ตอนที่ 710
บทที่ 710 ตัวปลอม
October 31, 2026
บทที่ 710 ตัวปลอม
กู้อ้าวเวยรออยู่ที่จี้ซื่อถางเป็นเวลาเนิ่นนาน กว่าเห้อจิ้นหล่างจะตะลีตะลานมา
ไล่เบี้ยสุนัขเฝ้าบ้านของคนร่ำรวยไปกัดทำร้ายใครเข้า ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่อยู่ ครั้นได้ยินข้อความจากบ่าวไพร่เขายังตกใจอยู่ไม่น้อย ตอนนี้ยามที่เห็นกู้อ้าวเวยนั่งอยู่ต่อหน้า ดวงตาสองข้างว่างเปล่า ลายเส้นสีดำบนข้อมือยังไม่ทันจางหายไป ความตกใจที่ตกค้างอยู่ส่วนนั้นก็ลุกลามใหญ่ขึ้นไม่รู้กี่เท่า
“ก่อนหน้านี้สองสามเดือนข้าให้กำเนิดบุตรแล้ว”
คำพูดที่กระชับของกู้อ้าวเวยนั้นไม่ต่างจากเสียงอสนีบาตฟาดพสุธาเลยสักนิด มือของเห้อจิ้นหล่างต่างสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที
ส่วนผิงชวนเขียนสมุนไพรทั้งหมดที่นางได้รับในตอนนั้นลงบนกระดาษอย่างละเอียด ส่งมอบใส่ในมือของเห้อจิ้นหล่าง ก่อนเอ่ยว่า “นายท่านเห้อ ท่านรู้อะไรบ้าง?”
“ข้าคิดว่าท่านน่าจะตายไปตั้งนนานแล้ว” เห้อจิ้นหล่างตั้งสติให้มั่น มองไปยังรายการในมือด้วยสภาพจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย
ผิงชวนมุ่นคิ้ว ส่วนกู้อ้าวเวยกลับหัวเราะเบาๆ แล้วยันพวงแก้ม “ข้าคงไม่ตายง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ช่วงเวลาเหล่านี้ข้าค้นพบว่าพิษพวกนี้มันแทรกซึมเข้ากระดูกทีละน้อย ดังนั้นจึงค่อนข้างจะกังวลกลัวว่าเช่ออี้จื่อและซีเป่าจะไร้หนทางต่อชีวิตของข้าได้”
“ถ้าหากเป็นเช่นนี้ สูตรยาพวกนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป” เห้อจิ้นหล่างยื่นมือออกมาตรวจชีพจรให้นาง “ท่านเสี่ยงอันตรายเยี่ยงนี้ ไม่กลัวว่าวันหน้าดวงตาทั้งสองข้างจะกลับมามองเห็นแสงสว่างอีกครั้งได้ยากในอนาคตกระนั้นหรือ?”
“เทียบกับสิ่งนี้แล้ว ข้ากลัวว่าจะนึกเสียใจภายหลังมากกว่า” กู้อ้าวเวยม้วนแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยอย่างเคร่งขรึม “แต่ถ้าหากพูดจากใจจริง ข้ายังไม่อยากตาย”
เห้อจิ้นหล่างทำเพียงชักมือกลับมา หลังจากครุ่นคิดอยู่นานจึงปริปาก “ชีวิตไม่นานแล้วหนา”
รูม่านตาของผิงชวนหดเล็กลง ส่วนกู้อ้าวเวยกลับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ “ผู้อาวุโสท่านไม่จำเป็นต้องพูดเด็ดขาดเยี่ยงนี้เลยนี่นา”
“หากข้าไม่เด็ดขาด กระบี่ที่อยู่ขั้วหัวใจนั้นก็ควรจะล้มหายตายจากตั้งแต่ทีแรกแล้ว แม้ว่าปีนั้นจะมีชีวิตอยู่ต่อแต่ร่างกายนี้ก็สูญเสียชะตาชีวิตไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้าหากเสี่ยงอันตรายให้กำเนิดบุตร คงไม่พ้นเป็นแค่อาศัยเลือดเนื้อตระกูลหยุนของพวกท่านมายื้อลมหายใจสุดท้ายนี้ก็นั้น หากท่านต้องการจริงๆ....”
น้ำคำยังไม่ทันสิ้นสุด หยุนอี้ก็ร่วงลงบนฝ่ามือของกู้อ้าวเวยอย่างมั่นคง
บนสันดาปแสงสีเงินชอุ่มชุ่ม กู้อ้าวเวยกลับลูบไล้ด้ามดาบอย่างถี่ถ้วน “ข้าไม่อยากลงมืออยู่ที่จี้ซื่อถาง”
ครั้งนี้เห้อจิ้นหล่างที่อยู่เบื้องหน้ากลับยังไม่ทันปริปาก พัดกระดูกของผิงชวนก็ฟาดลงบนคอของเขาอย่างมั่นคง ก็อ้าวเวยที่อยู่ตรงหน้ากลัยปลดเสื้อคลุมลงมาจากบนศีรษะ ดวงตาสองข้างมองไปที่เขาโดยตรง “นายท่านเห้อไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่อาจเอ่ยวาจาเช่นนี้กับข้าได้ ต่อให้ท่านต้องการยุยงข้าให้ต้องการวิธีของความเป็นอมตะ ก็คงเสียแรงเปล่า”
‘เห้อจิ้นหล่าง’ ผุดเผยใบหน้าซีดขาวออกมา “ท่านกับเห้อจิ้นหล่างไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว เขาตัดญาติขาดมิตรกับท่านไปแล้ว...”
“ไปบอกกู้เฉิง ต่อให้ต้องส่งคนมา ก็อย่าได้ส่งผู้หญิงปลอมตัวมา ปีนั้นเจ้าเคยโจมตีข้าบนเรือ ตอนนี้ถึงจะปล่อยเจ้าไป แต่มือสองข้างนี้ของเจ้าข้าก็ยังจดจำได้อย่างแม่นยำอยู่เชียว” มือของกู้อ้าวเวยตกลงบนหลังมือของนางอย่างแม่นยำไร้ความคลาดเคลื่อน ดวงตาสองข้างนั้นก็เปื้อนรอยยิ้มด้วยเล็กน้อย “ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปอีกครั้ง ไปเตือนกู้เฉิงว่าอย่าได้ยั่วโมโหข้าอีก รู้หรือไม่?”
คราวนี้ ผิงชวนถึงเก็บพัดกระดูกเอาไว้ ‘เห้อจิ้นหล่าง’ที่อยู่เบื้องหน้าก็อันตรธานไร้ร่องรอยไปทันที
กู้อ้าวเวยกลับหย่อนตัวนั่งลงอีกครั้งอย่างราบเรียบ ไม่รอให้ผิงชวนปริปาก นางก็เป็นฝ่ายเอ่ยคำกับตัวเอง “ข้ามองเห็นสิ่งของได้ชัดเจนเป็นส่วนน้อยมากๆ เมื่อครู่ก็แค่หลอกนางเท่านั้นเอง”
“มือคู่หนึ่งท่านก็สามารถจำได้นานขนาดนี้เชียว?” ผิงชวนเปลี่ยนคำถาม
“ข้าจำมือไม่ได้ แต่ในที่ว่างบนเรือ นอกจากกลิ่นน้อยนิดแล้ว กลิ่นยาในแกนกระดูกของผู้หญิงพวกนั้นกลับไม่อาจหลอกลวงคนได้ ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ค้นพบ คนที่อยู่ใต้บัญชาของกู้เฉิงดูเหมือนจะมีกลิ่นแบบนั้นกันหมด และที่พอดีพอร้ายคือ ข้าเคยอยู่ในจวนเฉิงเสี้ยง อาศัยอยู่ข้างกายกู้เฉิงมาสิบกว่าปี ไม่รู้สิน่าแปลก” กู้อ้าวเวยถอนหายใจหนึ่งเฮือกเบาๆ “แต่ว่าที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ไว้ข้าค่อยมาครั้งหน้าดีกว่า”
“เช่นนั้นตอนนี้...”
“ตำหนักองค์ชายสาม อย่างไรเสียซ่านจินจื๋อก็ไม่อยู่ คงไม่มีคนรู้ว่าข้าคิดจะทำอะไร” กู้อ้าวเวยหยัดตัวลุกขึ้น ยามที่เดินผ่านผิงชวนนั้นยังตบเข้าที่หลังของเขาเบาๆ หนึ่งที “ข้าไม่ตายหรอก”