ตอนที่ 754
บทที่ 754 กำเนิดใจไม่ซื่อ
October 31, 2026
บทที่ 754 กำเนิดใจไม่ซื่อ
“ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกันแน่!”
เศษแก้วกระจายเกลื่อนเต้มพื้น ซ่านต้วนเฟิงยิ่งโกรธจนกู่ไม่อยู่
หากบอกว่าก่อนหน้านี้เขาเห็นกู้อ้าวเวยอยู่ในเมืองหลวง คงไม่รู้รู้สึกเพียงว่าผู้หญิงคนนี้มีรูปลักษณ์เฉลียวฉลาดหลายเท่านัก ทว่าจตุเทพศิลปะอย่างอื่นลับเทียบไม่ได้กับสตรีผู้อื่นด้วยซ้ำ แม้แต่ฉีหรัวสหายข้างกายก็ยังไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สรุปแล้วก็เป็นเพียงผู้หญิงที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์คนหนึ่งเท่านั้น
ทว่าตอนนี้...
“ฝั่งกู้เฉิงนั้นยังคิดจะให้ข้าสยบนางอยู่หมัด พูดน้อยฟังให้มาก แต่พวกเราพูดรวมกันแล้วยังไม่กี่ประโยคเอง ตรงข้ามกลับถูกนางแพร่งพรายความลับเสียได้ ไปเอาความสามารถนี้มาจากที่ไหนกัน?” ซ่านต้วนเฟิงตบโต๊ะดังปึง และยิ่งรู้สึกประหลาด “เจ้าว่าก่อนหน้านี้นางยังเอ่ยถึงเรื่องของเหย่เฟิงด้วย นั่นก็แค่ม้าตัวหนึ่งเท่านั้น มันมีนัยยะอะไรกัน?”
“กล่าวเช่นนี้แล้ว กลัวก็แต่เพื่อจะหยั่งเชิงฝีปากของข้าเท่านั้น” อูกงกงสีหน้าเย็นชา เห็นเรียวคิ้วของซ่านต้วนเฟิงแทบจะบีบแมลงวันตัวหนึ่งตาย จึงรีบกล่าวอย่างรีบร้อน “แต่นางยังพูดว่าถ้าหากภายในสามวันไม่ล้างพิษ ชีวิตนี้ก็คงไม่เหลือแล้ว พวกเราควรลองใช้ประโยชน์จากเมี่ยวหารก่อนหรือไม่?”
“ไม่ต้อง” ซ่านต้วนเฟิงตบโต๊ะลุกขึ้น จ้องด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว “เดิมทีกู้อ้าวเวยคนนี้ก็ยากต่อกรด้วยอยู่แล้ว ตอนนี้คนในดวงใจของเมี่ยวหารก็อยู่ในมือของซ่านจินจื๋อ หากนางยืมมือเมี่ยวหารทำอะไรอีก เจ้ากับพวกข้าก็ไม่รู้ทักษะการแพทย์ แล้วควรจะแก้ไขอย่างไรอีกกันเล่า?”
ถึงแม้ซ่านต้วนเฟิงจะหุนหันพลันแล่น แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ทำเพียงมองไปทางชายหน้าอัมพาตคนนั้น “ในเมื่อกู้เฉิงมีความสามารถจะปกปิดเรื่องที่กู้อ้าวเวยถูกขังเอาไว้ เจ้าก็ให้เขาคิดหาวิธีพาซ่านเซิ่งหานกลับไปในเมืองเทียนเหยียน ทางฝั่งข้าจะพานางไปด่านลั่วสุ่ยได้สะดวก”
“ได้ขอรับ” ชายหน้าอัมพาตออกไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน ซ่านต้วนเฟิงก็รู้สึกว่ากู้อ้าวเวยคนนี้เป็นเผือกร้อนลวกมือมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีรูปโฉมน่ามองและพิเศษมากเพียงใด แต่ก็เป็นเผือกร้อนลวกมือที่จะเพิ่มปัญหามากยิ่งขึ้น แต่เพื่อการใหญ่ในอนาคต เขากลับทำได้เพียงตั้งความหวังไว้กับกู้อ้าวเวยคนเดียวเท่านั้น...อย่างไรเสียก็มีเพียงนางคนเดียวที่จะเข้าใกล้ความจริงของปริศนาแห่งความเป็นอมตะ
……
ซ่านจินจื๋อกลับเข้าไปในค่ายทหารพร้อมกับผู้ใต้บัญชาอีกสามคน
ยังไม่ทันมั่นใจว่ากู้อ้าวเวยจะเดินทางมุ่งสู่ด่านลั่วสุ่ยจริงๆ หรือไม่ หงเซียวก็พุ่งปราดเข้ามา หายใจหอบติดๆ ขัดๆ “ในที่สุดท่านอ๋องก็กลับมาแล้ว! คุณหนูฉีพาอ๋องจงผิงกับเฉิงซานไปทะเลาะเอะอะกันอยู่ในคุกใต้ดิน!”
ซ่านจินจื๋อฉีกหน้ากากหนังมนุษย์บนหน้าออก “เรื่องใด?”
เฉิงซานจับเยว่ชิงและซูพ่านเอ๋อเข้าไปในคุกใต้ดินโดยพลการ เช้าตรู่วันนี้ควรจะมัดตัวนักโทษออกมาไต่สวน ใครจะรู้ว่าโจรม้าที่ถูกกักตัวก่อนหน้านี้จะฉวยโอกาสพุ่งออกมา คุณหนูฉีตกใจยิ่งนัก อ๋องจงผิงจับโจรม้าไม่กี่คนเอาไว้ด้านข้างและส่งกลับเข้าไปในคุกใต้ดินด้วยตัวเอง ตอนที่บัญชาอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องของซูพ่านเอ๋อ” หงเซียวพูดไม่ปะติดปะต่อกัน รีบร้อนพาซ่านจินจื๋อไปคุกใต้ดิน “จากนั้นอ๋องจงผิงคิดจะพาทั้งสองคนออกมา เฉิงซานบอกวว่าเป็นความประสงค์ของท่าน อย่างไรก็ไม่อนุญาตเด็ดขาด!”
“ข้าบอกเมื่อไรกันว่าจะขังพวกนางทั้งสองคนอยู่ในคุกใต้ดิน”
ดวงหน้าที่เส้นเว้าโค้งชัดเจนของซ่านจินจื๋อก็พลอยกระตุกเกร็งขึ้นมา เขาไม่รู้ถึงสาเหตุที่เฉิงซานทำเยี่ยงนี้ด้วยซ้ำ
คุมตัวเยว่ชิงและซูพ่านเอ๋อเอาไว้ แล้วส่งกู้อ้าวเวยกลับไปยังข้างกายขิงซ่านเซิ่งหาน เพียงเพื่อแสดงความตั้งใจที่จะร่วมมือกันกับเขา ยิ่งดูเหมือนข้อตกลงอย่างหนึ่งมากกว่า ในขณะเดียวกัน ซูพ่านเอ๋อก็คือเงื่อนไขสมทบของปริศนาความเป็นอมตะอย่างหนึ่ง ขอเพียงเมี่ยวหารยังรักใครใฝ่ปรารถนาซูพ่านเอ๋อข้างเดียวขนาดนั้นอยู่ในท้ายที่สุด เช่นนั้นแล้วเมี่ยวหารจะควบคุมซูพ่านเอ๋อเอาไว้แต่ไม่ยอมพูดความจริงออกมา
แม้นเป็นเช่นนี้ จากการร่วมมือในทางการเมือง จนถึงการร่วมมือของปริศนาแห่งความเป็นอมตะ เขาและซ่านเซิ่งหานก็จะถัวเฉลี่ยเท่าๆ กัน