูเหมือนจะเอ่ยถึงว่าฮ่องเต้จะส่งกองทัพไปปราบปรามชายแดน”
กองกำลังทหารส่วนตัวของอ๋องจิ้งยังขับเคี่ยวกับสิบสามเมืองชายแดนอยู่ในขณะนี้ ภายในระยะเวลาสามเดือนนี้ฮ่องเต้ได้ออกราชโองการหลายครั้ง สองฝ่ายล้วนไม่เคยรามือ จนกว่าตำราพิชัยสงครามของพลทหารจะถูกส่งไป ทว่าซ่านต้วนเฟิงถูกขังอยู่ที่ชายแดนยากจะติดต่อ อ๋องจิ้งยังลากชื่อของเอ่อตานมาใช้ฝึกฝน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตำราพิชัยสงครามเลย แม้กระทั่งทั้งสองคนยังยากจะพบหน้ากัน
อดกลั้นมาสามเดือน สำหรับองค์จักรพรรดินั้นก็เป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้ว ขุนนางราชสำนักต่างอดรนทนไม่ไหวอยากจะทำให้ซ่านต้วนเฟิงและซ่านจินจื๋อกลายเป็นกบฏและทรราช ทว่ามีเพียงองค์ชายหกและการสนับสนุนส่วนหนึ่งเท่านั้น ทว่าองค์ชายสามและอ๋องจงผิงกลับพูดไกล่เกลี่ยเพื่อพวกเขา องค์หญิงเอ่อตานกลับส่งข่าวออกมาว่าป่วยหนักใกล้สิ้นแล้ว ศึกภายนอกและภายในแทบจะไม่หยุดหย่อนในเวลานี้
แต่ว่า...
“ข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในราชสำนัก เทียบกับสิ่งนี้แล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ตระกูลฉีของพวกเราซื้อแร่สองชนิดเอาไว้โดยอาศัยการค้ำประกันของราชวงศ์ เรื่องนี้จะต้องส่งคนไปดูให้ดี อีกอย่างตอนนี้นางเป็นองค์หญิงเอ่อตาน ถึงเวลานั้นมาถึงจวนพวกเราแล้วก็ไม่อาจเพิกเฉยได้ ยิ่งไม่สามารถให้คนสังเกตความผิดปกติของนาง คัดสรรคนที่ไว้วางใจได้สักสามสี่คนมาคอยดูแล แล้วค่อยเรียกเจิ้งฉิงคุนกลับมาอีกที ช่วงเวลานี้เขานำบรรดาพี่น้องปฏิบัติการได้ไม่เลวเลย ไม่ต้องคอยวิ่งเต้นทั่วสารทิศ กลับมาคอยฟังคำบัญชาการของนาง แล้วส่งข่าวคราวออกไปดีกว่า” ฉีหรัวบัญชาเช่นนี้ บนกระดาษจดหมายกลับเขียนถ้อยคำเหล่านี้ลงไปอย่างแจกแจงรายละเอียด เตรียมจะส่งไปให้ถึงมือของกู้อ้าวเวย
ฉีหลินรู้งาน หลินเชี่ยวก็พลอยติดตามข้างกายของฉีหรัวอย่างว่าง่าย “ข้าพอจะทำอะไรได้บ้าง?”
“ถ้าหากทำได้ รอเมื่อนางมาถึง เจ้าก็ดูแลนางเป็นอย่างดี นางย่อมจะให้เจ้าไปทำธุระบางอย่างให้อยู่แล้ว” ฉีหรัวปฏิบัติต่อน้องชายน้องสาวคนนี้อย่างรักใคร่เอ็นดูยิ่งนัก รู้ว่าแม้หยินเชี่ยวจะยังเด็ก แต่พอปฏิบัติภารกิจก็ไม่เคยมีช่องโหว่ ทั้งยังใส่ใจกู้อ้าวเวย หยินเชี่ยวย่อมไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ แม้เพียงครึ่งเสี้ยวอยู่แล้ว
……
ในเวลาเดียวกัน หลังจากกู้อ้าวเวยได้พบกันคนที่สัญจรมาผู้นั้นก็ไม่ได้กลับไปยังร้านพักแขกเลย
แต่เลือกจะออกเดินทางข้ามคืนแทน ฉีหรัวเขียนเรื่องราวของชางหลานได้อย่างละเอียดยิบย่อย เขียนอย่างแน่นขนัดอัดแน่นเต็มกระดาษสองแผ่นแล้วบรรจุเอาไว้ ซ่านจินจื๋ออ่านให้กู้อ้าวเวยฟัง คราวนี้จึงปริปาก “คิดไม่ถึงว่าซ่านเซิ่งหานจะยังพูดออกหน้าแทนข้าอยู่”
“ท่านกับซ่านเซิ่งหานล้วนเป็นยอดฝีมือแห่งการแสดง ถ้าหากต้องการข้าจริงๆ การใช้ยาให้ถูกโรคนี่ไม่เลวเลยทีเดียว ข้าชื่นชอบชายหนุ่มที่ใจกว้างอารี” กู้อ้าวเวยพิงอยู่ด้านข้าง ท่าทางเคลิ้มหลับ
ปลายนิ้วของซ่านจินจื๋อกำแน่น” ก็แค่ในยามปกติองค์ชายมีไหวพริบมากอุบาย ถ้าหากวันนี้สามารถช่วยเสด็จพี่คลี่คลายเรื่องปัญหาความวุ่นวายภานในชายแดนได้ จะต้องเป็นคุณความดีมหันต์ กลับคิดไม่ถึงว่าครั้งนี้เขาเขาไม่ได้เอ่ยปราศรัยให้มากความ”