ตอนที่ 831
บทที่ 831 การแลกเปลี่ยนด้วยหนึ่งชีวิต
October 31, 2026
บทที่ 831 การแลกเปลี่ยนด้วยหนึ่งชีวิต
ดึงชายคาหมวกลง แค่ได้ยินเสียง กู้อ้าวเวยก็รู้แล้วว่าคนที่มาคือใคร
ดาบยาวที่อยู่ที่เอวของโม่ซานออกจากฝักแล้ว แต่กลับถูกกู้อ้าวเวยดันมันกลับเข้าไป ชาวประมงเฒ่ากับยายแก่เมื่อรับเงินก้อนที่สองของวันนี้มาแล้วก็รีบให้ทั้งสองคนเข้ามา เมื่อเปิดม่านประตูออก มีผู้หญิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยสักยืนอยู่ เสื้อคลุมบนไหล่ขาดและเก่าเหมือนกับแหจับปลา ด้านข้างมีผู้ชายสีหน้าเย็นชาคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย พวกเขาสบตากัน โม่ซานดูก็รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นยอดฝีมือ เลยระวังตัวมากเป็นพิเศษ
“ที่แท้ก็เจ้านี่เอง” กู้อ้าวเวยพูดเสียงเบา แต่ก็เหมือนจะงง ๆ อยู่ว่า “ระหว่างเราไม่ควรจะเจอกันอีกด้วยซ้ำนี่นา”
“โชคดีที่ได้เจอเจ้า ถึงได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของข้ากับยู่หงไป ก่อนหน้านี้ที่เขากลับแคว้นไปพร้อมข้าเขายังมีอันตรายถึงชีวิตอยู่เลย ข้าเลยจำเป็นต้องย้อนกลับมา เพื่อขอหนึ่งชีวิตจากเจ้า” ยู่จือค่อย ๆ เดินเข้าไปด้วยรองเท้าทรงสูง แล้วก้มโค้งลงมองไปที่ใบหน้าของนาง แล้วพูดอย่างตกใจว่า “มิน่าก่อนหน้านี้ตาของเจ้าถึงได้บอด ตอนนี้หายดีแล้ว เป็นเพราะการฝังเข็มก่อนหน้านี้ใช่ไหมล่ะ”
ลูกตาเป็นสีเทาออกขาวจนน่ากลัว แม้แต่ยู่จือยังอดถอยหลังไปหนึ่งก้าวไม่ได้เลย
“ถูกต้อง ภายในครึ่งปีหากไม่จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ดวงตาคู่นี้ก็ใช้การไม่ได้อีกแล้ว” กู้อ้าวเวยกินหมั่นโถวต่อไปอย่างมีสีหน้าที่ไร้อารมณ์ใด ๆ หลังจากนั้นนางก็เหลือบไปมอง “ที่นี่ไม่มีชีวิตของยู่หงให้เจ้าหรอกนะ ตัวข้าเองก็กำลังจะตายอยู่แล้ว”
กู้อ้าวเวยพูดเรื่องการตายของตัวนาง ไม่ต่างกับการกินอาหารในแต่ละวันเลยมันดูง่ายดาย ส่วนยู่หงก็ขมวดคิ้ว เขาหน้านิ่งไปแล้วกลั้นความโกรธเอาไว้ “ตอนเจ้าจากไป ยังทำร้ายองค์ชายเก้าอยู่เลย ทำกรรมไว้มาก ทำไมข้าต้องใช้ของของเจ้าด้วย”
“ข้าก็บอกไปแล้วว่าองค์ชายเก้าไม่ใช่คนดี ยู่หงทำไมเจ้ายังดื้อด้านแบบนี้” ยู่จือเหลือบไปมองเขาด้วยความไม่พอใจ จากนั้นก็ยิ้มแล้วเดินไปหากู้อ้าวเวย “ศพผู้หญิงสองคนนั่นถือว่าช่วย ๆ กันไป ข้าจะให้ข้อมูลกับเจ้าอีกชุด เจ้าเอาสูตรยาที่รักษาชีวิตคนได้ให้ข้าชุดหนึ่งก็พอแล้ว”
ที่แท้หนึ่งชีวิตหมายความว่าแบบนี้นี่เอง
แต่ว่ากู้อ้าวเวยกลับยิ้ม “ข้อมูลหนึ่งชุด สำหรับข้าแล้วมันก็แค่เรื่องของเวลาแค่นั้น มันไม่ถือเป็นการแลกเปลี่ยนอะไรเลย”
ยู่จือทำท่าทางเหมือนโมโห ยู่หงเดินขึ้นหน้ามา “เราควรไปกันได้แล้ว”
“ครั้งนี้ข้าไม่มีพลาดแน่นอน หากไม่ได้สูตรยา ชีวิตของเจ้าคงไม่รอดแน่ อย่าลืมนะว่าพิษหนอนแมลงในตัวเจ้ามันอยู่มานานมากแล้ว มันเอาชีวิตเจ้าได้ทุกเมื่อเลย” ยู่จือหน้านิ่งแล้วปัดมือของยู่หงออก สายตาของนางเย็นชามาก “กู้อ้าวเวย จะต้องทำยังไงเจ้าถึงจะมอบของให้ข้า?”
“ต้นหญ้าเช่ออี้จื่อ ข้าต้องการมันอีกหนึ่งชุด” กู้อ้าวเวยกินหมั่นโถวคำสุดท้ายกลืนลงท้องไป ยิ้มแล้วมองไปที่นาง “เจ้าบอกข้อมูลของเจ้ามาได้ล่ะ”
“เจ้าคิดว่าต้นหญ้าเช่ออี้จื่อมันหาได้ง่าย ๆ หรือไง” ยู่จือหงุดหงิดมาก
“ก่อนหน้านี้ซ่านจินจื๋อได้ส่งคนออกไปตามหาให้ข้าแล้ว ตอนนี้ต้นหญ้าเช่ออี้จื่ออยู่ที่ตำหนักอ๋องจิ้ง ตอนที่เจ้าเอาต้นหญ้าเช่ออี้จื่อมา ก็ช่วยข้าฝากข้อความไปบอกเฉิงยีกับเฉิงเอ้อด้วย” กู้อ้าวเวยส่ายหน้าอย่างจนใจ นางยิ้ม “บอกว่า องค์หญิงเอ่อตานตายแล้ว ข่าวนี้จะส่งกลับไปยังเอ่อตานอีกไม่กี่วัน หากไม่อยากให้ทั้งสองแคว้นเกิดสงคราม จะต้องส่งทูตเอ่อตานของเรากลับมาให้ครบทุกคน นอกจากนี้ ฉีหรัวกับองค์หญิงเอ่อตานตอนมีชีวิตอยู่สนิมสนมกันมาก นางสั่งเสียไว้ว่า อยากจะเห็นฉีหรัวได้แต่งงานกับอ๋องจงผิงในฐานะองค์หญิงเอ่อตาน เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้น”
“ฉีหรัวเป็นชาวเมืองชางหลานธรรมดาทั่วไป อีกอย่างแล้วเจ้ามีสิทธิอะไร?” ยู่หงขมวดคิ้ว
“ข้าไปสืบมาแล้ว บรรดาศักดิ์และตำแหน่งของราชวงศ์เอ่อตานสามารถสืบทอดให้กับลูกหลานทายาทได้ ฉีหรัวเปรียบเสมือนญาติของข้า ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? เมื่อทำแบบนี้แล้ว จะทำให้ท่านแม่ปลอดภัย อีกด้านหนึ่งก็เท่ากับเพื่อนที่รักของข้าทั้งสองคนก็ได้แต่งงานด้วย ส่วนเรื่องอื่น ๆ ซ่านจินจื๋อจัดการเองได้” กู้อ้าวเวยเหลือบตามองบน และคิดว่าประเพณีของชางหลานกับเอ่อตานนั้นไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ต่อให้นางทำแบบนี้ แล้วมันยังไงล่ะ? มีใครไม่รู้บ้างว่าองค์หญิงเอ่อตานโตในชางหลานตั้งแต่เล็ก ต่อให้จะบอกว่าองค์หญิงเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลฉีก็ไม่เห็นเป็นไรเลย