ตอนที่ 862
บทที่ 862 ผิดเวลา
October 31, 2026
บทที่ 862 ผิดเวลา
ทั้งข้างสองฝั่งมีแต่เสียงทำความเคารพของนางกำนัลและขันที
ยังเดินออกไปได้ไม่ไกล กู้อ้าเวยก็ปล่อยชายแขนเสื้อของซ่านจินจื๋อลง แล้วหยุดเดิน
“สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ใช้จัดงานเลี้ยงเมื่อคืน นี่มันไม่เหมือนกับทางออกจากวังหลวงเลยนะ”กู้อ้าวเวยหรี่ตาลงกวาดตามองไปรอบๆด้วยภาพอันเลือนราง กระทั่งรู้สึกไม่คุ้นเคย
ซ่านจินจื๋อหันกลับไปมองนาง ยกมือขึ้นเพื่อบอกให้นางกำนัลกับขันทีออกไปก่อน“ถึงดวงตาของเจ้าจะสูญเสียการมองเห็น แต่สัมผัสของเจ้ากลับเฉียบแหลมมาก”
“ขอบคุณสำหรับคำชม ข้าเพียงแต่แปลกใจว่าเหตุใดท่านถึงต้องทำเช่นนี้ด้วย?”กู้อ้าวเวยได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆไกลออกไปเรื่อยๆ นางเดินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว“ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ที่เจ้าทำตัวแปลกๆ”
“ทั้งๆที่เจ้าจำข้าไม่ได้สิถึงจะถูก”ซ่านจินจื๋อเม้มปาก แล้วนำมืออันหนาสากขึ้นมาวาดผ่านใบหน้าของกู้อ้าวเวยไป แล้วพูดด้วยเสียงเบา“ข้าแค่อยากถาม ว่าตกลงเจ้าเป็นคนเดียวกับนางก่อนหน้านี้หรือไม่ หรือนางคนข้างหลัง”
ไม่เหมือนกันเลยสักนิด
กู้อ้าวเวยที่เขารู้จักคนนั้นเป็นคนที่สุขุมทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอนอยู่ตลอด แม้แต่จะเป็นในตอนที่จำเรื่องบางอย่างไม่ได้ก็ตาม นางก็ควรจะเป็นคนที่ดื้อรั้นเข้มแข็ง แน่วแน่ ไม่พึ่งใครหน้าไหนทั้งนั้น
แต่กู้อ้าวเวยทุกวันนี้ เหมือนจะคอยพึ่งพายู่จือกับกุ่ยเม่ย นิสัยก่อนอ่อนโยนยอมแพ้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆรวมถึงการพูดจากับคนอื่นที่ดูจะแข็งกร้าว แตกต่างแม้แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ตาม เขาสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน
“ต่างกันอย่างไร?”กู้อ้าวเวยผลักมือนางออกไปเบาๆ ปลายนิ้ววาดผ่านลำคอไป ใบหน้าดูเศร้าสร้อย“เจ้าเคยคิดดูไหมว่า กู้อ้าวเวยหลังจากนั้น เพียงแค่จำตัวเองก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่เจ้าจำได้ หรือเพียงแค่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น”
นางเคยหลงอยู่ในค่ำคืน แต่พอถึงท้ายสุดก็ทำได้เพียงแค่รวบรวมหนึ่งประโยคออกมา“ข้าในวันนี้ เป็นคนที่เหลืออยู่คนนั้น”
ลมหนาวพัดผ่านไป กู้อ้าวเวยหันกลับไป อาศัยความจำเดินไปยังทางเท้าเล็กๆเมื่อครู่
ซ่านจินจื๋อกำมือจนแน่น เขาไม่เคยคิดว่ากู้อ้าวเวยที่เขารู้จักคนนั้นจะหายไป หรือเปลี่ยนเป็นคนอื่น แต่เขายังคงตามไปอย่างจำใจ ราวกับเหมือนกับที่นางพูดไว้ ว่าผู้นั้นที่เหลืออยู่ ยังคงเป็นกู้อ้าวเวย
เดินตามฝีก้าวของกู้อ้าวเวยอย่างช้าๆ ซ่านจินจื๋อยังเขาดึงมือนางไว้ในตอนที่นางกำลังลังเล“อยู่ต่อกับข้านะ”
“ข้ารับปากว่าจะปกป้องเจ้า แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการนี้”กู้อ้าวเวยเลิกคิ้วขึ้น แต่ไม่ได้ปฏิเสธมือของเขา รู้สึกได้ถึงการก้าวเท้าที่ช้าลงของซ่านจินจื๋อ นางเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบา“ในวังไม่อาจมีการสู้รบเกิดขึ้นได้”
ซ่านจินจื๋อหัวเราะเบาๆ ปลายนิ้วค่อยๆปล่อยจากมือเล็กอันเย็นเฉียบของนาง“ตกลงเจ้าจำได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
“วุ่นวายเล็กน้อย แต่ข้ารู้ดี ว่าวังหลวงกับราชสำนักมีการติดต่อการอย่างลับๆ แต่อำนาจของราชสำนักขึ้นอยู่กับทรัพย์สมบัติเงินตราของเมืองเทียนเหยียน รวมไปถึงอำนาจที่ซ่อนอยู่ทุกซอกมุมยังมีเงินทองอันมากมายมหาศาลนั่นอีก ถ้าหากเป้าหมายของเจ้าคือการกำจัดคนที่อยู่สูงสุด สิ่งที่ควรทำมากที่สุดนั่นก็คือการทำให้ส้นเท้าของเขาขาดก่อน”กู้อ้าวเวยยกเท้าของตนเองขึ้นมา จิ้มไปที่ส้นเท้าของตัวเองเบาๆ
ซ่านจินจื๋อใช้แรง“?”
“แต่ดวงตาของเจ้าต้องสามารถมองเห็นแน่ๆ นอกเสียจากเจ้ายังอาลัยอาวรณ์เขาที่เป็นญาติสนิทของเจ้า”กู้อ้าวเวยกดเสียงต่ำแล้วพูดขึ้นมาว่า หรือนางจะจำเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้แล้ว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเห็นได้ชัดว่านางมีความระมัดระวังเล็กน้อย เสียงเบาจนไม่สามารถจะเบาได้อีก
มุมปากของซ่านจินจื๋อกระตุกขึ้นมา“เจ้าอยู่ข้างกายข้าถึงปลอดภัยที่สุด”