ตอนที่ 889
บทที่ 889 ปัญหาของจุ้ยเวี่ยน
October 31, 2026
บทที่ 889 ปัญหาของจุ้ยเวี่ยน
ไม่เหมือนกับการแสดงเต้นรำของชั้นสอง ชั้นหนึ่งมีเพียงนักปราชญ์ของเมืองเทียนเหยียน กู้อ้าวเวยเห็นพวกที่ใส่ชุดสีเทาๆ ก็อึ้งไป สายตาก็นิ่งมากขึ้น ซ่านเชียนหยวนก็มองตามสายตานางไป แล้วก็พูดว่า “นักปราชญ์ที่ใส่ชุดสีเทาพวกนี้ ก็เป็นผู้มีความรู้ที่จวนต่างๆ รับเลี้ยงดูแลไว้ เนื่องจากอยู่ในตระกูลที่ไม่ดีหรือยากจน ก็เลยไม่สามารถเข้าร่วมงานอะไรได้ ได้แต่วางแผนให้เจ้านายตัวเองไปวันๆ”
ยู่จือก็เพิ่งได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก “รับเลี้ยงดูแลไว้ หมายความว่าอย่างไร?”
“ก็คือ ให้คนพวกนี้วางแผนให้ เป็นแขนเป็นขาให้ ต่อให้ฎีกานั้นจะร่างมาสวยหรูแค่ไหน ฮ่องเต้ก็ไม่มีวันรับรู้ชื่อของเขา พวกเขาเป็นเหมือนเงาให้กับขุนนางต่างๆ” ตงฟางซวนเอ๋อเดินลงบันไดช้าๆ เนื่องจากชั้นสองนั้นมันต่ำ ก็เลยต้องโน้มตัวเล็กน้อย
พอนักปราชญ์ชุดเท่าพวกนั้นเห็นมีคนลงมาก็ทำความเคารพ แล้วก็หลบไปยืนด้านข้าง คนมีความรู้ศิลปวิทยาก็มีไม่น้อย ดูมีความรู้สึกถึงความเป็นปัญญาชนและเรียบง่ายมากกว่าชั้นสอง
ซ่านเชียนหยวนให้ยู่ชีงไปอยู่กับนักปราชญ์ผู้หญิงคนหนึ่งดูแล ส่วนตัวเองก็พายู่จือไปเปิดหนังสือที่อยู่บนชั้น ส่วนมากจะเป็นบทละครที่เหล่าขุนนางใหญ่ๆ ของเมืองเทียนเหยียนชอบฟัง บอกว่าอีกสองชั่วยาม บนชั้นสองจะมีการร้องงิ้ว ยู่จือก็ยิ้ม หันมองไปมา
ตงฟางซวนเอ๋อก็นึกว่าอ๋องจงผิงจะอยากลองใจยู่ชีง ตอนนี้ก็เห็นว่ากลัวอยู่ ส่วนอีกด้านก็ไปสนใจว่ากู้อ้าวเวยจะสนใจหรือเปล่า แล้วก็เห็นนางนั่งลง เลยถามว่า “ข้าเอามีดแกะสลักและไม้มา แม่นางจะสามารถสอนข้าแกะได้ไหม?”
แกะสลักหรือ?
ตงฟางซวนเอ๋อและหญิงสาวพวกนั้นก็นิ่ง ของพวกนี้เป็นของชั้นต่ำสำหรับชาวเมือง ปกติจะเห็นพวกไม้สลักวางขายตามแผงลอยในตลาด ราคาก็ไม่สูง จะมีเพียงช่างใหญ่ๆ ดังๆ ถึงจะสามารถถูกจ้างโดยขุนนาง แต่ก็ไม่สามารถสลักชื่อตนเองไว้
“แม่นางยู่ชีง ถ้าอยาดจะหาคนแกะสลักเก่งๆ ที่นี่นั้นไม่มี แต่ถ้าท่านสนใจเรื่องยาสมุนไพรของแคว้นชางหลานเราละก็ ข้าก็สามารถพูดมาได้บ้าง” แม่นางคนนั้นก็หัวเราะ ทำตัวไม่ถูก
กู้อ้าวเวยก็ส่ายหัว “พวกเจ้าเป็นแขนขาให้กับขุนนางน้อยใหญ่ ความรู้มากมาย แล้วมาพูดเรื่องยาสมุนไพร กับคนที่เชี่ยวชาญการใช้พิษอย่างข้านั้น มันดูถูกความสามารถเกินไป”
“แม่นางยู่ชีงกล่าวเกินไปแล้ว” แม่นางคนนั้นรีบพูด
“ไม่ได้กล่าวเกินไป ถ้าให้ข้ามาพูดเรื่องบ้านเมือง ข้าก็คงพูดออกมาไม่ได้” กู้อ้าวเวยพูดไป แล้วก็เอามีดแกะสลักและไม้ที่ซื้อไว้ ออกมาจากแขนเสื้อ แล้วพูดว่า “แม่นางชอบอะไรก็พูดกับข้าได้เลย ถ้าไม่มีอะไรที่ชอบ ก็ไม่ต้องบังคับตนเองให้พูดออกมา”
แม่นางคนนั้นก็อึ้ง ก็เลยเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของเมืองเทียนเหยียน กู้อ้าวเวยก็ก้มหน้าเอามือถูๆ ท่อนไม้ในมือ แล้วก็หยีตาหามีดแกะสลัก ดูตั้งใจมาก
ตงฟางซวนเอ๋อก็หาที่เงียบๆ นั่ง บนโต๊ะตรงหน้ามีหนังสือวางอยู่2เล่ม พอเห็นท่าทางที่ตั้งใจของกู้อ้าวเวย ในใจก็เต้นแรง สิ่งที่ยู่ชีงและกู้อ้าวเวยชอบนั้น มันคล้ายกันมาก แต่ก็ไม่เหมือน นางตั้งใจเรียนรู้การเคลื่อนไหวของกู้อ้าวเวยและซูพ่านเอ๋อมาหลายปี แต่ก็ยังไม่ได้ใจของซ่านจินจื๋อมาครอง
ดังนั้น นางก็เลยจะเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของกู้อ้าวเวยแบบนี้ถึงจะดี
ตอนที่ทุกคนเงียบลงนั้น กู้อ้าวเวยก็พูดเสียงต่ำๆ อย่างตกใจออกมา แม่นางคนข้างๆ ก็หยุดแล้วก็ตะโกนออกมา “รีบไปตามหมอบนเรือนี้มาเร็ว.....”
“ก็แค่โดนบาดนิดหน่อย ข้าเข้าไปในห้องครัวหาน้ำสะอาดล้างก็ได้แล้ว” กู้อ้าวเวยเอามีดแกะสลักวางลงด้านข้าง แล้วเอาท่อนไม้ที่เปื้อนเลือดใส่ลงในผ้าเช็ดหน้า เดี๋ยวเลือดจะไหลลงโต๊ะ อีกมือก็เอามือไปพาดหลังหูของแม่นางคนนั้น แล้วพูดว่า “เรื่องเล็กนิดเดียว ไม่ต้องตกใจ”