ตอนที่ 853
บทที่ 853 คนหรือนก
October 31, 2026
บทที่ 853 คนหรือนก
“ฮัดเช้ย……”
ขณะที่กู้อ้าวเวยกำลังรอคอยการมาของกุ่ยเม่ยนางก็ได้จามอย่างแรง
โม่ซานที่พึ่งกลับมาจากการเก็บสมุนไพรเมื่อครู่ถึงกับมองหน้าด้วยความแปลกใจ แต่นางกลับบีบจมูกไปมา แล้วเอ่ยด้วยเสียงต่ำ“ซ่านจินจื๋ออาจจะกำลังด่าข้าอยู่ก็เป็นได้”
พอพูดจบ นางก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน มองดูตัวเองผ่านกระจกที่สวมชุดคลุมขนสัตว์ทั้งตัว เสื้อผ้าด้านล่างแทบจะเต็มไปด้วยด้ายทองด้ายเงินกุ้ยเม่ยทำเพื่อให้คนอื่นรู้ว่านางเป็นใครตั้งแต่แวบแรกที่ได้เห็น ตรงที่คาดเอวที่น้ำเงินเข้มยังมีสัญลักษณ์ของราชวงศ์เอ่อตานแขวนไว้ ทำให้หลังจากที่นางเปลี่ยนชุดออกไปแล้ว คนในโรงเตี๊ยมต่างโค้งคำนับนางอย่างเคารพ
อย่างไรเสียกุ่ยเม่ยยังต้องอยู่ในวังหลวงจนถึงกลางคืน พวกนางจึงทำการทดลองวิจัยยาถอนพิษอย่างละเอียด
หญิงสาวกลุ่มหนึ่งชุลมุนวุ่นวายอยู่กับเครื่องยา โม่ซานก็ถือโอกาสนี้ในการเรียนรู้เรื่องวิชาการทางแพทย์ไปด้วย
พอรอจนพระอาทิตย์ตกดิน ทุกคนกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทุกคนจึงนอนรวมกันอยู่ภายในห้องเดียวกัน เต็มไปด้วยเตียงนอน กู้อ้าวเวยนอนอยู่ด้านนอกสุด รอกุ่ยเม่ยกลับมาผลักประตูเข้าไป นางจึงยิ้มกลุ้มกริ่มพลางลุกขึ้นแล้วเดินไปข้างๆประตู มองเขาอย่างตั้งใจ“พูดคุยกันหน่อยไหม?”
กุ่ยเม่ยพยักหน้า ในขณะที่เชิญนางออกมาก็เปิดประตูด้วย
เหล่าแม่นางที่อยู่หลังผ้าม่านต่างมีความคิดของตัวเอง เพียงแต่โม่ซานพบว่าคนที่ตั้งใจหลังจากนั้นก็ปิดตาลง แล้วค่อยๆหลับไป
แต่กู้อ้าวเวยขอร้องให้กุ่ยเม่ยดึงตัวนางขึ้นไปบนหลังคา มองดูเย่นเจียงที่ในตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดของยารัตติกาล แม้แต่เสียงลมยังพัดเสียงดังเล็กน้อย
“ทางกู่เซิงเรียกร้องข้อเสนออะไรมาบ้าง?”กู้อ้าวเวยนั่งลงพลางเอ่ยปากถามขึ้น
“ดูท่าเขาแล้วจะไม่ค่อยสนใจเรื่องความเป็นอมตะนะ แต่เรื่องที่จะส่งเจ้าไปเทียนเหยียนนั้น เจ้าต้องส่งตัวกู้เฉิงมาให้เขาจัดการ”กุ่ยเม่ยพูดถึงตรงนี้ ก็บีบนวดคลึงตรงขมับอย่างปวดศีรษะ“มาวันนี้กู้เฉิงเป็นนายทหารผู้ช่วยในกองบัญชาการขององค์ชายเก้า……”
“องค์ชายเก้ามีชีวิตได้ไม่นานแล้ว ส่วนกู้เฉิงข้าก็จัดการตัดเส้นเอ็นตรงขาของเขาแล้ว เขาต้องถูกแม่ของข้าจัดการเท่านั้น ข้าจะไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว”กู้อ้าวเวยพูดจบ สายตาก็มองไปที่กุ่ยเม่ยอย่างเคร่งขรึม“นอกจากนี้แล้ว เขายังได้เอ่ยข้อเสนออะไรอีกหรือไม่?”
“ต้องให้ตระกูลยู่เป็นราชครูของพวกเขา ดูไปแล้วเขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถของตระกูลยู่ที่สามารถทำนายโชคชะตาผ่านการดูดวงดาวได้”กุ่ยเม่ยไม่แปลกใจกับคำตอบของกู้อ้าวเวยเลย
กู้อ้าวเวยถอนหายใจดังเฮือก แล้วพิงไปที่ไหล่ของกุ่ยเม่ย เหมือนกับตอนที่ทั้งสองต้องกินกลางดินนอนกลางทรายในตอนนั้นก็ไม่ปาน ปิดตาลงช้าๆ“เจ้าลองเดาดูสิว่าข้ายังมีวิธีอะไรที่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีก?”
“ข้ารู้แค่เพียงว่าเอ่อตานจำเป็นต้องถอยหนึ่งก้าว ข้าสามารถปฏิเสธได้ทั้งหมด”กุ่ยเม่ยหัวเราะขึ้นมาเบา ไหล่ของเขาก็ขยับไปด้วย“อำนาจกับตำแหน่งทำให้คนตาบอดได้ง่าย แต่ก็เป็นของดีจริงๆนั่นแหละ”
“นี่สิถึงเรียกว่าฉลาด”กู้อ้าวเวยหัวเราะขึ้นมา
“เอ่อตานกับเย่นเจียงแตกแยกไม่สามารถทำให้เอ่อตานสูญเสียอะไรได้ แต่ข้าแปลกใจว่าตกลงในมือของเขามีอะไรกันแน่ที่กล้าเอามาขู่ได้”กุ่ยเม่ยคิดวิเคราะห์
กู้อ้าวเวยบอกวิธีไขความกระจ่างทั้งหมดในวันนี้ให้เขาฟังไปจนหมด เอ่ยปากพูดขึ้นเสียงต่ำ“จุ้ยเวี่ยนนั้นหายาก อาจจะอยู่ในมือของเขา อีกทั้งนำเรื่องของคนตาย สรุปแล้วรู้ว่าต้องวางมือลงก่อน เขาต้องเก็บคนที่ไว้ใจได้มาเป็นราชทายาทอย่างแน่นอน”
“เขาทุ่มวางเดิมพันทั้งหมดในการเสี่ยงวัดดวงครั้งสุดท้าย เพื่ออะไรกัน?”
“มนุษย์เรายอมตายเพื่อทรัพย์สมบัติ นกต้องตายเพื่ออาหาร เจ้าลองเดาดูสิว่าเขาเป็นคนหรือนกล่ะ”กู้อ้าวเวยใช้มือยันกับบ่าของกุ่ยเม่ยแล้วลุกยืนขึ้น สายตาไปตกอยู่ในความมืด แม้แต่ตระกูลผู้ร่ำรวยก็จุดไฟน้อยมาก ทั้งเมืองหลวงเหมือนอยู่ในแคว้นสีทิศ แต่กู้อ้าวเวยกลับเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง กุ่ยเม่ยมองเห็นนางกางแขนออก จึงเอ่ยขึ้น“จะมีอำนาจใหญ่คับฟ้าก็ดี หรือจะมีฐานะร่ำรวยก็ช่างเถอะ แต่เรื่องพวกต่อรองราคาน่ะ พวกเขามักจะสนุกกับสิ่งเหล่านี้เสมอ”
“ไม่มีอาหารแล้ว ราษฎรเริ่มลุกขึ้นก่อกบฏ ใครจะไปสนใจว่าเจ้าเป็นจักรพรรดิผู้พาหนีพ้นความยากจน ไร้ซึ่งอาหาร ถึงจะมีเงินทองกองเท่าภูเขา ก็หนีไม่พ้นเถ้ากระดูกหรอก”
“ให้อาหารกับพวกเขา ถือเสียว่าเลี้ยงสุนัข สวมโซ่ล่ามตรวน ในภายภาคหน้ามันจะได้กล้ามากัดเจ้า”