ตอนที่ 709
บทที่ 709 ทำหน้าที่ของแต่ละคน
October 31, 2026
บทที่ 709 ทำหน้าที่ของแต่ละคน
“ใบไม้แห้งเหี่ยวนอกหน้าต่างนั้นร่วงโรยเต็มไปหมด ไม่ได้สวยงามอะไรเลย”
กล่าวเช่นนี้ไปพลาง ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นเพื่อดึงม่านรถม้าลงมา กุมมือของกู้อ้าวเวยเอาไว้กลางมือ
คนหลังปราดมองอย่างไม่พอใจ “ทางน้ำระหกระเหิน ออกไปด้านนอกก็กลัวลมพัดกรีดกระดูก ตอนนี้ทำแค่ลมใบไม้ร่วงเล็กน้อยก็ไม่ยอมให้มันพัดข้าเชียวหรือ?”
“เดินทางไปอีกไม่กี่สิบลี้ก็จะถึงเทียนเหยียนแล้ว หากถูกคนมองเห็นเจ้าเข้าจะเป็นอย่างไร?” ซ่านจินจื๋อตำหนิสองสามคำ คิดเพียงว่าช่วงหลายวันมานี้ตนพะเน้าพะนอมากเกินไปใช่หรือไม่ ถึงทำให้กู้อ้าวเวยดุเดือดเลือดพล่านเยี่ยงนี้
มีหลักการและเหตุผล คราวนี้กู้อ้าวเวยถึงได้คลายมือลงมา พลางถาม “ถ้าหากกลับเมืองเทียนเหยียนแล้ว ท่านก็ควรเป็นคนแปลกหน้าสำหรับข้าสินะ”
“ข้าเชื่อใจเจ้า แต่กลับไม่เชื่อใจซ่านเซิ่งหาน”
“แม้ท่านจะไม่เชื่อ พวกเราต่างก็มีเรื่องที่แต่ละคนควรจะทำ” กู้อ้าวเวยยกมือขึ้นมา ลากไล้ตามลำคอของซ่านจินจื๋อขึ้นไปที่พวงแก้มของเขา บิดเนื้อหนังที่หยาบกร้านเหล่านั้นเต็มแรง เจือความไม่พอใจหลายขนัด “ข้าไปจัดการเรื่องของความเป็นอมตะ ท่านไปจัดการเรื่องในราชสำนักและอำนาจทางทหาร เข้าใจหรือไม่?”
แก้มที่ถูกบิดเริ่มปวด ซ่านจินจื๋อกลับได้แต่สูดหายใจหอบหนัก กล่าวเสียงต่ำว่า “พิษในร่างกายของเจ้า”
“เช่นนั้นท่านก็ไปหาเมี่ยวหารให้พบ ในเมื่อเมี่ยวหารเอาพิษนี้ซ่อนไว้ในยาแกล้งตายของข้าอย่างระวัง ย่อมควรจะมีวิธีถอนพิษอยู่แล้ว ต่อให้เขาไม่มีวิธีถอนพิษ ข้าเองก็ไม่สามารถร้องขอสิ่งของบางอย่างจากทางซ่านเซิ่งหาน หรือไม่ก็ไปหานายท่านเห้อได้เลยกระนั้นหรือ?” กู้อ้าวเวยกล่าวอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของการปล่อยมือนั้นกลับไม่ค่อยว่องไวเท่านั้นนัก
เมื่อปล่อยมือ กระทั่งเปล่งเสียงนุ่มละเอียดดังออกมา
ซ่านจินจื๋อบีบใบหน้าที่เริ่มปวดพลางคิดว่าจะหลงเหลือร่องรอยเอาไว้หรือไม่ คนที่อยู่ต่อหน้ากลับฟุบเข้ามาในอ้อมกอดของเขา ตอนที่เขากำลังดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดนั้น กู้อ้าวเวยได้ดึงอาภรณ์ของเขาออก แล้วกัดเข้าไปบนบ่าของเขาเต็มแรงหนึ่งที
ปวดจนหายใจกระตุกเกร็ง ซ่านจินจื๋อกลับทำเพียงแค่ปั้นหน้าขรึมตีเข้าที่ท้ายทอยของนางเบาๆ เท่านั้น “มีแต่สุนัขถึงจะกัดคน”
กู้อ้าวเวยคลายปากทันใด เช็ดสีแดงชาดบนเรียวปาก พลางเอียงศีรษะหัวเราะหยันออกมาหนึ่งที “ถ้าหากไม่ทิ้งรอยอะไรไว้ ถึงตอนนั้นให้คนอื่นมาแย่งท่านกลับไปเป็นฮ่องเต้จะทำอย่างไรเล่า?”
“ถ้าหากข้าเป็นฮ่องเต้จริงๆ แค่รอยฟันของเจ้าก็คงไม่เพียงพอหรอก” ซ่านจินจื๋อเหลือบมองทางด้านข้างปราดหนึ่ง พบว่ากู้อ้าวเวยก้มหน้าก้มตาเลยแม้แต่น้อยจริงๆ ทำเพียงคว้าขวดยามาทานเท่านั้น
ได้ยินเสียงเปิดกล่องยา สีหน้าของกู้อ้าวเวยไร้แวว “ถึงตอนนั้นท่านก็สามารถประทานโทษตายข้อหากัดโอรสสวรรค์ขึ้นมาจริงๆ แล้วผลักข้าไปตัดคอที่ตลาด สินะ”
การเคลื่อนไหวของซ่านจินจื๋อชะงักงัน
ประโยคต่อไปของกู้อ้าวเวยก็มาเยือนทันที “ไม่ว่าท่านจะมีเจตนาอื่นจริงๆ หรือไม่ แต่ข้าไม่อาจอนุญาตให้บิดาของลูกข้าไปพัวพันกับผู้หญิงอื่นอีกเด็ดขาด แน่นอน เว้นแต่ท่านจะฆ่าข้า หรือไม่ก็ข้าชิงฆ่าท่านเสียก่อน”
บางทีนี่อาจจะเป็นการสารภาพรักอีกแบบของกู้อ้าวเวยกระมัง
ซ่านจินจื๋อคิดเช่นนี้ คิดสักพักสุดท้ายก็ยังคงวางขวดยาลง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จำไว้ว่ามีเรื่องอะไรให้ติดต่อข้า”
“ท่านเองก็เหมือนกัน” กู้อ้าวเวยยกมุมปาก ความอบอุ่นบนพวงแก้มไม่ทำให้นางหลบเลี่ยง กลับกันทำเพียงต้อนรับมันอย่างระมัดระวัง
ประตูเมืองของเมืองเทียนเหยียนอยู่ใกล้แค่เอื้อม บรรดาทหารองครักษ์ที่เผ้าประตูเมืองเพียงแค่มองเห็นป้ายพกของอ๋องจิ้งต่างก็ตื่นตระหนกไม่สิ้นสุด ไม่เพียงให้พวกเขาเข้าไปบนรถม้า ทั้งยังส่งคนไปส่งจดหมายไปกับทางวังหลวงอีกด้วย
ซ่านจินจื๋อห่อเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มให้กับกู้อ้าวเวย พลางเอ่ยเสียงต่ำ “สีน้ำเงินเข้ม เป็นสีที่มีเพียงราชวงศ์เอ่อตานเท่านั้นจึงจะใช้ได้”