ตอนที่ 841
บทที่ 841 หยูนซีหลิงเอ๋อร์
October 31, 2026
บทที่ 841 หยูนซีหลิงเอ๋อร์
กลับยังตำหนักบรรทม
ซ่านจินจื๋อมองสำรวจหนึ่งรอบ พบว่าข้าวของไม่น้อยมีร่องรอยการถูกเคลื่อนย้ายอย่างที่คาดไว้จริงๆ ด้วย
ทว่าเขาต้องแสร้งทำเป็นไม่มีอันใด ไม่ว่าเสด็จพี่จะให้ซ่านเชียนหยวนและฉีหรัวอยู่ในวัง หรือว่าส่งหยุนหว่านกลับเอ่อตาน กระทั่งวกไปวนมาไล่สังหารกู้อ้าวเวย ทุกอย่างนี้ฟังดูเหมือนหยั่งเชิงเขาอยู่
และถ้าหากต้องการทราบอย่างแน่ชัดว่าเสด็จพี่คิดอะไรอยู่กันแน่ อันดับแรกจำต้องเข้าใจถึงเรื่องราวระหว่างเขากับหยูนซีให้ปีนั้นเสียก่อย
ตอนเยาว์วัยเวลาส่วนใหญ่เขามักจะเติบโตอยู่ท่ามกลางป่าเขา รู้เรื่องระหว่างพี่ใหญ่กับหยูนซีน้อยมาก แต่ก็รู้ว่าหยูนซีคนนี้ไม่ใช่พวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม เมื่อเทียบกับชื่อเสียงธิดาอสูรกับการใช้พิษของหยุนหว่านแล้ว หยูนซีเป็นคมในฝักยิ่งกว่า และมีทักษะทางการแพทย์โดดเด่นทัดเทียมกับกู้อ้าวเวยมิปาน ทว่าวันเวลาส่วนใหญ่จะเอาแต่สืบเสาะหาซากตำราหนังสือโบราณ
รอกระทั่งเขากลับมา ซ่านต้วนโฉงก็ได้นั่งบัลลังก์ฮ่องเต้แล้ว หยูนซีก็ถูกฝังตั้งแต่ต้น...
นึกถึงตรงนี้ ซ่านจินจื๋อพลันขมวดคิ้วน้อยๆ คิดในใจว่า “ปีนั้นหยูนซีถูกฆ่า แล้วเอาศพไปไว้แห่งใดกันเล่า?”
คิดไปทวนมาล้วนไม่มีความทรงจำ วังหลวงอันใหญ่โตถึงแม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับหยูนซี ทว่าขันทีนางในตั้งมากมายเพียงนี้ถึงกับไม่รู้เลยว่าหยูนซีฝังอยู่ที่ไหนกันแน่ และเรื่องราวเบื้องหลังนี้ก็เกี่ยวข้องกับไทเฮา...
นึกถึงจุดนี้ ซ่านจินจื๋อก็เรียกองครักษ์ต้องห้ามที่อยู่หน้าประตูเข้ามาเสียอย่างนั้น “ตอนนี้เสด็จพี่อยู่ที่ใด?”
“ฮ่องเต้เสด็จไปที่วังของฮองเฮาขอรับ” องครักษ์ต้องห้ามกล่าววาจาอย่างนบนอบ คล้ายกับไม่เข้าใจ
“รอจนกว่าเสด็จพี่กลับถึงห้องทรงงานแล้วค่อยบอกข้า บอกว่าข้าอยากพบท่านแม่เสียหน่อย”
“ขอรับ” องครักษ์ต้องห้ามรีบร้อนออกไป ทุกอณูภายในห้องบรรทมไม่มีใครคอยปรนนิบัติอีกต่อไป
ครึ่งชั่วยามให้หลัง ซ่านต้วนโฉงยังไม่มา ตรงกันข้ามหวางกงกงกลับรีบร้อนนำนางในหลายคนรุดเข้ามา ส่งอาหารเย็นให้พลางยิ้มพิมพ์ใจให้กับซ่านจินจื๋อ และกล่าวว่า “ฮ่องเต้ส่งบ่าวให้มาเรียนถาม เหตุใดจู่ๆ ท่านอ๋องถึงต้องการพบไทเฮาเหนียงเหนียงขึ้นมา?”
“ข้าก็แค่อยากรู้ความจริงในปีนั้น” ซ่านจินจื๋อยกแก้วน้ำพลางสำรวจหวางกงกงปราดหนึ่ง มือข้างที่ว่างเปล่าโบกเบาๆ แส้หางจามรีในมือหวางกงกงกลายเป็นสองท่อน ท่อนบนนั้นกลิ้งลงบนพื้น ดวงหน้านั้นก็มีรอยเลือดเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น
หวางกงกงคุกเข่าลงอย่างลุกลี้ลุกลน “ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต ฮ่องเต้ให้บ่าวมาพูด”
“เหตุใดเสด็จพี่ไม่มาด้วยองค์เอง ถึงคราวให้บ่าวอย่างเจ้ามาพูดแทนตั้งแต่เมื่อใดกัน” แววตาของซ่านจินจื๋อยิ่งเย็นเยียบขึ้นเรื่อยๆ
“ตอนนี้ฮ่องเต้กำลังเตรียมการเรื่องหยุนหว่านฮูหยินกลับแคว้นอยู่ขอรับ และยังอยู่ในนามของท่านด้วย ทว่าเรื่องราวมากมายนัก ยากจะปลีกตัวจริงๆ” หวางกงกงขบเค้นคำว่าหยุนหว่านอย่างไม่ตั้งใจอยู่ในที ในที่สุดซ่านจินจื๋อก็พับเก็บกลิ่นอายเย็นเยียบปานน้ำค้างแข็งรอบกายเอาไว้ พับเก็บแววตาเย็นชาคู่นั้น และรอคอยคำตอบอย่างเงียบสงบ
หวางกงกงคุกเข่าลงกับพื้น และปริปากเอ่ยตรงๆ “ระหว่างฮ่องเต้และไทเฮาเหนียงเหนียงไม่ได้มีช่องว่างต่อกัน ทว่าแม่นางหยูนซีกลับเป็นเหตุสุดวิสัยอย่างหนึ่ง และองค์หญิงหลิงเอ๋อร์อันที่จริงก็หาได้กำเนิดจากพระสนมไม่”
ซ่านจินจื๋อรับฟังอย่างแปลกประหลาด คราวนี้หวางกงกงถึงได้พูดขึ้นมาโดยละเอียด
ที่แท้ปีนั้นไม่เพียงแต่ไทเฮาที่ต้องการกำจัดพวกต่างพ้องโดยสังหารพระสนมและองค์ชายเหล่านั้นจนสิ้น ซ่านต้วนโฉงที่อายุยังน้อยก็มีความคิดนี้เช่นกัน นับดูแล้วก็น่าจะเป็นการร่วมมือดำเนินการของสองบุตรมารดาคู่นี้
แต่น่าเสียดายตอนนั้นซ่านต้วนโฉงมุ่งหมายใจจะปูเส้นทางเพื่อน้องชาย เนื่องจากมีแก่ใจหมายมั่น ตัดสินพระทัยตั้งแต่ต้นแล้วว่ารอจนกว่าจัดการทุกอย่างเสร็จจะไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียวกับหยูนซี เป็นท่านอ๋องเตร็ดเตร่คนหนึ่ง ทว่าซ่านต้วนโฉงค่อยๆ เติบโต กระทั่งมีชายาเอกและชายารองของตน ส่วนหยูนซีก็หาได้ใส่ใจไม่ คิดว่าเขาจำใจต้องทำ ทั้งสองยังคงรักใคร่กันเช่นเดิม