ตอนที่ 747
บทที่ 747 เริ่มระแวง
October 31, 2026
บทที่ 747 เริ่มระแวง
ค่ายของกู้จี้เหยาอยู่ไม่ไกลจากค่ายผู้บัญชาการของซ่านจินจื๋อนัก
เพียงแต่รอบบริเวณไม่อนุญาตให้มีผู้ชายวนเวียนอยู่จำนวนมากนัก อีกทั้งค่ายรอบบริเวณต่างเคลื่อนย้ายออกไป ละแวกใกล้เคียงมีคนใต้บัญชาของเฉิงซานคอยอารักขา นับว่าปลอดภัยยิ่งนัก แม้จะเป็นเช่นนี้ กู้จี้เหยาก็ยังคงยัดซูพ่านเอ๋อเข้าไปอีก แล้วจะสบายใจอะไรได้อีกเล่า?
กู้อ้าวเวยเดินเข้าไปด้านใน พลางรู้สึกว่าน่าขันเล็กน้อย
ผู้หญิงที่พัวพันอยู่ข้างกายซ่านจินจื๋อทั้งชีวิตนี้ล้วนเป็นพวกไม่ใช่ย่อย แต่ละคนเจ้าคิดเจ้าแผนการกันทั้งนั้น
มองย้อนกลับไปที่ผู้หญิงข้างกายของซ่านเซิ่งหาน ก็แม้แต่ตนเองก็ยังภักดีต่อเขา นับประสาอะไรกับพี่น้องสกุลเฟิงและเยว่ชิงสามคนนี้ภักดีต่อซ่านเซิ่งหานถึงขั้นใดกันแล้ว
เดินเข้าไปในกระโจมของกู้จี้เหยาโดยปราศจากสิ่งกีดขวาง มองเห็นทั้งสองนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเคารพกันและกันปานแขกเหรื่ออยู่พอดี ในมือกระทั่งยังยกถ้วยน้ำชาเอาไว้ จุดนี้กลับทำให้กู้อ้าวเวยรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่ ก่อนกล่าวยิ้มๆ “หงเซียวมารายงาน ข้ายังคิดว่าพวกเจ้าสองคนจะวิวาทกันอีกแล้ว”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ซูพ่านเอ๋อก็มองกู้อ้าวเวยเพิ่มอีกปราดหนึ่ง
“ย่อมไม่ทำอยู่แล้ว ตอนนี้หากข้าคิดอยากจัดการนางขึ้นมาจริงๆ ย่อมมีวิธีการมากมายอยู่แล้ว” กู้จี้เหยากล่าวเช่นนี้แต่กลับมองกู้อ้าวเวยอีกสองสามหน “คราแรกเรื่องราวของวิหารเฟิ่งหมิง เดิมทีข้าคิดว่าท่านจะหมางเมินเหินห่างกับซ่านจินจื๋อเสียอีก...”
“และต้องขอบคุณเจ้าในครั้งนั้นด้วย ตอนนั้นข้ายังเรียนรู้ประสบการณ์ของความรู้สึกที่เหมือนหัวใจจะแดดิ้นเข้าให้แล้วจริงๆ แต่ตอนนั้นข้ายังไม่ใคร่เชื่อใจเขาเท่านี้” กู้อ้าวเวยยิ้มพิมพ์ใจ เห็นว่าไม่มีเก้าอี้แล้ว จึงนั่งลงบนโต๊ะด้านข้างตามอำเภอใจ กล่าวเสียงต่ำ “ดังนั้นเจ้ากับซูพ่านเอ๋อต่างอยู่ในความสงบไร้ปัญหา เพื่ออะไรกัน?”
“เพราะในมือของซูพ่านเอ๋อมีของที่ข้าต้องการ” ใบหน้าของกู้จี้เหยาฉายแววหงุดหงิดยิ่งนัก
“ของอะไร?” กู้อ้าวเวยมองไปทางซูพ่านเอ๋อปราดหนึ่งด้วยความคลางแคลง จากนั้นจึงหัวเราะอีกครั้ง “ไม่แน่ว่าข้าเองก็มี?”
กู้จี้เหยามองนางปราดหนึ่งด้วยสีหน้าพิศวง จากนั้นจึงหัวเราะเบาๆ “กู้อ้าวเวย ท่านคิดว่าท่านแข็งแกร่งทุกด้าน รอบรู้ทุกอย่างจริงๆ หรือ?”
“แล้วมิเช่นนั้นเล่า?” กู้อ้าวเวยไหวไหล่
กู้จี้เหยาขบฟัน คราวนี้ซูพ่านเอ๋อที่อยู่ด้านข้างจึงปริปากเอ่ยเสียงกระซิบ “สิ่งที่นางต้องการคือม้วนตำราเล่มหนึ่งในมือของเมี่ยวหาร นั่นคือยาแก้พิษของเจ้า”
ยาแก้พิษของรากถุงน้ำดีหงส์?
กู้อ้าวเวยมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสอง ในใจกลับคิดว่าพิษของถุงน้ำดีหงส์นี้ยังใส่ให้กับคนอื่นด้วยกระนั้นหรือ...
แต่ว่าเวลานี้นางถึงได้เบิกตากว้างเต็มแรง มือข้างหนึ่งกำอาภรณ์ที่อยู่บริเวณอกเอาไว้แน่น
ถ้าหากบอกว่าวิธีของการเป็นอมตะก็คือการต่อชีวิตด้วยพิษ แล้วจึงรักษาความอ่อนเยาว์ด้วยวิธีเลือดแลกเลือด เช่นนั้นสาเหตุที่ตอนนี้นางสามารถนั่งอยู่ที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ได้รับความเสียหาย อีกทั้งพิษของเหง้าถุงน้ำดีหงส์ยังไม่ได้ซึมซาบร่างกายของนาง ก็เพราะมันกลายเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงร่างกายของนางโดยสิ้นเชิง...
ถ้าหากขาดสิ่งหล่อเลี้ยง แต่ร่างกายนี้ยังคงต้องการการบำรุงด้วยพิษ นางควรจะทำอย่างไรดีเล่า?
สภาพจิตใจพลันสับสนวุ่นวายไปชั่วขณะ ก่อนที่นางจะดึงสติกลับมา มองไปที่สายตาแปลกประหลาดของทั้งสอง ปริปากเอ่ยเสียงต่ำ “คนที่ต้องพิษเหง้าถุงน้ำดีหงส์อยู่ที่ไหน?”
“ไม่มีความคิดเห็น” กู้จี้เหยากลอกตา
“เป็นใคร?” กู้อ้าวเวยลุกจากบนโต๊ะ เดินตรงไปเบื้องหน้าของกู้จี้เหยา ทอดสายตามองนางจากมุมสูง “พิษของเหง้าถุงน้ำดีหงส์ไม่ได้หาพบง่ายนัก มีแต่ในมือเมี่ยวหารเท่านั้นถึงมี เจ้าไม่รู้ว่าทำไมเมี่ยวหารถึงได้วางพิษใส่คนข้างกายของเจ้ากระนั้นเชียวหรือ?”