ตอนที่ 762
บทที่ 762 คอยสอดส่องในที่สว่าง
October 31, 2026
บทที่ 762 คอยสอดส่องในที่สว่าง
กู้เฉิงไม่เคยคิดว่าในโลกใบนี้จะคำอยู่สองคำนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต
ฟ้าลิขิตให้เจ้าเกิดมามีสติปัญญาล้ำเลิศ ร่างกายของเจ้าจะพิการหรือไม่
แต่มาวันนี้ เขาเดินทางมาเป็นพันลี้เพื่อมาพบกับซ่านต้วนเฟิง ขึ้นรถม้าโดยตัวตนที่ถูกปิดบังไว้ สิ่งเดียวที่มองเห็นนั่นก็คือหญิงสาวที่เขาเลี้ยงดูมาเป็นเวลานับสิบกว่าปีนอนหลับใหลอยู่ที่อกของซ่านต้วนเฟิง ทำให้เห็นเส้นเลือดตรงขมับด้านข้างอย่างชัดเจน
“นางหลับไม่ตื่นแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ?”กู้เฉิงนั่งข้างๆซ่านต้วนเฟิง มองใบหน้าอันคุ้นเคยไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้วของกู้อ้าวเวยอย่างเงียบๆ
“ไม่เคยตื่นขึ้นมาเลย”ซ่านต้วนเฟองมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ในโอบกอดของเขาอย่างไม่พอใจ ไม่เพียงแค่หวังว่านางฟื้นขึ้นมาอย่าก่อเรื่องอะไรอีก ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้นางกลิ้งตรงจากรถม้า เพราะฉะนั้นทำได้เพียงแค่โอบกอดร่างบางไว้ชั่วคราว
แต่หญิงสาวก็ไม่มีความอบอวลด้วยกลิ่นหอม บนตัวมีแต่กลิ่นยาโชยออกมา กระดูกพวกนั้นเหมือนจะมีแค่เนื้อหนังบางๆห่อหุ้มเอาไว้ ทั้งๆที่เป็นคุณหนูที่ไม่ควรต้องถูกอาทิตย์หรือน้ำสาดส่อง ปลายนิ้วกลับเป็นขุยแตกแห้งบางๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวันเวลาที่สาวใช้ข้างกายนางที่เห็นรอยแผลนั้น แม้แต่พวกหมอยังต่างพูดกันว่าเป็นรอยบาดแผลเก่า
“ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่ชอบนาง แม้กระทั่งยังรู้สึกกลัวนาง แต่อย่างน้อยตอนนี้นางเป็นหมากที่สำคัญตัวหนึ่ง”กู้เฉิงใช้น้ำเสียงอันอ่อนโยนที่ไม่เคยใช้มาก่อนเอ่ยกับซ่านต้วนเฟิง
“ข้าน่าจับตัวนางขังไว้”ซ่านต้วนเฟิงพูดอย่างประชดประชัน
“อย่างไรเสียนางก็เคยเป็นลูกสาวของข้า แต่สิ่งที่น่าขันที่สุดก็คือ ตอนนั้นข้าได้ทอดทิ้งนางกับจี้เหยาไปแล้ว นางกลับยังคิดช่วยพูดให้องค์ชายสามไว้ชีวิตของข้า”สายตาที่กู้เฉิงมองไปยังกู้อ้าวเวยนั้นช่างซ้ำซ้อนยิ่งนัก
ซ่านต้วนเฟิงมองใบหน้าของกู้เฉิงด้วยความอ่อนโยนเล็กน้อย แล้วรีบพูดขึ้นว่า“นางมันเป็นปีศาจ เจ้าไม่ใช่คนที่ใจแข็งดุจดั่งหินผาหรอกหรือ?”
“ซ่านต้วนเฟิง”กู้เฉิงเปิดปากเอ่ยชื่อของเขา มองดูใบหน้าอันอ่อนเยาว์แล้วจึงหวลนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งทับซ้อนอยู่บนใบหน้าของเขา ทำให้ตาลายไปชั่วขณะ“เจ้าต้องรู้ว่าเจ้ากับแม่ผู้ให้กำเนิดของเจ้าเหมือนกับนางมาก จนกระทั่งก่อนที่จะเข้าวัง นางยังคิดจะช่วยชีวิตข้า”
ครั้งนี้ซ่านต้วนเฟิงจึงไม่พูดอะไรแล้ว
เขาจดจำใบหน้าของแม่ผู้ให้กำเนิดเขาไม่ได้แล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าแม่ของตนเองกับกู้อ้าวเวยจะมีอะไรเหมือนกัน ตอนนี้การดึงคนเข้ามาสำคัญกว่า“หากพานางกลับแคว้นเทียนเหยียน โอกาสที่พวกเราจะถูกเปิดโปงมีมาก”
“ในเมื่อนางหลับไม่ตื่นเช่นนี้ จึงไม่ต้องเป็นกังวลมาก เพียงแต่ปริศนาเรื่องความเป็นอมตะต้องล่าช้าออกไป ข้าได้ส่งคนไปทำลายศาลเจ้าของด่านลั่วส่วยแล้ว เพียงแต่รอให้กู้อ้าวเวยคลายความลับเรื่องอมตะออกมาจริงๆก็เพียงพอแล้ว”กู้เฉิงพูดจบ มืออีกข้างหนึ่งตกลงไปอยู่กับเชือกสีแดงบนข้อมือเล็กของกู้อ้าวเวย แต่กลับไม่ได้คิดที่จะแก้เชือกออก
“ข้าคิดอยู่ว่าอยากให้เมี่ยวหารถอนพิษให้นาง แต่ตอนนี้ซูพ่านเอ๋อกลับตกอยู่ในมือของซ่านจินจื๋อ……”
“เมี่ยวหารกับซูพ่านเอ๋อทั้งสองคนต่างไม่น่าเชื่อ ทางที่ดีที่สุดก็คือเจ้าไปตามหาหมอที่เก่งที่สุดมาจัดการเรื่องนี้”กู้เฉิงจัดแขนเสื้อของกู้อ้าวเวยให้เรียบร้อย แล้วนั่งอยู่ข้างๆ“นอกจากนี้ ทางด้านซ่านจินจื๋อตอนนี้เริ่มจู่โจมก่อน เหมือนจะไม่มีเวลาให้พวกเราเตรียมตัวอะไรมากแล้ว”
“ตอนนี้เขาเป็นนักโทษแล้ว ยังสามารถทำอะไรได้อีก?”ซ่านต้วนเฟิงกล่าวอย่างตกใจ
“ในตอนนั้นซ่านจวนฮ่าวหายตัวไป พอได้กลับมา ไม่รู้ว่าซ่านจินจื๋อกรอกยากรอกหูอะไรให้เมิ่งซู่ไป เมิ่งซู่ถึงได้มีปฏิกริยารุนแรงขนาดนี้ องค์ชายสามที่พำนักอยู่ในชางหลานก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับข้ามากมาย สงสัยเรื่องที่สร้างหลักฐานปลอมในตอนนั้น ยิ่งเอ่ยถึงเรื่องการหายตัวไปขององค์ชายหก มาวันนี้จะกลับมาแย่งชิงบัลลังก์ คนที่ทรยศหักหลังบ้านเมืองมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเขา”กู้เฉิงแสยะยิ้ม
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นการถ่วงเวลาให้ซ่านเซิ่งหาน ในขณะเดียวกันก็สามารถดึงองค์ชายหกลงน้ำได้ด้วย