ตอนที่ 832
บทที่ 832 ฟื้นคืนชีพ
October 31, 2026
บทที่ 832 ฟื้นคืนชีพ
โม่ซานในฐานะชาวยุทธ์ นางทำอะไรคล่องตัว ทำงานให้ใครใจกว้างและเด็ดขาด
นางไม่เพียงไปซื้อรถม้ามาหนึ่งคัน ยังยืมชื่อของคนขับรถม้าไปซื้อเสื้อผ้าแบบชาวยุทธ์กับดาบมา บอกว่าจะซื้อกลับไปให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก นางใช้เงินจำนวนมากคนอื่นก็คิดแค่ว่านางเป็นชาวยุทธ์ จากนั้นนางก็ไปซื้อพวกอาหารแห้งอีกจำนวนหนึ่ง แล้วก็ยังซื้อของเล่นที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่งด้วย
เมื่อกู้อ้าวเวยกับซูพ่านเอ๋อขึ้นรถม้ามา ยังคิดอยู่เลยว่านางอยากจะซื้อของพวกนี้ไปเอาใจศิษย์พี่ศิษย์น้องของนางจริง ๆ พวกนางชะงักไปครู่หนึ่ง กู้อ้าวเวยยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้านี่ทำอะไรไม่มีช่องโหว่เลยนะ”
“ทำแบบนี้แล้ว ต่อให้มีคนมาถาม ก็จะได้ไม่มีพิรุธ อีกอย่างชาวยุทธ์อย่างข้าก็ต้องใช้วิธีแบบชาวยุทธ์ ตั๋วเงินได้มายังไง ข้าตอบได้ว่ามีคนติดหนี้ข้า ใครจะไปรู้ว่าเขาจะไปขโมยมาจากไหน คำพูดพวกนี้ข้าได้บอกกับคนขับรถม้าแล้วก็เถ้าแก่ร้านแลกเงินไว้แล้วด้วย น่าจะไม่มีใครสงสัยแน่นอน” โม่ซานยิ้มแล้วก็ขึ้นรถม้าไป แล้วพูดว่า “แต่ว่าช่วงนี้ข่าวไม่ค่อยหลุดเลย ที่ด่านลั่วสุ่ยเหมือนว่าจะไม่ค่อยสงบเหมือนกัน”
“มีอะไรหรือเปล่า?” กู้อ้าวเวยรู้สึกแปลกใจ
“เมื่อกี้ข้าได้ยินมาว่า ศาลเจ้าที่ด่านลั่วสุ่ยซ่อมแซมเสร็จแล้ว พวกชาวยุทธ์กับพวกผู้ดีมีตระกูลต่างก็ส่งคนไป คิดอยากจะดูว่าของที่ทำให้เป็นอมตะแก่ไม่ตายมันเป็นยังไงกันแน่ แต่ว่าช่วงนี้กลับเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น ......”
โม่ซานยังคิดอยากจะพูดต่อ แต่กลับเห็นคนรถที่ขายรถม้าให้นางก่อนหน้านี้วิ่งหน้าตาตื่นมา นางรีบเงียบลงทันที กู้อ้าวเวยเปิดผ้าม่านรถม้าออก แล้วมองไปที่เขา “มีเรื่องอะไรเหรอ?”
“เมื่อครู่มีแม่นางที่มีรอยสักบนหน้าใบหน้าคนหนึ่ง บอกให้ข้านำตำราเล่มนี้มาให้ท่าน” คนขับรถม้าเกาหัว แล้วโยนตำราเก่า ๆ เล่มหนึ่งให้กับโม่ซาน
โม่ซานหยิบถุงน้ำตาลโยนให้คนขับรถม้าไป “ขอบใจนะ”
คนขับรถม้ารับมายิ้มแล้วเดินไป เหมือนว่าโม่ซานจะไม่ได้สงสัยอะไรเลย
โม่ซานเองก็ไม่กลัวว่าใครจะเห็นเนื้อหาในตำราเลย เพราะในหมู่บ้านประมงคนที่รู้หนังสือมีไม่ถึงสิบคน จะไปรู้ว่าเขียนอะไรได้ยังไง
กู้อ้าวเวยนึกขึ้นมาได้ว่า ก่อนหน้านี้ยู่จือพูดถึงข้อมูล โทษที่นางเอาแต่สั่งกำชับหลายเรื่องจนลืมไป ตอนนี้นางหยิบตำรามา นางพบว่ามันเป็นบันทึกเรื่องราวของตระกูลยู่ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ในบันทึกมันมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ตระกูลซ่านกับหลิ่งหนานตระกูลหยุนด้วย เรื่องราวตั้งแต่บรรพบุรุษแม้แต่ปีก็มีระบุไว้อย่างละเอียด
โม่ซานเหลือบไปมอง นางบังคับม้าแล้วพูดอย่างแปลกใจว่า “ตระกูลยู่นี่มีที่มายังไงกัน”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูจากสภาพของตระกูลยู่ในตอนนี้ บรรพบุรุษของพวกเขาน่าจะเป็นขุนนางที่ทำหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์ของแคว้นไหนสักแคว้นหนึ่งมานานหลายปี อีกทั้งพวกนางยังมีความสามารถในการทำนายอนาคตได้ด้วย ก็เหมือนที่ตระกูลหยุนศึกษาความเป็นอมตะแก่ไม่ตายให้กับราชวงศ์ตระกูลซ่าน ตระกูลยู่ก็น่าจะเป็นโหรหลวงให้กับฮ่องเต้ของแคว้นเจียงเยี่ยนมาก่อนเหมือนกัน” กู้อ้าวเวยอ่านผ่านตา นางพูดอย่างแปลกใจว่า “ต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลหยุนกับตระกูลซ่านด้วย อีกทั้งยังบันทึกทุกอย่างไว้ละเอียดขนาดนี้อีกล่ะ?”
โม่ซานไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เลยนิ่งอย่างเดียว
ซูพ่านเอ๋อนั่งอยู่ข้าง ๆ ปกติในหัวของนางก็ไม่ค่อยมีอะไรอยู่แล้ว ไม่ต่างอะไรกับคนโง่อยู่แล้ว
กู้อ้าวเวยตอนนี้กลับคิดถึงซ่านจินจื๋อขึ้นมา หากเขาอยู่ที่นี่ด้วย ตอนนี้ไม่แน่ว่าจากคำพูดไม่กี่คำพวกนี้อาจจะสันนิษฐานอะไรออกมาได้บ้าง แต่ในตอนนี้นางทำได้แค่วิเคราะห์มันอย่างละเอียดคนเดียวเท่านั้น