ตอนที่ 820
บทที่ 820 คุณหนูโม่ซาน
October 31, 2026
บทที่ 820 คุณหนูโม่ซาน
“พี่ชายของข้าทำการไม่โอ้อวด หลังจากสนามล่าสัตว์ในปีนั้น เขาก็หารือกับอ๋องจิ้งเรื่องเลี้ยงปศุสัตว์ อ๋องจิ้งยังรับปากเขาว่าหากไม่ถึงคราวคับขันจะไม่รบกวนเขาเด็ดขาด ตอนนี้ภายในเมืองเทียนเหยียนสถานการณ์น่าขนลุก พี่ใหญ่โจนเข้ามาอย่างไม่ยอมจำนน แต่อำนาจรอบกายของเขายิ่งใหญ่ขนาดนั้น ไม่มีปัญญาจะช่วยสองฝ่ายพร้อมกันจริงๆ” โม่ซ่านกล่าวอย่างผึ่งผาย หากไม่ใช่เพราะในมือของนางยังกำกระดาษแผ่นนั้นอยู่ กู้อ้าวเวยคงตกใจในความเฉียบแหลมทันข่าวของเด็กคนนี้เข้าให้จริงๆ
โยนกระดาษลงบนผิวโต๊ะ โม่ซานยังมิวายเอ่ยหนึ่งประโยค “พี่ชายข้าบอกว่า พี่สาวข้าร่างแผนการ”
“พวกเจ้าสามพี่น้องความสัมพันธ์ไม่เลวเลย” กู้อ้าวเวยชักมือกลับมาจากน้ำอย่างเนิบนาบ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับให้สะอาดอย่างสบายๆ ก่อนมองกลับไปทางโม่ซาน “เจ้าก็ส่งจดหมายไปให้พี่ชายของเจ้า ให้เขาจัดการเรื่องของซ่านจินจื๋อเสียก่อน รอให้ทางฝั่งเขาจัดการอย่างเรียบร้อยแต่เนิ่นๆ ฝั่งข้าก็คงปลอดภัยไม่น้อยแล้ว”
“ก่อนจะไปครั้งนี้ ทหารไล่กวดตลอดทาง ท่านหอบเอานักโทษคนนี้มาด้วย ไม่กลัวถูกฆ่าขึ้นมาจริงๆ เชียว” หว่างคิ้วของโม่ซานขมวดมุ่น
“ด้านนอกฟ้าสูงทะเลกว้าง มุมทั้งสี่ทิศของราชวังก็ยากจะทำการเข้าออก อย่างไหนสำคัญกว่าพี่ชายพี่สาวของเจ้าน่าจะรู้ดี” กู้อ้าวเวยปรายตามองนางปราดหนึ่ง ก่อนมองไปที่ซูพ่านเอ๋อในมุมห้อง ประสานมือน้อยๆ “รบกวนพวกเจ้าสามพี่น้องแล้ว”
“ตอนนี้ข้าไม่เชื่อว่าท่านคือกู้อ้าวเวยแล้ว ดูท่าทางเคารพนบนอบเหมือนประชาชนคนทั่วไปนี่สิ” โม่ซานเลื่อนเก้าอี้ออก ตบบ่าของกู้อ้าวเวยเบาๆ “ก่อนที่พี่ชายจะกลับมา ท่านก็ไม่ต้องไปแล้ว พอข้าจากไป กลไกของประตูในเรือนก็จะเริ่มขับเคลื่อน”
กู้อ้าวเวยอ้าปากค้าง โม่ซานได้วิ่งไปไม่เหลือแม้เพียงเงาแล้ว
ท้ายที่สุดนางก็ไม่เข้าใจถึงประโยคนี้ของโม่ซานว่ามีนัยยะอะไรกันแน่ ขณะที่ครุ่นคิดว่าควรเอาน้ำเย็นสดชื่นอีกอ่างให้ซูพ่านเอ๋อหรือไม่นั้น ซูพ่านเอ๋อที่อยู่ในมุมห้องก็ได้ปริปากเอ่ยเสียงเย็น “ผู้หญิงคนนี้ตัดสินใจเองไม่ได้ด้วยซ้ำ”
ครั้นกล่าวเช่นนี้ กู้อ้าวเวยพลันก็เข้าใจขึ้นมาทันที
โม่ซานกำลังลังเล รอให้พี่ชายพี่สาวมาจัดการเรื่องนี้อยู่นั่นเอง
นางขบคิด ก่อนเปิดห่อสัมภาระออกเสียเลย นำวัสดุยาและข้าวของภายในนั้นออกมาบดให้หมด ไม่เหมือนจะยกสถานที่นี้ให้สำหรับคนอื่น จู่ๆ นอกหน้าต่างก็มีฝนตกลงมาปรอยๆ โม่ซานส่งเสียงสบถด่าหลายครั้ง หิ้วกล่องข้าวขนาดเล็กที่ดูสะอาดสวยงามสองกล่องเข้ามา เพิ่งคิดจะวางลงบนโต๊ะ กลับพบว่าโต๊ะสำหรับทานข้าวและโต๊ะใช้อ่านเขียนเรียนตำราล้วนถูกแทนที่ด้วยวัสดุยาอยู่เต็มไปหมด นางผงะไปชั่วครู่
กู้อ้าวเวยได้ยินเสียงดังกึก พาดผ้าขนหนูผืนหนึ่งไว้บนบ่าของนาง ก่อนดันวัสดุยาบนโต๊ะไปไว้ด้านข้าง บ้างก็วางไว้บนชั้นที่อยู่ข้างๆ หยิบอาหารในกล่องข้าวออกมาทีละอย่าง หลังจากจัดเรียงเสร็จสรรพ ก็ปริปากเอ่ย “ขอบคุณสำหรับการต้อนรับขับสู้ในช่วงนี้นะ”
โม่ซานลูบศีรษะ นั่งลงทานข้าวอย่างเงียบเชียบ กู้อ้าวเวยรินน้ำให้ซูพ่านเอ๋อส่วนหนึ่ง ยังไม่ลืมเอ่ยเตือนเฉกเช่นที่ผ่านมา “อย่าก่อเรื่องเชียว”
ตอนที่เอ่ยยังตบศีรษะของนางเบาๆ อีกด้วย อาการคล้ายเอ็นดู
ซูพ่านเอ๋อถือชามพลางนั่งลงเบาะนุ่ม แต่ยังคงสะดุ้งน้อยๆ
โม่ซานจดจ้องทุกอิริยาบถของกู้อ้าวเวยอย่างไม่เข้าใจ ทว่าตอนที่กู้อ้าวเวยหมุนกายรุดหน้ามาที่โต๊ะ สายตาคู่นั้นดูเยือกแข็งเสียจนโม่ซานต้องถูปลายจมูกอย่างกระดากใจ ไม่ได้มองซูพ่านเอ๋ออีก ทำเพียงเอ่ยเสียงกระซิบ “ดูเหมือนท่านจะเฉลียวฉลาดมาก”
“ขอบคุณที่ชมเกินจริง” กู้อ้าวเวยกำข้อมือพลางนั่งลง เริ่มทานข้าวอย่างเนิบนาบ
นอกหน้าต่างหยาดฝนโปรยปราย รอกระทั่งกินอิ่มหนำสำราญแล้ว โม่ซานกำลังครุ่นคิดว่าควรไปนั่งใต้ชายคาดีหรือไม่ ไม่เช่นนั้นการนั่งร่วมกับบุคคลเฉลียวฉลาดอย่างกู้อ้าวเวยนี้ออกจะกระดากใจเล็กน้อย ทว่ากู้อ้าวเวยได้เก็บชามตะเกียบของตนเอาไว้เรียบร้อย ก่อนมองนาง “ข้าจำได้ว่าเคยอ่านระเบียนของโม่อี หากเจ้าเป็นน้องสาวของเขา ก็คงจะไม่ทำให้ชื่อเสียงอันดีงามของเขาตกต่ำ”
“คนอื่นล้วนบอกว่าพี่ชายของข้าท่าดีทีเหลว เป็นโม่อีที่ไม่มีข้อดีเลยสักอย่าง” โม่ซานหัวเราะหยัน เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนกล่าวเช่นนี้