ตอนที่ 867
บทที่ 867 เจ้าหนุ่มนักสังหาร
October 31, 2026
บทที่ 867 เจ้าหนุ่มนักสังหาร
สวนดอกไม้เล็กๆหลังห้องเก็บฟืนมีช่องลับช่องหนึ่ง
กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากช่องว่างรอยแยกของโต๊ะหินอ่อน คนแปดคนที่อยู่ด้านของซ่านจินจื๋อต่างไม่รู้สึกถึงอะไร
หมอนสมุนไพรใบนั้นไม่ได้ใช้เพียงเพราะฝากความคิดถึง นิสัยชอบคำนวณการคาดเดาอย่างแม่นยำของนางไม่เคยเปลี่ยน
“โต๊ะหินอ่อนกว้างสองฟุต ด้านล่างมีกลไก”ทหารที่อยู่ด้านหลังช่วยกันขุดดินออกมา แล้วจึงสามารถได้กลิ่นโชยออกมาจางๆ ก้มตัวลงแล้วเคาะเบาๆสองครั้ง ด้านล่างว่างเปล่า อีกทั้งมีเสียงแตกหักเบาๆ
“กร๊อบ——”ซ่านจินจื๋อเบี่ยงตัวหยิบดาบยาวของนายทหารแทงลงไป เลิกคิ้วขึ้นมองไปลงไปด้านล่างมีตัวล็อคกับฟันเฟืองแยกออกเป็นสองครึ่ง“นำเขาออกมา แล้วปล่อยคนข้างนอกออกไป เหลือคนที่น่าสงสัยไว้ไม่กี่คนก็พอ”
“สุดท้าย ให้ยู่ชีงกลับมารอข้างกายข้า นางเป็นของของข้า พูดประโยคนี้อย่างไม่ตกแม้แต่คำเดียว”ซ่านจินจื๋อพูดจบ สายตาก็ไปตกอยู่ถ้ำอุโมงค์เล็กแคบด้านใน นายทหารคนหนึ่งเข้าไปจับตัวคนผู้หนึ่งที่สวมเสื้อผ้าสกปรกของขอทานเนื้อตัวมอมแมมออกมา
สายตาของเขาทั้งคู่จ้องมองไปที่ซ่านจินจื๋อด้วยดวงตาแดงก่ำ“ความอมตะ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าทุกคนควรเข้าไปยุ่งด้วย”
“ตระกูลตงฟางกับความเป็นอมตะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น”ซ่านจินจื๋อก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว แล้วจับไปที่ใบหน้าของเขาแน่น สายตาจ้องมองใบหน้านั้นอยู่นานก่อนที่จะเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า“ดูไปแล้วเจ้าอายุแค่สิบสามสิบสี่ปี อายุแค่นี้ก็เรียนรู้ที่จะสังหารคนแล้วรึ?”
“พวกเจ้าฆ่าไปเท่าไหร่กันแล้วล่ะ?”เด็กชายร่างกายมอมแมมหัวเราะอย่างเย้ยหยันแล้วตอบกลับไปหนึ่งคำ
ซ่านจินจื๋อสะบัดหน้าเข้าไป แล้วนายทหารสองคนก็จับตัวเขาจากไป
ฆ่าคน?
ถ้าหากยาพิษพวกนั้นสามารถฆ่าคนตายได้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นกู้อ้าวเวยไม่ได้เข้าไปแตะต้องมันตั้งแต่แรกแล้ว นอกเสียจากว่ายังมีคนรู้การมีชีวิตอยู่ของเด็กคนนี้ แล้ววางยาใส่ในของว่าง
แต่ใต้เท้าตงฟางก็เป็นคนที่น่าสงสัย และเด็กคนนี้ก็พูดอะไรไม่ชัดเจน ไม่อาจปล่อยเขาออกไปให้ใครง่าย
พอคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบสาวเท้าพาคนไปที่หน้าจวน
มีคนถูกจับตัวไปแล้ว ข้ารับใช้ที่มีความสามารถเพียงแค่เหลือลูกผู้ลากมากดีไว้คนหนึ่ง คนหลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่กลับมีความแค้นกับตระกูลตงฟาง ผู้คนต่างพากันเดินจากไปอย่างวุ่นวาย ซางฉวนคอยประคองกู้อ้าวเวยออกมาด้านใน
ซางฉวนชี้ตำแหน่งที่ซ่านจินจื๋ออยู่ให้นาง นางทำเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ
ซ่านจินจื๋อเดินไปข้างหน้า แล้วดึงมือนางไป“อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน ตระกูลตงฟางมีความสำคัญมากกว่าตระกูลยู่ของพวกเจ้า”
น้ำเสียงของเขาไม่ดังไม่เล็ก แต่กลับพอที่จะให้คนรอบกายได้ยิน
แต่ทั้งๆที่เป็นเสียงของการตำหนิ แต่คนอื่นที่ได้ยินแล้ว กลับมีความรู้สึกว่ารักใคร่อยู่ในนั้น คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันมองหน้ากัน
“ข้ารู้ดีว่าตระกูลยู่ของข้าไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ข้าไม่ใช่หญิงใจทรามใจร้าย หรือจะให้ยืนมองคนเฒ่าคนแก่ตายไปตอนห้าต่อตาของข้าล่ะ?ท่านอ๋องจิ้ง?”กู้อ้าวเวยตั้งใจสะบัดซ่านจินจื๋อออกไป มืออีกครั้งก็จับไปที่ตรงหน้าอกแน่น แล้วสูดหายใจอย่างยากลำบาก
“ส่งนางไปที่โรงแพทย์ก่อน หาหมอที่เก่งที่สุดมารักษานาง”ซ่านจินจื๋อีบพุ่งตัวไปด้านหน้า สองมือโอบนางไว้แนบอก มืออีกข้างก็กดลงไปที่ท้ายทอยของนาง ใช้เสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน“เจ็บไหม?”