ตอนที่ 763
บทที่ 763 ปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม
October 31, 2026
บทที่ 763 ปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม
ดวงอาทิตย์ในตอนเที่ยงวันส่องแสงแผดเผา กลุ่มควันขนาดใหญ่พัดปลิวอยู่บนท้องฟ้า
โยนคนของเอ่อตานลงมาจากภายในโรงเตี๊ยม ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ทหารที่สวมชุดดำพวกนั้นแยกย้ายหายไปคนละทิศละทาง ทหารที่เฝ้ารักษาการประตูของเมืองหลวงถูกโจมตีจนตั้งรับไม่ทัน คนที่มุงดูอยู่รอบบริเวณสี่ทิศต่างพากันกรีดร้องเสียงหลงและวิ่งหนีตายไปด้วย ยังมีเลือดสาดกระเซ็นไปโดนใบหน้าของราษฎรด้วย ข้างนอกช่างวุ่นวายยิ่งนัก
ซ่านจินจื๋อถอดชุดคลุมสีดำและหน้ากากที่สวมอยู่ของตัวเองออก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาตอนนี้ไปตกอยู่บนตัวของฉีหรัว ยังมีคนอีกกลุ่มที่ตามฉีหรัวมาจากสำนักเยียนหยู่เก๋อสุ่มอยู่บนหลังคา เห็นได้ชัดว่าฉีหรัวพึ่งรู้ข่าวถึงรู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร มองไปยังเขาอย่างกระวนกระวาย“ท่านอ๋อง ตามตัวของท่านยังมีกลิ่นของควันไฟอยู่ จะถูกพบเข้าได้ง่าย ทางที่ดีท่านไปอาบน้ำล้างตัวเถิด”
ซ่านจินจื๋อพยักหน้า แล้วจึงเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่บนดาบจนสะอาด จากนั้นก็โยนผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กไปที่กะละมัง
ของพวกนั้นแค่ต้องการทำให้เกิดเหตุการณ์จลาจลจึงใช้เลือดหมูในการป้ายบนดาบ
โชคดีที่สำนักเยียนหยู่เก๋อทำการค้าเกี่ยวกับเครื่องแป้ง ถึงจะใช้สุนัขในการดมกลิ่นตามหาก็คงต้องใช้เวลานาน ยิ่งไปกว่านั้นแน่นอนว่าฉีหรัวยังมีความสามารถในการซ่อนคนเป็น นางจัดการให้ซ่านจินจื๋อไปอยู่ที่ห้องเก็บฟืน ซ่านจินจื๋อทำเพียงแค่เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่ฉีกขาดเล็กน้อยแล้วสวมหน้ากากหนัง เสร็จแล้วจึงเรียกสาวใช้วางท่ามองเขาอยู่ แสดงแล้วช่างเหมือนยิ่งนัก
ทหารที่อยู่ประตูด้านนอกก็เรียงกันเข้ามาเหมือนปลา พอเห็นฉีหรัวก็ต้องไว้หน้าอ๋องจงผิง จึงพูดอย่างเกรงใจ“คุณหนูฉีขอรับ วันนี้ท่านทำเรื่องที่อันตรายมากเกินไป”
ฉีหรัวก็ไม่ทำให้พวกที่เลียแข้งเลียขาพวกนี้ลำบากใจ เพียงแค่วางแผนแล้วยิ้มพลางพูดขึ้นว่า“ท่านพูดอะไรน่ะ วันนี้โรงเตี๊ยมข้างๆเกิดเรื่องขึ้น พรุ่งนี้รายได้กิจการของข้าก็คงน้อยลงไป หากท่านสามารถหาคนร้ายจนเจอ ข้าก็คงหากำไรกลับมาได้บ้าง”
“ใช่แล้วๆ”ทหารรีบพยักหน้า รู้เพียงแต่ว่าฉีหรัวรู้จักพูดรู้จักจา
ทหารคนอื่นหยิบค้นผ้าเช็ดมือที่เปื้อนคราบเลือดสาวเท้าออกมาพลางพูดขึ้นว่า“ใต้เท้า ข้าพบ……”
“ไอ้หยา!”ฉีหรัวรีบลุกยืนขึ้น รีบไปแย่งผ้าเช็ดมือที่เปื้อนเลือดโยนไปให้สาวใช้ที่อยู่ข้างหลัง สาวใช้ข้างหลังเขินอายจนหน้าแดงไปทั้งหน้า แล้วจึงพูดเสียงเบาออกไปว่า“เป็นเลือดระดูของเสี่ยวหลิงเอ๋อ ……”
พอคำนี้ถูกพูดออกไป ทหารที่อยู่ ณ ที่นี้ก็หน้าดำหน้าแดงกันทั่ว ทหารที่เป็นหัวหน้าก็ตบเข้าไปที่ศีรษะของทหารคนนั้น“เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง!เห็นคนอื่นอีกหรือไม่?”
“คนที่อยู่ข้างหลังจวนก็มัวแต่ทำงานกัน ในห้องเก็บฟืนยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังตัดฟืน นอกจากสาวใช้ที่กำลังทะเลาะกันอยู่ ก็ไม่มีใครอื่นแล้วขอรับ”คนผู้นั้นนวดคลึงศีรษะไปมา รู้สึกเพียงแค่ว่าเลือดที่อยู่ในมือเหตุใดถึงผิดปกติ
ฉีหรัวอาศัยจังหวะนี้ยื่นผ้าเช็ดหน้าขึ้นไป“ขออภัยท่านด้วย สาวใช้ทั้งเรือนของข้า เรื่องพวกนี้มีให้เห็นอยู่ตลอด เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้ท่านจะมาตรวจหลังจวนจึงไม่ได้หาคนตามไปด้วย”
มองดูผ้าเช็ดหน้าที่ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทหารอื่นๆยังมีกะจิตกะใจที่ไหนมาจำได้ จึงรีบไปตามหาสถานที่อื่นๆ
ยังดีที่ส่งคนพวกนี้ออกไปแล้ว สาวใช้ที่แก้มแดงข้างๆนางจึงหัวเราะดังขึ้น หยิบผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนคราบเลือดหมูไปซักทำความสะอาด
ฉีหรัวมองดูสาวใช้สองสามคนที่ยิ่งอยู่ยิ่งทะลึ่งขี้เล่นอย่างเหนื่อยใจ แล้วจึงสาวเท้าไปที่ห้องเก็บฟืน พอถอยหลังจากผู้คนรอบกายแล้ว
ซ่านจินจื๋อไขว้เท้านั่งอยู่บนกองฟาง ในมือจับปิ่นของผู้หญิงอยู่ บนปิ่นปักยังมีพลอยทับทิมสีแดงเหมือนสีเลือดของพกพิราบ สีคล้ำจางๆ แต่หากดูอย่างละเอียด พลอยทับทิมเม็ดนี้เทียบได้กับหยกสีเลือดชั้นเลิศได้เลย จะเป็นของปลอมไปไม่ได้เป็นอันขาด
“ท่านอ๋อง ท่านไปได้มันมาจากโรงเตี๊ยมหรือ?”
“นี่เป็นเครื่องประดับของท่านแม่ ก่อนหน้านั้นข้าเคยเห็นมาครั้งหนึ่ง”ซ่านจินจื๋อวางปิ่นลงไปในมือของฉีหรัว“รอท่านแม่กลับมา เจ้าส่งมอบไป ข้าจะเข้าวัง”